จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี สรุปหลักการ อุปสรรค บทลงโทษ สำหรับผู้ทำบัญชีและ CPA

สรุปสั้น
จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คือมาตรฐานความประพฤติที่ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทุกคนต้องยึดถือตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ด้วยหลักการพื้นฐาน ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรมและเป็นอิสระ ความรู้ความสามารถ รักษาความลับ พฤติกรรมทางวิชาชีพ ความโปร่งใส ถ้าฝ่าฝืน มีโทษทางวินัยตั้งแต่ตักเตือนจนถึงเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ทำบัญชีและ CPA ต้องเก็บ CPD ด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อปี
ทำไมจรรยาบรรณจึงสำคัญ
คำตอบสั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจความสำคัญ จรรยาบรรณช่วยปกป้องประโยชน์สาธารณะ สร้างความน่าเชื่อถือ และคุ้มครองตัวผู้ประกอบวิชาชีพเอง
วิชาชีพบัญชีมีหน้าที่ต่อสังคม ไม่ใช่เพียงต่อผู้ว่าจ้าง เพราะงบการเงินที่เชื่อถือได้คือรากฐานของการตัดสินใจลงทุนและระบบเศรษฐกิจ เมื่อผลประโยชน์ของลูกค้าขัดกับประโยชน์สาธารณะ จรรยาบรรณคือเข็มทิศ ความน่าเชื่อถือเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของวิชาชีพ ซึ่งสร้างยากแต่สูญเสียได้ในเวลาอันสั้นจากการประพฤติผิดเพียงครั้งเดียว
ที่สำคัญ จรรยาบรรณไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็น “เกราะป้องกัน” ที่ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและใช้อ้างอิงได้เมื่อถูกกดดันให้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้จรรยาบรรณยังเป็น เนื้อหาบังคับของ CPD โดยทั้งผู้ทำบัญชีและ CPA ต้องมีเนื้อหาจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อปี
โครงสร้างกฎหมายและคำศัพท์ที่ต้องรู้
จรรยาบรรณมี 3 ชั้น และแบ่งผู้ประกอบวิชาชีพเป็น 2 กลุ่ม (PAPP และ PAIB)
ลำดับชั้นกฎหมายอ่านจากบนลงล่าง โดยให้เข้าใจว่ากฎหมายแม่บทกำหนดว่า “ต้องมี” → ข้อบังคับกำหนด “หลักการ” → คู่มือกำหนด “วิธีปฏิบัติ” ได้แก่
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (หมวด 7 มาตรา 46–49) — กำหนดให้ต้องมีจรรยาบรรณและบทลงโทษ โดยมาตรา 47 กำหนด 4 เรื่องที่จรรยาบรรณต้องมีเป็นอย่างน้อย
- ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณฯ พ.ศ. 2561 — ขยายเป็นหลักการพื้นฐาน 6 ข้อ และกรอบแนวคิด
- คู่มือประมวลจรรยาบรรณฯ — จัดทำตามแนวทางมาตรฐานสากล (IESBA) เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและวินิจฉัยปัญหา
คำศัพท์สำคัญคือผู้ประกอบวิชาชีพ 2 กลุ่ม ได้แก่
- PAPP ผู้ให้บริการสาธารณะ เช่น สำนักงานบัญชี/สอบบัญชี ครบทั้ง 6 ด้านรวมงานสอบบัญชี เน้นความเป็นอิสระสูงสุด
- PAIB ผู้ประกอบวิชาชีพในหน่วยงานธุรกิจ เช่น พนักงานบัญชีในบริษัท ครอบคลุม 5 ด้าน ยกเว้นงานสอบบัญชี
ทั้งนี้วิชาชีพบัญชีมี 6 ด้าน คือ การทำบัญชี การสอบบัญชี การบัญชีบริหาร การวางระบบบัญชี การบัญชีภาษีอากร และการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี
หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ — หัวใจของจรรยาบรรณ
ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องยึด 6 หลักนี้ในทุกงาน
- ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity) ประพฤติตรงไปตรงมาและจริงใจ ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดอย่างมีนัยสำคัญ พบตัวเลขคลาดเคลื่อนต้องแก้ ไม่ปล่อยผ่านแม้ถูกเร่งรัด
- ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ (Objectivity & Independence) ไม่ยอมให้อคติ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรืออิทธิพลผู้อื่นมาลบล้างดุลยพินิจ งานให้ความเชื่อมั่น เช่น สอบบัญชี ต้องเป็นอิสระทั้ง ทางจิตใจ และ เชิงประจักษ์ บุคคลที่สามผู้รอบรู้ต้องไม่สงสัยว่าความเที่ยงธรรมถูกลดทอน
- ความรู้ ความสามารถ และความเอาใจใส่ (Professional Competence & Due Care) รักษาความรู้ความชำนาญให้ทันสมัย ติดตามมาตรฐานและกฎหมายล่าสุด — การอบรม CPD คือการปฏิบัติตามหลักนี้โดยตรง
- การรักษาความลับ (Confidentiality) ไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าต่อบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับอนุมัติ และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน เว้นแต่มีสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย
- พฤติกรรมทางวิชาชีพ (Professional Behaviour) ปฏิบัติตามกฎหมาย หลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้วิชาชีพเสื่อมเสีย เช่น การโฆษณาเกินจริง
- ความโปร่งใส (Transparency) ปฏิบัติงานตามกฎหมายและมาตรฐาน ไม่ปกปิดหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง และจัดเก็บเอกสารให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
หมายเหตุ: ข้อบังคับไทย 2561 มี 6 ข้อ ส่วนคู่มือ IESBA มี 5 ข้อ ต่างกันเพียงการจัดกลุ่ม — ไทยรวม “ความเป็นอิสระ” ไว้กับความเที่ยงธรรมและเพิ่ม “ความโปร่งใส” ส่วน IESBA แยกความเป็นอิสระไปเป็นมาตรฐานในส่วนที่ 4 เนื้อหาสาระสำคัญเหมือนกันและใช้บังคับควบคู่กัน
กรอบแนวคิดและอุปสรรค 5 ประเภท — วิธีนำหลักการไปใช้จริง
วิธีคิดง่ายๆ เมื่อเจออุปสรรค ให้เรา "ระบุ" – "ประเมิน" – "จัดการ"
กรอบแนวคิด มี 3 ขั้นตอน คือ
(1) ระบุ อุปสรรคต่อการปฏิบัติตามหลักการ
(2) ประเมิน นัยสำคัญ โดยทดสอบผ่านมุมมอง “บุคคลที่สามผู้รอบรู้และมีข้อมูลครบถ้วน” ว่ายังถือว่าปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานหรือไม่ และ
(3) จัดการ ด้วยมาตรการป้องกัน เพื่อขจัดหรือลดอุปสรรคให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ หรือยุติ/ปฏิเสธงานนั้น
อุปสรรคมี 5 ประเภท ได้แก่
- ผลประโยชน์ส่วนตน (Self-Interest) ผลประโยชน์ทางการเงินหรืออื่นมีอิทธิพลต่อดุลยพินิจ
- การสอบทานผลงานตนเอง (Self-Review) ต้องประเมินงานที่ตนเองหรือคนในสำนักงานเคยทำไว้
- การเป็นผู้ให้การสนับสนุน (Advocacy) สนับสนุนสถานภาพลูกค้าจนไม่อาจเที่ยงธรรม
- ความคุ้นเคย (Familiarity) ความสัมพันธ์ใกล้ชิด/ยาวนานจนยอมรับผลงานมากเกินไป
- การถูกข่มขู่ (Intimidation) แรงกดดันที่ทำให้ไม่อาจปฏิบัติงานอย่างเที่ยงธรรม
มาตรการป้องกัน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่กำหนดโดยองค์กรวิชาชีพ/กฎหมาย (เช่น คุณสมบัติผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อกำหนด CPD) และกลุ่มที่จัดให้มีในที่ทำงาน (เช่น นโยบายและคู่มือของสำนักงาน) ทางเลือกสุดท้ายหากลดอุปสรรคไม่ได้ คือ ต้องปฏิเสธหรือยุติงาน หรือสำหรับ PAIB หรือพนักงานในบริษัทอาจต้องลาออก
บทลงโทษ — ผลของการประพฤติผิด
มีโทษทางวินัย 4 ระดับ และอาจมีโทษอาญาด้วย
ตามมาตรา 49 โทษทางวินัยเรียงจากเบาไปหนัก คือ (1) ตักเตือนเป็นหนังสือ (2) ภาคทัณฑ์ (3) พักใช้ใบอนุญาต/พักการขึ้นทะเบียน/ห้ามประกอบวิชาชีพ มีกำหนดเวลาแต่ไม่เกิน 3 ปี และ (4) เพิกถอนใบอนุญาต/เพิกถอนการขึ้นทะเบียน เป็นโทษหนักที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีมิติทางอาญา ตามมาตรา 70 หากยังประกอบวิชาชีพระหว่างถูกพัก/เพิกถอน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการรับรองเอกสารเท็จตามมาตรา 269 ประมวลกฎหมายอาญาที่ถึงที่สุด ถือเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณด้วย
ข้อควรระวังกับประเด็นในเชิงจรรยาบรรณ
- ของขวัญมูลค่าสูงจากลูกค้า กระทบความเที่ยงธรรม/เป็นอิสระ— หากเกินระดับเล็กน้อย ควรปฏิเสธหรือคืน และบันทึกไว้
- ทำบัญชีและสอบบัญชีให้ลูกค้ารายเดียวกัน ทำเอง ตรวจสอบเองไม่ได้ครับ ตามแนวทางคือต้องเลือกรับอย่างใดอย่างหนึ่ง
- ถูกผู้บริหารกดดันให้ตกแต่งงบ กระทบความซื่อสัตย์/โปร่งใส (อุปสรรคถูกข่มขู่) — ห้ามทำข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด เราควรหารือผู้กำกับดูแล แต่ถ้าไม่มีข้อยุติ อาจต้องพิจารณาลาออก
- ค่าธรรมเนียมแบบมีเงื่อนไข (อิงกำไร) สำหรับงานสอบบัญชีสร้างอุปสรรคที่ลดไม่ได้ ควรต้องปฏิเสธ
- ลูกค้ารายเดิมต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เกิดความคุ้นเคย จึงควรใช้การหมุนเวียนผู้รับผิดชอบงาน
- NOCLAR — พบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การรักษาความลับไม่ใช่เหตุผลที่จะเพิกเฉยต่อเรื่องที่กระทบประโยชน์สาธารณะ ต้องหารือ รายงาน และบันทึกหลักฐาน
บทความนี้สรุปจากหลักสูตรนับชั่วโมง CPD ด้านจรรยาบรรณ อ้างอิง พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547, ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณฯ พ.ศ. 2561 และคู่มือประมวลจรรยาบรรณฯ ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2568 (อ้างอิง IESBA 2024) เนื่องจากคู่มือมีการปรับปรุงต่อเนื่อง ก่อนนำไปใช้ควรตรวจสอบฉบับที่บังคับใช้ปัจจุบันที่ tfac.or.th
คำถามที่พบบ่อย
หลักการพื้นฐานจรรยาบรรณมีกี่ข้อ อะไรบ้าง?
ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี 2561 มี 6 ข้อ คือ ความซื่อสัตย์สุจริต, ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ, ความรู้ความสามารถและความเอาใจใส่, การรักษาความลับ, พฤติกรรมทางวิชาชีพ และ ความโปร่งใส (คู่มือ IESBA จัดเป็น 5 ข้อโดยแยกความเป็นอิสระออกไป แต่สาระเหมือนกัน)
เมื่อเจอ “อุปสรรค” ขัดขวางจรรยาบรรณต้องทำอย่างไร?
ใช้กรอบแนวคิด 3 ขั้น คือ ระบุอุปสรรค → ประเมินนัยสำคัญผ่านมุมมองบุคคลที่สามผู้รอบรู้ → จัดการด้วยมาตรการป้องกัน หากลดให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ไม่ได้ ต้องปฏิเสธหรือยุติงาน
ทำบัญชีและสอบบัญชีให้ลูกค้ารายเดียวกันได้ไหม?
เกิดอุปสรรค “การสอบทานผลงานตนเอง” หากลดอุปสรรคไม่ได้ เราต้องเลือกรับงานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะงานสอบบัญชีที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความเป็นอิสระตามที่กำหนด
จรรยาบรรณเกี่ยวกับการเก็บชั่วโมง CPD อย่างไร?
ทั้งผู้ทำบัญชี (12 ชั่วโมง/ปี) และ CPA (40 ชั่วโมง/ปี) ต้องมีเนื้อหาจรรยาบรรณ ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อปี การเข้าอบรมจรรยาบรรณจึงเป็นทั้งการรักษาสถานภาพและการปฏิบัติตามหลักความรู้ความสามารถโดยตรง
ฝ่าฝืนจรรยาบรรณมีโทษอย่างไร?
โทษทางวินัย 4 ระดับ ตั้งแต่ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ (ไม่เกิน 3 ปี) จนถึง เพิกถอนใบอนุญาต และอาจมีโทษอาญา เช่น จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หากยังประกอบวิชาชีพระหว่างถูกพัก/เพิกถอน
เกี่ยวกับผู้เขียน

พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูล
TA, CPIAT
ผู้จัดการสำนักงานบัญชี Riskless Accounting, ที่ปรึกษาวางระบบควบคุมภายใน และตรวจสอบภายใน
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบรับใบประกาศพร้อมยื่นสภาฯ
ดูคอร์สทั้งหมด


