CPD/CPA Hours

จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คืออะไร - หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ ที่ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีต้องรู้ (อัปเดต 2569)

Sornron Thongprasert
accounting ethics 6 principles

สรุปสั้น

จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คือข้อกำหนดที่ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ประกอบด้วยหลักการพื้นฐาน 6 ข้อ ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ ความรู้ความสามารถ การรักษาความลับ พฤติกรรมทางวิชาชีพ และความโปร่งใส ปัจจุบันใช้บังคับตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีฉบับ พ.ศ. 2569

จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คืออะไร

จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คือหลักเกณฑ์ความประพฤติที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดขึ้นตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีทุกคนยึดถือในการปฏิบัติงาน โดยมีสถานะเป็น “ข้อบังคับ” ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ไม่ใช่เพียงแนวปฏิบัติที่ควรทำ

จุดตั้งต้นอยู่ที่พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 46 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีหรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี หรือมาตรฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยมาตรา 48 กำหนดต่อว่า การไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวถือเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณ

จุดที่หลายคนเข้าใจผิด คือ คิดว่าจรรยาบรรณเป็นเรื่องของผู้สอบบัญชีเท่านั้น ความจริงแล้วครอบคลุมผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีทั้ง 6 ด้านตามนิยามในมาตรา 4 ได้แก่ ด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชี ด้านการบัญชีบริหาร ด้านการวางระบบบัญชี ด้านการบัญชีภาษีอากร และด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี รวมถึงบริการเกี่ยวกับการบัญชีด้านอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

ลำดับชั้นของกฎหมายจรรยาบรรณ มี 3 ชั้น

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีของไทยไม่ได้อยู่ในเอกสารฉบับเดียว แต่ซ้อนกันเป็น 3 ชั้น อ่านจากบนลงล่างคือ กฎหมายแม่บทกำหนดว่า “ต้องมี” ข้อบังคับกำหนด “หลักการ” และคู่มือกำหนด “วิธีปฏิบัติ

  1. พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 หมวด 7 (โดยเฉพาะมาตรา 46–49) เป็นกฎหมายแม่บทที่กำหนดให้ต้องมีจรรยาบรรณ และวางบทลงโทษไว้ โดยมาตรา 47 ระบุว่าจรรยาบรรณอย่างน้อยต้องประกอบด้วย 4 เรื่อง คือ ความโปร่งใส ความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต; ความรู้ความสามารถและมาตรฐานในการปฏิบัติงาน; ความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการและการรักษาความลับ; และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีปฏิบัติหน้าที่ให้
  2. ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569 ขยาย 4 เรื่องข้างต้นออกเป็นหลักการพื้นฐาน 6 ข้อ พร้อมกรอบแนวคิดในการจัดการอุปสรรค ฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 มีผลใช้บังคับ 16 กรกฎาคม 2569 และยกเลิกข้อบังคับฉบับ พ.ศ. 2561
  3. คู่มือประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ให้แนวปฏิบัติในระดับรายละเอียด อ้างอิงประมวลจรรยาบรรณสากลของ IESBA (International Ethics Standards Board for Accountants) ฉบับที่ใช้บังคับปัจจุบันคือฉบับ พ.ศ. 2568 ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 19/2568 อ้างอิง IESBA ฉบับปรับปรุงปี 2024 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2568

หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ มีอะไรบ้าง

หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ กำหนดไว้ในข้อ 9 ของข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณฯ พ.ศ. 2569 เรียงตามลำดับ (ก) ถึง (ฉ) ดังนี้

  • ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity) ประพฤติตนอย่างตรงไปตรงมา จริงใจในความสัมพันธ์ทั้งมวล ทั้งทางวิชาชีพและทางธุรกิจ ส่วนคู่มือประมวลจรรยาบรรณขยายแนวปฏิบัติต่อว่า ต้องไม่เกี่ยวข้องกับรายงานหรือข้อมูลที่เชื่อว่าเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อพบว่าตนเกี่ยวข้องกับข้อมูลลักษณะนั้น ต้องดำเนินการเพื่อยุติความเกี่ยวข้อง
  • ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ (Objectivity & Independence) ไม่ยอมให้อคติ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรืออิทธิพลอันเกินควรของบุคคลอื่น มาลบล้างการใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพหรือทางธุรกิจ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการสาธารณะที่ทำงานให้ความเชื่อมั่นต้องมีความเป็นอิสระจากลูกค้าทั้งทางด้านจิตใจและในเชิงประจักษ์ ส่วนผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในหน่วยงานธุรกิจต้องคำนึงถึงความเป็นอิสระในการปฏิบัติงานตามหลักการพื้นฐานนี้ด้วย
  • ความรู้ ความสามารถ ความเอาใจใส่ และการรักษามาตรฐานในการปฏิบัติงาน (Professional Competence & Due Care) มีและรักษาความรู้ความสามารถในระดับที่รับรองได้ว่าผู้รับบริการได้รับบริการที่ดี พร้อมติดตามมาตรฐานวิชาชีพและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
  • การรักษาความลับ (Confidentiality) ไม่เปิดเผยข้อมูลที่ได้จากความสัมพันธ์ทางวิชาชีพและทางธุรกิจให้บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับอนุมัติ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามสิทธิหรือหน้าที่ทางกฎหมายหรือทางวิชาชีพ และไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สาม
  • พฤติกรรมทางวิชาชีพ (Professional Behaviour) ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และหลีกเลี่ยงการกระทำใดที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพบัญชี
  • ความโปร่งใส (Transparency) แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ปกปิดข้อเท็จจริงหรือบิดเบือนความจริงอันเป็นสาระสำคัญ และข้อมูลกับการปฏิบัติงานต้องติดตามตรวจสอบได้

ทำไมข้อบังคับไทยมี 6 ข้อ แต่คู่มือ IESBA มี 5 ข้อ

คำตอบคือ เนื้อหาเหมือนกันในสาระสำคัญ ต่างกันเพียงวิธีการจัดกลุ่ม จึงใช้บังคับควบคู่กันได้โดยไม่ขัดแย้ง

ข้อบังคับของไทยรวม “ความเป็นอิสระ” ไว้กับ “ความเที่ยงธรรม” เป็นข้อเดียว และเพิ่ม “ความโปร่งใส” เข้ามาเป็นหลักการที่ 6 ตามที่มาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี กำหนดไว้ ส่วนคู่มือ IESBA แยก “ความเป็นอิสระ” ออกไปกำหนดเป็นมาตรฐานต่างหากในส่วนที่ 4ก (งานสอบบัญชีและงานสอบทาน) และส่วนที่ 4ข (งานให้ความเชื่อมั่นอื่น) จึงเหลือหลักการพื้นฐาน 5 ข้อ คือ Integrity, Objectivity, Professional Competence and Due Care, Confidentiality และ Professional Behaviour ตามหมวด 111 ถึง 115

ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไทยต้องดูทั้งสองฉบับ โดยยึดข้อบังคับเป็นกรอบทางกฎหมาย และใช้คู่มือประมวลจรรยาบรรณเป็นแนวทางลงรายละเอียดเมื่อเจอสถานการณ์เฉพาะ

PAPP กับ PAIB มาดูกันว่า คุณอยู่กลุ่มไหน

คู่มือประมวลจรรยาบรรณแบ่งผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งมีข้อกำหนดเฉพาะแตกต่างกัน

  • PAPP (Professional Accountants in Public Practice) คือ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ให้บริการสาธารณะ ปฏิบัติงานในสำนักงานซึ่งให้บริการทางวิชาชีพบัญชีแก่บุคคลภายนอก กลุ่มนี้ถูกกำกับเรื่องความเป็นอิสระเข้มข้นที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานสอบบัญชี แนวปฏิบัติอยู่ในคู่มือส่วนที่ 3 (หมวด 300–399) และส่วนที่ 4
  • PAIB (Professional Accountants in Business) คือผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในหน่วยงานธุรกิจ ที่ได้รับการว่าจ้างในกิจการ เช่น พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม ภาครัฐ หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งโดยสภาพแล้วไม่รวมถึงการเป็นผู้สอบบัญชีของกิจการที่ตนสังกัด แนวปฏิบัติอยู่ในคู่มือส่วนที่ 2 (หมวด 200–299)

ประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ นักบัญชีที่ทำงานประจำในบริษัท (PAIB) ก็อยู่ภายใต้จรรยาบรรณเต็มรูปแบบเช่นเดียวกับผู้สอบบัญชี ไม่ได้รับการยกเว้นเพียงเพราะไม่ได้เซ็นรับรองงบการเงิน

จรรยาบรรณกับชั่วโมง CPD เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เนื้อหาด้านจรรยาบรรณกลายเป็นชั่วโมง CPD ภาคบังคับของผู้ทำบัญชีเป็นครั้งแรก ทำให้ปัจจุบันบังคับครบทั้งสองกลุ่ม เพราะฝั่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตมีข้อกำหนดนี้อยู่ก่อนแล้ว

ผู้ทำบัญชีต้องพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ส่วนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องเก็บ CPD รวม 40 ชั่วโมงต่อปี แบ่งเป็นชั่วโมงที่เป็นทางการไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง ซึ่งในจำนวนนี้ต้องมีเนื้อหาจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงเช่นกัน

นี่คือเหตุผลที่คอร์สอบรม CPD ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี ในหมวดจรรยาบรรณได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2569 เพราะเป็นชั่วโมงที่ขาดไม่ได้ ไม่สามารถใช้เนื้อหาด้านบัญชีหรือภาษีมาทดแทนได้

ข้อควรระวัง จากประสบการณ์ที่พบเจอ

  • ผู้ทำบัญชีจำนวนมากเข้าใจว่าจรรยาบรรณเป็นเรื่องของผู้สอบบัญชี จึงเลือกอบรมแต่หัวข้อบัญชีและภาษีจนครบ 12 ชั่วโมง แล้วมาพบตอนสิ้นปีว่าขาดชั่วโมงจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นชั่วโมงที่ทดแทนด้วยเนื้อหาอื่นไม่ได้ ควรเลือกเก็บหัวข้อจรรยาบรรณตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่ไปเร่งช่วงเดือนธันวาคม
  • เอกสารอ้างอิงจรรยาบรรณที่หมุนเวียนกันในวงการยังอ้าง “ข้อบังคับฯ พ.ศ. 2561” อยู่จำนวนมาก รวมถึงบางหน้าบนเว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชีเองที่ยังไม่ได้อัปเดต ทั้งที่ฉบับ 2561 ถูกยกเลิกไปแล้วโดยฉบับ พ.ศ. 2569 เวลาทำเอกสารอบรมภายในองค์กรหรือคู่มือปฏิบัติงาน ควรตรวจสอบเลขปีทุกครั้งก่อนเผยแพร่
  • หลายสำนักงานมีนโยบายจรรยาบรรณเป็นเอกสารสวยงาม แต่ไม่มีขั้นตอนให้ทีมงานยืนยันการปฏิบัติตามเป็นประจำทุกปี ทำให้เมื่อเกิดกรณีขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้นจริง ไม่มีหลักฐานว่าได้ประเมินอุปสรรคไว้ล่วงหน้า
  • ประเด็นที่พบบ่อยที่สุดในงานจริงไม่ใช่การทุจริตโจ่งแจ้ง แต่เป็นความคุ้นเคยจากการทำงานกับลูกค้ารายเดิมยาวนานหลายปี จนดุลยพินิจทางวิชาชีพค่อย ๆ อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ทางป้องกันที่ได้ผลคือการกำหนดรอบหมุนเวียนทีมงานเป็นนโยบายไว้ล่วงหน้า แทนที่จะรอจนรู้สึกว่าใกล้ชิดเกินไปแล้วค่อยเปลี่ยน
  • นักบัญชีที่ทำงานประจำในบริษัทมักคิดว่าเมื่อไม่ได้เซ็นรับรองงบการเงิน จึงไม่มีความเสี่ยงด้านจรรยาบรรณ ทั้งที่คำวินิจฉัยลงโทษจรรยาบรรณจำนวนไม่น้อยเกิดกับผู้ทำบัญชี ไม่ใช่ผู้สอบบัญชี

บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547, ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569, คู่มือประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2568 (ประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 19/2568) และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ณ ปี 2569

ทั้งนี้ ข้อบังคับและประกาศอาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชี (tfac.or.th) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ก่อนนำไปใช้อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี มีกี่ข้อ?

ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569 ข้อ 9 กำหนดหลักการพื้นฐานไว้ 6 ข้อ ส่วนคู่มือประมวลจรรยาบรรณที่อ้างอิง IESBA กำหนดไว้ 5 ข้อ เพราะแยกความเป็นอิสระออกไปเป็นมาตรฐานต่างหาก

ผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีใช้จรรยาบรรณชุดเดียวกันหรือไม่ ?

ใช้หลักการพื้นฐาน 6 ข้อชุดเดียวกัน แต่คู่มือประมวลจรรยาบรรณมีข้อกำหนดเฉพาะแยกตามกลุ่ม โดยผู้ให้บริการสาธารณะ (PAPP) อยู่ในส่วนที่ 3 และ 4 ส่วนผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานธุรกิจ (PAIB) อยู่ในส่วนที่ 2

ข้อบังคับจรรยาบรรณฉบับปัจจุบันคือฉบับปีใด ?

ฉบับ พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 มีผลใช้บังคับ 16 กรกฎาคม 2569 และยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2561 แล้ว

ต้องอบรมจรรยาบรรณกี่ชั่วโมงต่อปี ?

ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โดยของผู้สอบบัญชีต้องเป็นชั่วโมงที่เป็นทางการ

อบรมบัญชีออนไลน์ นับเป็นชั่วโมงจรรยาบรรณได้หรือไม่ ?

ได้ หากเป็นหลักสูตร e-Learning ของผู้จัดการอบรมที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาวิชาชีพบัญชี และผู้เรียนผ่านการทดสอบความรู้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

ผิดจรรยาบรรณมีโทษอย่างไร ?

มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กำหนดโทษทางวินัย 4 ระดับ ตั้งแต่ตักเตือนเป็นหนังสือ ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตหรือพักการขึ้นทะเบียนไม่เกิน 3 ปี จนถึงเพิกถอนใบอนุญาตหรือเพิกถอนการขึ้นทะเบียน

เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert

Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance

อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?

ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้ยื่นชั่วโมงต่อสภาฯ ด้วยตนเอง

ดูคอร์สทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) แจ้งชั่วโมง CPD
CPD/CPA Hours

ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) เข้าสู่ระบบ เช็กสถานะ และแจ้งชั่วโมง CPD กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (อัปเดต 2569)

บทความนี้พาทำทีละขั้น ตั้งแต่เข้าสู่ระบบงานผู้ทำบัญชีให้ได้ เช็กสถานะของตัวเองแบบไม่ต้องล็อกอิน อ่านตารางชั่วโมง CPD ให้เป็น ไปจนถึงแจ้งชั่วโมงให้ทันกำหนดใหม่ 31 ธันวาคม พร้อมภาพหน้าจอจริงทุกขั้นตอน

Sornron Thongprasert
จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
จรรยาบรรณ

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี สรุปหลักการ อุปสรรค บทลงโทษ สำหรับผู้ทำบัญชีและ CPA

วิชาชีพบัญชีตั้งอยู่บน “ความไว้วางใจของสาธารณชน” จรรยาบรรณคือสิ่งที่ทำให้งบการเงินเชื่อถือได้ บทความนี้สรุปจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีแบบครบและอ่านง่าย ตั้งแต่ลำดับชั้นกฎหมาย หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ อุปสรรค 5 ประเภทและวิธีจัดการ ไปจนถึง บทลงโทษและกรณีศึกษาจริง พร้อมเช็กลิสต์ที่ใช้ได้ทันที

พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูล
เก็บชั่วโมง CPD/CPA สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี
CPD/CPA Hours

คู่มือเก็บชั่วโมงและแจ้งสภาวิชาชีพบัญชี สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี (อัปเดต 2569)

CPD คือหัวใจของการรักษาสถานภาพนักบัญชีและผู้สอบบัญชี แต่หลายคนยังสับสนว่าต้องเก็บกี่ชั่วโมง แบ่งเป็นอะไรบ้าง และแจ้งภายในเมื่อไหร่ บทความนี้สรุปกฎจากข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีแบบอ่านง่าย ครบทั้งผู้ทำบัญชีและ CPA พร้อมกำหนดเวลาใหม่ปี 2569 บทลงโทษ และข้อพลาดที่เจอบ่อย

พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูล