จรรยาบรรณ ของ ผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชี คืออะไร หลักการ พื้นฐาน 6 ข้อ ที่ ผู้ทำบัญชี และ ผู้สอบบัญชี ต้องรู้ (อัปเดต 2569)

สรุปสั้น
จรรยาบรรณ
จรรยาบรรณ ของ ผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชี คืออะไร
จรรยาบรรณ
จุดตั้งต้นอยู่ที่
ควรเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า จรรยาบรรณ
ลำดับชั้นของกฎหมาย จรรยาบรรณ มี 3 ชั้น
จรรยาบรรณ
- พระราชบัญญัติ
วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 หมวด 7 (โดยเฉพาะ มาตรา 46 ถึง 49) เป็นกฎหมายแม่บทที่กำหนดให้ต้องมี จรรยาบรรณ และวางบทลงโทษไว้ โดยมาตรา 47 ระบุว่า จรรยาบรรณ อย่างน้อยต้อง ประกอบด้วย 4 เรื่อง คือ ความโปร่งใส ความเป็นอิสระ ความ เที่ยงธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต; ความรู้ความสามารถและมาตรฐานในการ ปฏิบัติงาน; ความรับผิดชอบ ต่อผู้รับบริการและการรักษาความลับ; และ ความรับผิดชอบ ต่อ ผู้ถือหุ้น ผู้เป็น หุ้นส่วน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ ผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชีปฏิบัติหน้าที่ให้ - ข้อบังคับ
สภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วย จรรยาบรรณ ของ ผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชี พ.ศ. 2569 ขยาย 4 เรื่อง ข้างต้น ออกเป็น หลักการ พื้นฐาน 6 ข้อ พร้อมกรอบแนวคิดในการจัดการอุปสรรค ฉบับนี้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 มีผลใช้บังคับ 16 กรกฎาคม 2569 และยกเลิก ข้อบังคับ ฉบับ พ.ศ. 2561 - คู่มือประมวล
จรรยาบรรณ ของ ผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชี ให้แนวปฏิบัติในระดับ รายละเอียด อ้างอิงประมวล จรรยาบรรณ สากลของ IESBA (International Ethics Standards Board for Accountants) ฉบับที่ใช้บังคับปัจจุบันคือฉบับ พ.ศ. 2568 ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 19/2568 อ้างอิง IESBA ฉบับปรับปรุงปี 2024 มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2568
หลักการ พื้นฐาน 6 ข้อ มีอะไรบ้าง
หลักการ
- ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity) ประพฤติตนอย่าง
ตรงไปตรงมา จริงใจในความสัมพันธ์ ทั้งมวล ทั้งทางวิชาชีพและทางธุรกิจ ส่วนคู่มือประมวล จรรยาบรรณ ขยายแนวปฏิบัติต่อว่า ต้องไม่เกี่ยวข้องกับรายงานหรือข้อมูลที่เชื่อว่าเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อพบว่าตนเกี่ยวข้องกับข้อมูลลักษณะนั้น ต้อง ดำเนินการ เพื่อยุติความเกี่ยวข้อง - ความ
เที่ยงธรรม และความเป็นอิสระ (Objectivity & Independence) ไม่ยอมให้อคติ ความขัดแย้ง ทาง ผลประโยชน์ หรืออิทธิพลอันเกินควรของบุคคลอื่น มาลบล้างการใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพหรือทางธุรกิจ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการ สาธารณะที่ทำงานให้ ความเชื่อมั่น ต้องมีความเป็นอิสระจากลูกค้าทั้งทางด้านจิตใจและในเชิงประจักษ์ ส่วน ผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชีใน หน่วยงาน ธุรกิจต้องคำนึงถึงความเป็นอิสระในการ ปฏิบัติงาน ตามหลักการ พื้นฐาน นี้ด้วย - ความรู้ ความสามารถ ความเอาใจใส่ และการรักษามาตรฐานในการ
ปฏิบัติงาน (Professional Competence & Due Care) มีและรักษาความรู้ความสามารถในระดับที่รับรองได้ว่าผู้รับบริการ ได้รับ บริการที่ดี พร้อมติดตามมาตรฐานวิชาชีพและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ - การรักษาความลับ (Confidentiality) ไม่
เปิดเผย ข้อมูลที่ได้จากความสัมพันธ์ทางวิชาชีพและทางธุรกิจให้บุคคลที่สามโดยไม่ ได้รับ อนุมัติ เว้นแต่ เป็นการ เปิดเผย ตามสิทธิหรือหน้าที่ทางกฎหมายหรือทางวิชาชีพ และไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สาม - พฤติกรรมทางวิชาชีพ (Professional Behaviour) ปฏิบัติตามกฎหมายและ
ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง และ หลีกเลี่ยง การกระทำ ใดที่อาจทำให้เกิด ความเสื่อมเสีย เกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพบัญชี - ความโปร่งใส (Transparency) แสดงให้เห็นถึงการ
ปฏิบัติงาน ตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ปกปิด ข้อเท็จจริง หรือบิดเบือนความจริงอันเป็นสาระสำคัญ และข้อมูลกับการ ปฏิบัติงาน ต้องติดตาม ตรวจสอบ ได้
ทำไม ข้อบังคับ ไทยมี 6 ข้อ แต่คู่มือ IESBA มี 5 ข้อ
คำตอบ
ข้อบังคับ
ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบวิชาชีพ
PAPP กับ PAIB มาดูกันว่า คุณอยู่กลุ่มไหน
คู่มือประมวล
- PAPP (Professional Accountants in Public Practice) คือ ผู้ประกอบวิชาชีพ
บัญชีที่ให้บริการสาธารณะ ปฏิบัติงาน ในสำนักงานซึ่งให้บริการทางวิชาชีพบัญชีแก่บุคคลภายนอก กลุ่มนี้ถูกกำกับเรื่องความเป็นอิสระ เข้มข้น ที่สุด โดยเฉพาะ ผู้ที่ทำงานสอบบัญชี แนวปฏิบัติอยู่ในคู่มือส่วนที่ 3 (หมวด 300 ถึง 399) และส่วนที่ 4 - PAIB (Professional Accountants in Business) คือ
ผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชีใน หน่วยงาน ธุรกิจ ที่ ได้รับ การว่าจ้างในกิจการ เช่น พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม ภาครัฐ หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งโดยสภาพแล้วไม่รวมถึงการเป็น ผู้สอบบัญชี ของกิจการที่ตนสังกัด แนวปฏิบัติอยู่ในคู่มือส่วนที่ 2 (หมวด 200 ถึง 299)
ประเด็นสำคัญคือ นักบัญชี
จรรยาบรรณ กับชั่วโมง CPD เกี่ยวข้องกันอย่างไร
ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เนื้อหาด้าน
ผู้ทำบัญชี
นี่คือเหตุผลที่คอร์สอบรม CPD ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี ในหมวด
ข้อควรระวัง
- ชั่วโมง
จรรยาบรรณ 1 ชั่วโมงเป็น ขั้นต่ำ แยก ต่างหาก ผู้ทำบัญชี ที่เก็บแต่หัวข้อบัญชีและภาษีจนครบ 12 ชั่วโมงก็ยังไม่ครบเงื่อนไข และทดแทนด้วยเนื้อหาอื่นไม่ได้ จึงควรใส่หัวข้อ จรรยาบรรณ ไว้ในแผนตั้งแต่เริ่มวางแผนเก็บชั่วโมงของปี และแจ้งชั่วโมงทันทีหลังอบรมแต่ละหลักสูตร - เอกสารที่
จัดทำ ก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 อาจยังอ้าง “ข้อบังคับฯ พ.ศ. 2561” ทั้งที่ฉบับ 2561 ถูกยกเลิกไปแล้วโดยฉบับ พ.ศ. 2569 เวลาทำเอกสารอบรมภายในองค์กรหรือคู่มือ ปฏิบัติงาน ควร ตรวจสอบ เลขปีทุกครั้งก่อน เผยแพร่ - นโยบาย
จรรยาบรรณ ของสำนักงานควรมี ขั้นตอน ให้ ทีมงาน ยืนยันการปฏิบัติตามเป็นประจำ เพื่อให้มี หลักฐาน ว่าได้ประเมินอุปสรรคไว้ ล่วงหน้า เมื่อเกิดกรณี ขัดแย้ง ทาง ผลประโยชน์ ขึ้นจริง - อุปสรรคจาก
ความคุ้นเคย (ข้อ 11 (ง) ของ ข้อบังคับฯ) เกิดจากความสัมพันธ์อันยาวนานหรือ ใกล้ชิด กับลูกค้าหรือ ผู้ว่าจ้าง จน เห็นอกเห็นใจ เกินไปใน ผลประโยชน์ ของเขา หรือยอมรับ ผลงาน ของเขาได้ง่ายเกินไป จึงควรประเมินอุปสรรคนี้เป็นระยะ และกำหนดมาตรการป้องกันไว้เป็นนโยบาย ล่วงหน้า แทนที่จะรอจนรู้สึกว่า ใกล้ชิด เกินไปแล้วค่อยแก้ - นักบัญชี
ที่ทำงานประจำในบริษัทแม้ไม่ได้เซ็นรับรอง งบการเงิน ก็อยู่ ภายใต้ จรรยาบรรณ และ โทษทางวินัย ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี เช่นเดียวกับ ผู้สอบบัญชี
เปิดอ่านต้นฉบับ: ข้อบังคับ
บทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
จรรยาบรรณ วิชาชีพบัญชี มีกี่ข้อ?
ตาม
ผู้ทำบัญชี กับ ผู้สอบบัญชี ใช้ จรรยาบรรณ ชุดเดียวกัน หรือไม่ ?
ใช้
ข้อบังคับ จรรยาบรรณ ฉบับปัจจุบันคือฉบับปีใด ?
ฉบับ พ.ศ. 2569 ประกาศใน
ต้องอบรม จรรยาบรรณ กี่ชั่วโมงต่อปี ?
ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ทั้ง
อบรมบัญชีออนไลน์ นับเป็นชั่วโมง จรรยาบรรณ ได้ หรือไม่ ?
ได้ หากเป็นหลักสูตร e-Learning ของ
ผิด จรรยาบรรณ มีโทษอย่างไร ?
มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กำหนด
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


