ภาษีสรรพสามิต - ความรู้เบื้องต้นที่นักบัญชีและผู้ประกอบการควรรู้ (อัปเดต 2569)

สรุปสั้น
ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่รัฐจัดเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภท ที่ต้องการควบคุมการบริโภค หรือเห็นควรให้รับภาระภาษีสูงกว่าสินค้าทั่วไป (เช่น สุรา บุหรี่ น้ำมัน รถยนต์ เครื่องดื่ม สถานบริการ) จัดเก็บโดยกรมสรรพสามิต เป็นภาษีทางอ้อมที่ผลักภาระไปยังผู้บริโภค แต่ต่างจาก VAT ตรงที่เก็บทอดเดียว ณ จุดผลิตหรือนำเข้า ไม่ได้เก็บทุกทอดการขาย ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ประกอบกิจการสถานบริการ
ภาษีสรรพสามิตคืออะไร และเก็บจากสินค้าอะไรบ้าง
ตอบสั้น ๆ คือ ภาษีที่เก็บจากสินค้า/บริการเฉพาะกลุ่มที่รัฐต้องการควบคุมการบริโภค
แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก:
- กลุ่มที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรม เช่น สุรา บุหรี่ ไพ่ เครื่องดื่ม สถานบริการอย่างไนต์คลับ ผับ บาร์ อาบอบนวด สนามแข่งม้า
- กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องแก้ว โคมไฟระย้า น้ำหอม เรือยอชต์ หินอ่อน-หินแกรนิต พรม
- กลุ่มที่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน สารทำลายชั้นบรรยากาศ สนามกอล์ฟ
หน่วยงานที่จัดเก็บคือ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (ซึ่งรวมกฎหมายภาษีสรรพสามิตเดิม 7 ฉบับให้เป็นฉบับเดียว)
ใครต้องเสียภาษีสรรพสามิต
ตอบสั้น ๆ คือ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ประกอบกิจการสถานบริการ
ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีทางอ้อมที่ผลักภาระไปยังผู้บริโภคเหมือน VAT แต่จุดต่างสำคัญคือ เก็บเพียงทอดเดียว ณ จุดผลิตหรือนำเข้า ไม่ได้เก็บทุกทอดของการขายต่อ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายได้แก่
- ผู้ประกอบอุตสาหกรรม (ผู้ผลิต)
- ผู้นำเข้า
- ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ
- บุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ผู้ดัดแปลงรถยนต์ หรือผู้กระทำผิดฐานมีไว้ครอบครอง/ขาย/มีไว้เพื่อขายสินค้าสรรพสามิตที่ยังไม่เสียภาษี
ดังนั้น ถ้ากิจการเป็นเพียงผู้ซื้อมาขายต่อ (ไม่ได้ผลิตหรือนำเข้าเอง) มักไม่มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตโดยตรง แต่ต้นทุนภาษีนี้ฝังอยู่ในราคาซื้อมาแล้ว
คำนวณภาษีสรรพสามิตอย่างไร
ตอบสั้น ๆ คือ ฐานภาษี × อัตราภาษี โดยมี 3 วิธีตามประเภทสินค้า
หลักการคือ ฐานภาษี คูณด้วย อัตราภาษี เท่ากับภาษีที่ต้องชำระ เหมือนภาษีทั่วไป แต่แบ่งวิธีคิดเป็น 3 กรณีตามประเภทสินค้า:
- ตามปริมาณ (คิดจากจำนวน/ปริมาณ) เช่น น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ไพ่
- ตามมูลค่า (คิดจากราคา) เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่ เครื่องหอม เครื่องแก้ว
- ทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ เช่น เครื่องดื่ม สุรา ยาสูบ
ข้อควรทราบสำหรับนักบัญชี: ตาม พ.ร.บ. 2560 การคิดภาษี “ตามมูลค่า” ใช้ฐานเป็น ราคาขายปลีกแนะนำ (Suggested Retail Price) เป็นหลัก (เปลี่ยนจากเดิมที่ใช้ราคาหน้าโรงงาน/ราคา CIF) และต้องใช้อัตราตามกฎกระทรวงที่บังคับใช้อยู่ ณ เวลาที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น (Tax Point)
ข้อควรระวัง จากประสบการณ์ที่พบเจอ
- ไม่รู้ว่าสินค้าตัวเองเข้าข่าย ผู้ประกอบการบางรายผลิต/นำเข้าสินค้าที่เข้าพิกัดสรรพสามิตโดยไม่รู้ตัว (เช่น เครื่องดื่มผสมน้ำตาล เครื่องสำอางบางชนิด) แล้วมาเจอเบี้ยปรับย้อนหลัง — เราควรตรวจพิกัดสินค้ากับกรมสรรพสามิตก่อนเริ่มผลิต/นำเข้า
- มองข้ามภาษีสรรพสามิตในการตั้งราคา ภาษีนี้เป็นต้นทุนที่ต้องบวกเข้าไปตั้งแต่แรก ถ้าลืมคิดจะทำให้ตั้งราคาขายผิดและกำไรหด
- เข้าใจผิดว่าเสียทุกทอดเหมือน VAT จริง ๆ เก็บทอดเดียวที่ผลิต/นำเข้า — ผู้ขายต่อไม่ต้องยื่นซ้ำ แต่ต้นทุนฝังในราคาซื้อแล้ว
- ยื่นแบบ/ชำระไม่ทันกำหนด ผู้ผลิตต้องยื่นแบบและชำระภาษีตามกำหนดของกรมสรรพสามิต (ก่อนนำสินค้าออกจากโรงงาน หรือภายในกำหนดที่กฎหมายระบุ) ล่าช้ามีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
- สับสนระหว่างสรรพสามิตกับสรรพากร เป็นคนละกรม คนละกฎหมาย ภาษีสรรพสามิตยื่นที่กรมสรรพสามิต ไม่ใช่กรมสรรพากร
บทความนี้เรียบเรียงเป็นความรู้เบื้องต้นตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และแนวทางของกรมสรรพสามิต ณ ปี 2569 พิกัดและอัตราภาษีของแต่ละสินค้าเป็นไปตามกฎกระทรวงที่บังคับใช้และมีการปรับปรุงเป็นระยะ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่กรมสรรพสามิต (excise.go.th) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสรรพสามิตก่อนดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อย
ภาษีสรรพสามิตคืออะไร ต่างจาก VAT อย่างไร?
เป็นภาษีที่เก็บจากสินค้า/บริการเฉพาะกลุ่มที่รัฐต้องการควบคุมการบริโภค ต่างจาก VAT ตรงที่ VAT เก็บทุกทอดของการขาย แต่สรรพสามิตเก็บเพียงทอดเดียว ณ จุดผลิตหรือนำเข้า และจัดเก็บโดยกรมสรรพสามิต ไม่ใช่กรมสรรพากร
สินค้าอะไรบ้างที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต?
สินค้า เช่น สุรา บุหรี่ ยาสูบ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่ เครื่องดื่ม (รวมเครื่องดื่มผสมน้ำตาล) เครื่องหอม-เครื่องสำอางบางชนิด เครื่องแก้ว สินค้าฟุ่มเฟือย และบริการบางประเภท เช่น ไนต์คลับ สนามกอล์ฟ สนามแข่งม้า
ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิต?
ผู้ประกอบอุตสาหกรรม (ผู้ผลิต) ผู้นำเข้า ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ และบุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ผู้ดัดแปลงรถยนต์ ส่วนผู้ซื้อมาขายต่อทั่วไปมักไม่ต้องเสียโดยตรง
คำนวณภาษีสรรพสามิตอย่างไร?
ใช้ฐานภาษี × อัตราภาษี โดยมี 3 วิธีตามประเภทสินค้า คือ ตามปริมาณ (เช่น น้ำมัน) ตามมูลค่า (เช่น รถยนต์ โดยใช้ราคาขายปลีกแนะนำ) และทั้งตามมูลค่าและปริมาณ (เช่น สุรา ยาสูบ เครื่องดื่ม)
ไม่เสียภาษีสรรพสามิตให้ถูกต้อง จะเกิดอะไรขึ้น?
มีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย และในบางกรณีที่ครอบครอง/ขายสินค้าที่ยังไม่เสียภาษี อาจมีความผิดตามกฎหมายด้วย จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าเข้าข่ายหรือไม่ และชำระให้ถูกต้องตามกำหนด
เกี่ยวกับผู้เขียน

บุณฑริก กลิ่นภักดี
ที่ปรึกษาฝ่ายภาษีบริษัทข้ามชาติ และที่ปรึกษาการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบรับใบประกาศอัตโนมัติ ไว้ยื่นชั่วโมงต่อสภาฯ ด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


