ความรู้เกี่ยวกับ AI เบื้องต้นสำหรับนักบัญชี — สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้ (อัปเดต 2569)

สรุปสั้น
AI สำหรับนักบัญชี เป็นเครื่องมือที่ช่วย อ่าน คีย์ข้อมูล สรุป วิเคราะห์ เอกสารและตัวเลขทางบัญชีได้เร็วและแม่นขึ้น โดยเฉพาะ Generative AI อย่าง ChatGPT, Gemini, Claude ที่ช่วยร่างเอกสาร สรุปมาตรฐานบัญชี/ภาษี และตอบคำถามเชิงวิเคราะห์ได้ทันที AI ยังไม่แทนที่นักบัญชี แต่นักบัญชีที่ใช้ AI เป็นจะได้เปรียบนักบัญชีที่ใช้ไม่เป็น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจขีดจำกัดและความเสี่ยงด้านข้อมูลก่อนใช้งานจริง
AI คืออะไร ในมุมที่นักบัญชีต้องเข้าใจ
AI คือระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลจำนวนมาก แล้วนำมาคาดการณ์หรือสร้างผลลัพธ์ใหม่ได้เอง
นักบัญชีไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเป็น แต่ควรแยกออกว่า AI ที่เจอบ่อยมี 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ AI วิเคราะห์/ทำนาย (Machine Learning) เช่น ระบบที่ตรวจจับรายการผิดปกติหรือคาดการณ์กระแสเงินสด และกลุ่มที่สองคือ Generative AI (AI สร้างเนื้อหา) เช่น ChatGPT ที่สร้างข้อความ ตาราง หรือคำอธิบายตามที่เราสั่ง จุดที่ต้องจำคือ AI ทำงานจาก “ความน่าจะเป็น” ไม่ใช่ “ความถูกต้องตามกฎหมาย” จึงให้คำตอบที่ฟังดูน่าเชื่อแต่ผิดได้ (เรียกว่าอาการ Hallucination หรืออาการหลอนครับ) นักบัญชีจึงเป็นผู้ตรวจสอบขั้นสุดท้ายเสมอ
AI ช่วยงานบัญชีได้ตรงไหนบ้าง
จริงๆ AI ช่วยงานเราได้มากนะครับ โดยเฉพาะกับงานที่ทำซ้ำ ๆ ปริมาณเยอะ และมีรูปแบบชัดเจน เช่น
- อ่านและคีย์เอกสารอัตโนมัติ (OCR + AI) เช่น ดึงข้อมูลจากใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ เข้าสู่ระบบบัญชีโดยไม่ต้องพิมพ์เอง (OCR นี่แหละ เป็นคีย์สำคัญในการช่วยอ่านไฟล์รูปภาพเอกสารต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมเลย)
- กระทบยอดและจับรายการผิดปกติ เช่น กระทบยอดธนาคาร ตรวจหารายการซ้ำ ตัวเลขผิดปกติ หรือสัญญาณทุจริต
- ร่างและสรุปเอกสาร เช่น ร่างอีเมลทวงหนี้ สรุปประเด็นจากมาตรฐานบัญชี (TFRS) หรือประกาศสรรพากร อธิบายศัพท์ให้ลูกค้าเข้าใจง่าย
- วิเคราะห์และทำรายงาน เช่น สรุปงบการเงิน วิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน ทำ Dashboard และตอบคำถามเชิงบริหาร
- ผู้ช่วยตอบคำถามภาษี/บัญชีเบื้องต้น ใช้เป็นจุดเริ่มต้นค้นข้อมูลก่อนตรวจสอบกับแหล่งทางการ

เครื่องมือ AI ที่นักบัญชีเริ่มใช้ได้เลย
เริ่มจาก Generative AI ทั่วไปก่อน แล้วค่อยขยับไปเครื่องมือเฉพาะทาง
ผมว่า AI ตัวที่เข้าถึงง่าย พวกเราที่เป็นนักบัญชีรู้จักหรือเคยได้ยินมาแล้ว และมีเวอร์ชันฟรี ก็น่าจะเป็นChatGPT, Google Gemini และ Claude ซึ่งเหมาะกับการร่างเอกสาร สรุป แปลภาษา และอธิบายแนวคิด ส่วนงานเฉพาะทางบัญชีมักมาในรูปแบบ AI ที่ฝังอยู่ใน โปรแกรมบัญชีและ Excel/Google Sheets ที่ใช้อยู่แล้ว (เช่น ผู้ช่วยสร้างสูตร สรุปข้อมูล หรือ OCR ใบเสร็จ) คำแนะนำคือ อย่าเพิ่งซื้อเครื่องมือแพง ให้เริ่มจากของที่มีอยู่และทดลองกับงานจริงเล็ก ๆ ก่อน หัวใจของการใช้ให้ได้ผลคือ การเขียนคำสั่ง (Prompt) ที่ชัดเจน หมายถึง การบอกบริบท หรือการอธิบายบทบาท ข้อมูล และรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการให้ครบ และผมให้ข้อแนะนำอย่างนึงเลย หากเขียนคำสั่งไม่เป็น หรือเขียน Prompt ไม่เป็น นักบัญชีอย่างเรา ๆ ไม่ต้องไปกลัวเลยนะครับ เราก็ใช้เจ้า AI นี่แหละ เขียน Prompt ให้ได้เลย ไว้ในตอนต่อ ๆ ไป ผมจะมาเล่าในส่วนนี้ให้ฟังอีกทีครับ
AI จะมาแทนนักบัญชีไหม และต้องปรับตัวอย่างไร
คำตอบสั้น ๆ คือ AI จะมาแทนงานคีย์ข้อมูลซ้ำ ๆ ได้แน่นอนครับแต่มันไม่สามารถแทนการตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณของนักบัญชีอย่างเราๆ หรอกครับ
ผมอยากบอกว่า งานที่เป็นกลไก พวกการคีย์ข้อมูล การกระทบยอด การจัดเรียงไฟล์เอกสาร น่าจะถูก AI และระบบอัตโนมัติทำแทนมากขึ้นเรื่อยๆ ครับสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของนักบัญชีจะเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ ได้แก่ การใช้ดุลยพินิจตามมาตรฐานบัญชีและกฎหมาย การให้คำปรึกษาเชิงธุรกิจ การควบคุมภายในและจริยธรรม และการรับผิดชอบต่อความถูกต้องของงบการเงิน
ดังนั้น ทักษะที่นักบัญชีอย่างเรา ๆ ควรเพิ่มจึงไม่ใช่การเขียนโปรแกรม แต่เป็นการ ใช้ AI เป็นผู้ช่วย ช่วยตรวจทานผลลัพธ์ของ AI ให้เป็น และเข้าใจข้อมูล ผมเห็นว่านักบัญชีที่ปรับตัวได้ จะทำงานได้มากขึ้นด้วยการใช้เวลาน้อยลง ไม่ใช่ถูกแทนที่แน่นอนครับ
ข้อควรระวัง เล่าจากประสบการณ์ที่ผมเจอเอง
- จงอย่าวางใจคำตอบ AI 100% อันนี้ผมเจอมากับตัวกับผลการสอบทานข้อมูลที่เราให้เค้าช่วยตรวจสอบ แต่ผมเจอว่า AI ตอบผิดแบบหน้าตาเฉย หรือมั่นหน้าตอบ ก็ว่าได้ครับเช่น ผลการคำนวณในกระดาษทำการ หรือ Working Paper ในการตรวจสอบัญชี, การแสดงผลแบบมั่นใจว่าต้องใช้อัตราภาษีตามที่ AI บอก แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ข้อมูลมันผิดครับ เพราะงั้น ผมเน้นย้ำเลยว่า นักบัญชีที่ใช้ AI จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตรวจกับแหล่งทางการเสมอ หรือต้องตรวจสอบการคำนวณที่ให้ AI ทำให้ทุกครั้ง
- ระวังความลับข้อมูลและ PDPA โดยเฉพาะนักบัญชีที่มีสำนักงานบัญชี หรือผู้ตรวจสอบบัญชีที่รับงานตรวจสอบให้ลูกค้า ควรตระหนักเลยว่า การใช้ AI ไม่ว่าตัวไหนก็ตามอย่าวางข้อมูลลูกค้า ซึ่งรวมถึง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย PDPA อย่างเลขบัตรประชาชน หรือภาพบัตรประชาชนลูกค้าหรือข้อมูลงบการเงิน ลงในเครื่องมือ AI สาธารณะ เพราะ ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลต่อ ดังนั้น นักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ใช้เครื่องมือ AI ควรปกปิด/ลบข้อมูลระบุตัวตนก่อน หรือใช้เวอร์ชันองค์กรที่มีข้อตกลงความเป็นส่วนตัว
- เก็บหลักฐานการตรวจสอบ (Audit Trail) เมื่อใช้ AI ช่วยงานที่ต้องตรวจสอบได้ ควรบันทึกว่าใช้เครื่องมืออะไร ใครเป็นผู้ตรวจทาน หรือถ้าภายในบริษัทจะใช้ AI ตัวไหน อาจจะต้องเพิ่มเรื่องนโยบาย AI Governance ใช้ชัดเจนครับ
- AI เก่งเท่าข้อมูลที่ป้อน สิ่งนี้ พวกเราต้องตระหนักอย่างยิ่งในการใช้ AI ครับถ้าข้อมูลตั้งต้นผิดหรือไม่ครบ ผลลัพธ์ก็ผิด หรือที่เราเรียกกันว่า Garbage in, garbage out
- AI ไม่สามารถทดแทนความรับผิดชอบได้ ยังไงก็แล้วแต่ คนยังต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ AI เช่น หากพูดถึงความถูกต้องของงบการเงินและการยื่นภาษียังเป็นความรับผิดชอบของนักบัญชีและผู้บริหาร ไม่สามารถอ้างว่า “AI ทำผิด” ได้นะครับ
คำถามที่พบบ่อย
นักบัญชีต้องเรียนเขียนโปรแกรมหรือต้องศึกษาเทคโนโลยีถึงขั้นไหน ถึงจะใช้ AI ได้
ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นครับ เครื่องมือ AI ยุคนี้ เราใช้งานผ่านการพิมพ์ภาษาคนปกติ (Prompt) ทักษะที่จำเป็นจริง ๆ คือการตั้งคำถามหรือการสั่งการให้ชัด และการตรวจทานผลลัพธ์ด้วยความรู้บัญชีที่มีอยู่แล้ว
ใช้ ChatGPT, Claude, Gemini ช่วยงานบัญชี จะปลอดภัยไหม โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลลูกค้า?
ไม่มีอะไรรับประกันความปลอดภัยครับ ผมเห็นว่า พวกเรานักบัญชีสามารถใช้ได้นะ แต่ต้องไม่ป้อนข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ลงใน AI เราควรปกปิดข้อมูลระบุตัวตนก่อน การตั้งค่า AI ให้ไม่นำข้อมูลไปฝึกโมเดล หรือ หรือเลือกใช้เวอร์ชันสำหรับองค์กร ก็พอสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นครับ
AI จะทำให้นักบัญชีตกงานไหม?
เป็นคำถามคลาสลิกเลยเนาะ ผมเห็นว่า AI จะไม่สามารถมาแทนนักบัญชีได้ครับ AI จะมาช่วยงานมากกว่า โดยเฉพาะการทำงานแทนงานทำซ้ำที่เป็นกระบวนการแบบเดิมๆ ซ้ำไป ซ้ำมา แต่ไม่แทนงานที่ต้องใช้การตัดสินใจ การใช้ดุลยพินิจ การให้คำปรึกษา และความรับผิดชอบตามกฎหมาย แนวโน้มคือนักบัญชีที่ใช้ AI เป็นจะแทนที่นักบัญชีที่ใช้ไม่เป็น มากกว่าที่ AI จะแทนนักบัญชีทั้งอาชีพ
AI ที่ตอบเรื่องภาษีไทย เชื่อถือได้แค่ไหน?
แนะนำให้ใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหา และทำความเข้าใจได้ แต่ห้ามใช้เป็นคำตอบสุดท้าย เพราะ AI อาจอ้างอิงข้อมูลเก่า หรือสร้างคำตอบที่ผิด ดังนั้น พวกเราจึงต้องตรวจสอบกับประกาศกรมสรรพากรหรือมาตรฐานฉบับล่าสุดเสมอนะครับ
นักบัญชีอย่างเรา ๆ อยากเริ่มใช้ AI ในงานบัญชี ควรเริ่มจากตรงไหนดี
เปิดเครื่องคอมแล้วเริ่มจากเครื่องมือฟรีที่มีอยู่ได้เลยครับ มันไม่ได้เข้าถึงยากขนาดนั้น อย่างตัว Top ที่เราได้ยินกันอยู่แล้ว พวก ChatGPT, Gemini หรือ CoPilot ที่มากับ Microsoft ที่อยู่ใน Excel ก็ใช้ได้ครับ ผมอยากให้เราลองกับข้อมูลจำลองก่อน แล้วค่อยขยับมาทำกับงานเล็ก ๆ ที่ไม่กระทบข้อมูลลับ เช่น ร่างอีเมล สรุปเอกสาร หรือช่วยสร้างสูตร Excel แล้วค่อยขยายไปงานที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อมั่นใจ พอเราเริ่มคุ้นชิน ก็จะดัดแปลง พัฒนาการใช้งานได้ดีขึ้นแน่นอนครับ
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
CIA, CISA
Areas of Expertise : Internal Control Design and Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบรับใบประกาศพร้อมยื่นสภาฯ
ดูคอร์สทั้งหมด


