CPD/CPA Hours

ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) เข้าสู่ระบบ เช็กสถานะ และแจ้งชั่วโมง CPD กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (อัปเดต 2569)

Sornron Thongprasert
ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) แจ้งชั่วโมง CPD

สรุปสั้น

ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ระบบที่ผู้ทำบัญชีใช้แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี แจ้งรับทำบัญชี ยืนยันการทำบัญชี และแจ้งชั่วโมง CPD เข้าสู่ระบบได้ที่ e-accountant.dbd.go.th โดยใช้เลขผู้ทำบัญชีหรือชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือเข้าด้วย ThaID ก็ได้ สำหรับชั่วโมงที่อบรมตั้งแต่ปี 2569 ต้องแจ้งไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่อบรม และต้องตามให้สถานะการแจ้งขึ้นเป็น "อนุมัติ"

ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) คืออะไร ใครต้องใช้

ระบบงานผู้ทำบัญชีเป็นระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ผู้ทำบัญชีต้องใช้ตลอดอายุการเป็นผู้ทำบัญชี ไม่ใช่แค่ตอนสมัครครั้งแรก

ระบบงานผู้ทำบัญชี หรือ e-Accountant เป็นระบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้เก็บข้อมูลผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และใช้บังคับเงื่อนไขตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถ้าเปิดเว็บแล้วเห็นโลโก้เขียนว่า e-Accountant Plus ไม่ต้องสงสัยว่าเข้าผิดที่ นั่นคือระบบเวอร์ชันใหม่ ส่วนชื่อทางการที่ใช้ทั้งในเว็บและในประกาศคือ ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant)

เรื่องที่ต้องทำผ่านระบบนี้มี 5 เรื่องหลัก

  • แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี และตรวจหนังสือรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี
  • แจ้งรับทำบัญชี และแจ้งยกเลิกทำบัญชี ให้แก่ธุรกิจแต่ละราย
  • ยืนยันการทำบัญชีให้ธุรกิจ ก่อนธุรกิจนำส่งงบการเงิน
  • แจ้งชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD)
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูล แจ้งยกเลิก หรือขอกลับมาเป็นผู้ทำบัญชี

ควรแยกให้ออกก่อนว่า ระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับระบบของสภาวิชาชีพบัญชีเป็นคนละระบบกัน สภาวิชาชีพบัญชีดูแลเรื่องสมาชิกและใบอนุญาต ส่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดูแลสถานะผู้ทำบัญชีตามกฎหมายการบัญชี สองฝั่งนี้เชื่อมกันตรงที่ถ้าขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี สถานะผู้ทำบัญชีฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็จะมีปัญหาตามไปด้วย

ภาพหน้าแรกของระบบงานผู้ทำบัญชี พร้อมตำแหน่งปุ่มเข้าสู่ระบบ/ลงทะเบียน
ภาพหน้าแรกของระบบงานผู้ทำบัญชี พร้อมตำแหน่งปุ่มเข้าสู่ระบบ/ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบ e-Accountant อย่างไร ถ้าเข้าไม่ได้ต้องทำอย่างไร

ให้เข้าที่ e-accountant.dbd.go.th แล้วเลือกได้ 2 ทาง คือใส่เลขผู้ทำบัญชีหรือชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือเข้าด้วย ThaID

ที่อยู่เว็บที่ถูกต้องคือ e-accountant.dbd.go.th ซึ่งมีขีดกลางระหว่าง e กับ accountant แล้วกดปุ่มเข้าสู่ระบบ/ลงทะเบียนตรงมุมขวาบน ใครที่เก็บลิงก์เก่าไว้ในบุ๊กมาร์กหรือกดตามลิงก์ในบทความเก่าอาจเจอหน้าว่างเปล่า เพราะระบบย้ายมาเป็นเวอร์ชันใหม่แล้ว

หน้าเข้าสู่ระบบจะมี 2 ช่อง คือ เลขผู้ทำบัญชี หรือชื่อผู้ใช้งาน กับ รหัสผ่าน และมีทางเลือกเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID คือปุ่มเข้าสู่ระบบด้วย ThaID ซึ่งจะขึ้นคิวอาร์โค้ดให้สแกนด้วยแอป ThaID ภายในเวลาที่นับถอยหลังให้ ทางนี้เหมาะกับคนที่จำรหัสผ่านไม่ได้ เพราะยืนยันตัวตนผ่านแอปที่ผูกกับบัตรประชาชนอยู่แล้ว

ภาพหน้าเข้าสู่ระบบ e-Accountant แสดงช่องกรอกและปุ่มเข้าสู่ระบบด้วย ThaID
ภาพหน้าเข้าสู่ระบบ e-Accountant แสดงช่องกรอกและปุ่มเข้าสู่ระบบด้วย ThaID
ภาพหน้าจอสแกน QR ด้วยแอป ThaID พร้อมเวลานับถอยหลัง
ภาพหน้าจอสแกน QR ด้วยแอป ThaID พร้อมเวลานับถอยหลัง

ก่อนเข้าถึงหน้าใช้งานจริง ระบบจะขึ้นกล่องข้อตกลงให้กดยอมรับ ใจความสำคัญคือการนำเข้าข้อมูลหรือนำส่งหลักฐานผ่านระบบนี้ ถือว่าผู้ทำบัญชีเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้า หากปรากฏว่าแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตัดหรือเพิกถอนสิทธิการเข้าข้อมูล และอาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พูดง่าย ๆ คือทุกอย่างที่กรอกในระบบนี้มีน้ำหนักเท่ากับการเซ็นชื่อรับรอง

ภาพกล่องข้อตกลงก่อนเข้าใช้ระบบงานผู้ทำบัญชี
ภาพกล่องข้อตกลงก่อนเข้าใช้ระบบงานผู้ทำบัญชี

ถ้าเข้าระบบไม่ได้ ต้องทำอย่างไร

  • ลืมรหัสผ่าน กดลิงก์ "ลืมรหัสผ่าน" ใต้ช่องรหัสผ่านเพื่อตั้งรหัสใหม่ตามขั้นตอนของระบบ
  • ยังไม่เคยมีบัญชีผู้ใช้งาน กด "ไม่มีบัญชี? ลงทะเบียน" เพื่อขอชื่อผู้ใช้งานก่อน โดยต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะใช้งานระบบได้
  • เคยใช้ระบบเดิมแต่เข้าไม่ได้ ในหน้า "คู่มือการใช้งาน" ของเว็บมีหัวข้อแยกไว้ให้ชื่อ "การเข้าสู่ระบบครั้งแรกสำหรับผู้ใช้งานเก่า" เปิดหัวข้อนั้นดูก่อนโทรถามครับ ประหยัดเวลากว่ามาก
  • เข้าไม่ได้จริง ๆ ติดต่อผู้ดูแลระบบตามที่ระบุไว้ท้ายเว็บ คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 13 โทร 02 547 4395 หรือสายด่วน 1570

เช็กสถานะผู้ทำบัญชีของตัวเอง แบบไม่ต้องล็อกอิน

หน้าแรกของระบบมีเมนู "ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี" กรอกชื่อกับนามสกุลก็ดูได้เลย

ถ้ายังเข้าระบบไม่ได้ หรือแค่อยากรู้ว่าสถานะตัวเองปกติไหม ให้ใช้เมนู "ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี" บนหน้าแรก กรอกชื่อและนามสกุลแล้วกดค้นหา ไม่ต้องล็อกอิน ใช้เวลาไม่ถึงนาที และการตรวจทำอยู่บนเว็บของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเองทั้งหมด ไม่ได้เด้งออกไปเว็บอื่น ต่างจากเมนูแจ้งชั่วโมง CPD ที่จะพาข้ามไปเว็บสภาวิชาชีพบัญชี

นี่คือขั้นตอนที่ผมแนะนำให้ทำเป็นอันดับแรกทุกครั้งที่สงสัยว่ามีอะไรผิดปกติ เพราะถ้าสถานะขึ้นว่าขาดคุณสมบัติ เช่น "ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี" การไปนั่งไล่แก้เรื่องชั่วโมง CPD ก่อนก็ไม่ช่วยอะไร ต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุคือสถานะสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อน

ภาพหน้าตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี กรอกชื่อ-นามสกุลแล้วกดค้นหา
ภาพหน้าตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี กรอกชื่อ-นามสกุลแล้วกดค้นหา

ผลลัพธ์จะขึ้นเป็นการ์ด ผลการตรวจสอบ พร้อมเครื่องหมายถูกสีเขียว ระบุสถานะผู้ทำบัญชีกับชื่อ-นามสกุล สถานะที่ปกติคือ คงอยู่ ส่วนสถานะที่ต้องรีบจัดการคือแบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยประชาสัมพันธ์เตือนไว้ คือ ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งมีผลถึงคุณสมบัติการเป็นผู้ทำบัญชีโดยตรง

ภาพผลการตรวจสอบที่ขึ้นสถานะ คงอยู่
ภาพผลการตรวจสอบที่ขึ้นสถานะ คงอยู่

หน้าแรกยังมีเมนู "ค้นหาผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล" ให้ด้วย และใช้ได้โดยไม่ต้องล็อกอินเหมือนกัน ค้นได้ 3 ทาง คือเลขทะเบียนนิติบุคคลหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อนิติบุคคลหรือชื่อกิจการ และเลือกปีงบการเงินที่ยืนยันทำบัญชี ผลลัพธ์บอกชื่อผู้ทำบัญชี วันที่แจ้งรับทำบัญชี รอบปีบัญชี ปีงบการเงินที่ยืนยันทำบัญชี และวันที่ยืนยันทำบัญชี โดยระบบแสดงผู้ทำบัญชีที่แจ้งรับทำบัญชีไว้ทั้งหมด และข้อมูลการยืนยันทำบัญชีย้อนหลัง 5 ปี

เมนูนี้มีประโยชน์สองทาง เจ้าของธุรกิจใช้ตรวจว่าชื่อผู้ทำบัญชีที่ผูกกับกิจการตรงกับความจริงหรือไม่ ส่วนผู้ทำบัญชีใช้ตรวจย้อนกลับว่าลูกค้าที่รับงานอยู่ปรากฏชื่อเราครบทุกรายหรือเปล่า ซึ่งสำคัญเพราะการแจ้งรับทำบัญชีมีกรอบ 30 วันนับแต่วันที่รับทำบัญชี

ภาพหน้าค้นหาผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล พร้อมช่องค้นหาและคอลัมน์ผลลัพธ์
ภาพหน้าค้นหาผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล พร้อมช่องค้นหาและคอลัมน์ผลลัพธ์

เช็กชั่วโมง CPD ของตัวเองว่าเก็บครบหรือยัง

สามารถเปิดตารางสรุปชั่วโมงในระบบ ซึ่งคำนวณให้เสร็จว่าคุณยังขาดอีกกี่ชั่วโมง และขาดด้านไหน

ผู้ทำบัญชีต้องเก็บชั่วโมง CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาด้านการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาด้านจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เวลาเช็กจึงต้องดู 2 ชั้นเสมอ คือยอดรวมครบ 12 ชั่วโมงหรือยัง และสัดส่วนแต่ละด้านครบหรือไม่

ข้อดีคือ ระบบทำ 2 ชั้นนี้ให้แล้ว หน้าจะชื่อว่า แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (ผู้ทำบัญชี) เลือกปีที่ต้องการดูได้จากช่องปีมุมบนซ้าย มุมบนขวามีป้ายสถานะบอกทันทีว่าปีนั้นยื่นครบหรือยัง เช่น ยื่นชั่วโมงยังไม่ครบ

ใต้ลงมาเป็นแถบเงื่อนไข 3 ช่อง บอกว่าปีนี้ต้องยื่นกี่ชั่วโมง ต้องเป็นด้านบัญชีอย่างน้อยกี่ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณอย่างน้อยกี่ชั่วโมง ซึ่งของผู้ทำบัญชีคือ 12, 6 และ 1 ตามลำดับ ถัดมาเป็นตารางแยกชั่วโมงเป็น 3 ด้านคือ การบัญชี จรรยาบรรณ และอื่น ๆ ไล่รายหลักสูตรพร้อมรหัสหลักสูตร สถานะ และวันที่ดำเนินการ แล้วปิดท้ายด้วย 3 บรรทัดสรุป คือรวมชั่วโมงที่ยื่นทั้งหมด สรุปผลการยื่นชั่วโมงที่อนุมัติ และบรรทัดสีแดง จำนวนชั่วโมงที่ต้องยื่นเพิ่ม

ภาพตารางสรุปชั่วโมง CPD แยก 3 ด้าน พร้อมบรรทัดจำนวนชั่วโมงที่ต้องยื่นเพิ่ม
ภาพตารางสรุปชั่วโมง CPD แยก 3 ด้าน พร้อมบรรทัดจำนวนชั่วโมงที่ต้องยื่นเพิ่ม

บรรทัดสีแดงนี่แหละที่ควรดูก่อนอย่างอื่น เพราะบอกได้ทันทีว่ายังต้องยื่นเพิ่มด้านใดอีกกี่ชั่วโมง

ตัวอย่างเช่น ยื่นไปแล้ว 13 ชั่วโมง เกิน 12 ชั่วโมงที่กฎหมายกำหนดด้วยซ้ำ แต่ระบบยังขึ้นแดงว่าต้องยื่นเพิ่มด้านการบัญชีอีก 6 ชั่วโมง เพราะชั่วโมงที่ยื่นไปเป็นด้านอื่น ๆ กับจรรยาบรรณ ส่วน 6 ชั่วโมงด้านการบัญชีเป็นขั้นต่ำที่เอาด้านอื่นมาทดแทนไม่ได้ ใครดูแต่ยอดรวมจะเข้าใจผิดได้

เรื่องชั่วโมงจรรยาบรรณอ่านเพิ่มได้ที่ จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ

ผู้ทำบัญชีที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีปีแรก มีข้อผ่อนผันอยู่ข้อหนึ่ง คือถ้ากรมรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมถึง 31 ธันวาคม ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนจนสิ้นปีปฏิทิน ปีนั้นยังไม่ต้องเก็บ CPD ให้เริ่มเก็บในปีถัดไปได้

แจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ ทำอย่างไร

ให้เข้าเมนู แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) แล้วกรอกรหัสหลักสูตรอย่างเดียว ไม่ต้องกรอกจำนวนชั่วโมงหรือวันที่เอง

สิ่งที่ควรรู้ คือ เมนูนี้ในระบบงานผู้ทำบัญชีเป็นทางเชื่อมไปยังหน้าแจ้งชั่วโมงของสภาวิชาชีพบัญชี กดแล้วระบบจะพาข้ามไปให้เอง แปลว่าไม่ว่าจะเริ่มจากฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือเข้าเว็บสภาฯ ตรง ๆ ปลายทางก็คือที่เดียวกัน จึงไม่ต้องแจ้งซ้ำสองที่ และไม่ต้องกังวลว่าแจ้งฝั่งหนึ่งแล้วอีกฝั่งจะไม่เห็น

ขั้นตอนมี 5 ขั้น

  1. ล็อกอินเข้าระบบงานผู้ทำบัญชี
  2. เข้าได้ 2 ทาง คือแถบเมนูซ้าย หัวข้อ ระบบงาน เลือก แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) หรือกดการ์ด การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) บนหน้าหลักหลังล็อกอิน ทั้งสองทางพาไปที่เดียวกัน
  3. ที่แท็บ แจ้งชั่วโมง CPD ผู้ทำบัญชี กรอกรหัสหลักสูตรลงช่อง โดยใช้รหัสตามที่พิมพ์บนหนังสือรับรองที่ผู้จัดอบรมออกให้
  4. กดปุ่ม ค้นหา แล้วตรวจว่าชื่อหลักสูตรและจำนวนชั่วโมงที่ระบบดึงมาตรงกับที่อบรมจริง
  5. กดปุ่ม เพิ่ม ระบบจะบันทึกให้อัตโนมัติ แล้วรายการจะไปโผล่ในตารางสรุป
ภาพหน้าหลักหลังล็อกอิน การ์ดขวาสุดคือ การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD)
ภาพหน้าหลักหลังล็อกอิน การ์ดขวาสุดคือ การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD)
ภาพเมนู แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ในแถบระบบงาน
ภาพเมนู แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ในแถบระบบงาน
ภาพช่องกรอกรหัสหลักสูตรพร้อมปุ่มค้นหา ในแท็บแจ้งชั่วโมง CPD ผู้ทำบัญชี
ภาพช่องกรอกรหัสหลักสูตรพร้อมปุ่มค้นหา ในแท็บแจ้งชั่วโมง CPD ผู้ทำบัญชี

ระบบจะดึงชั่วโมงจากรหัสหลักสูตร ไม่ได้ให้พิมพ์เอง รหัสหลักสูตรบนหนังสือรับรองจึงเป็นของสำคัญที่สุดที่ต้องได้จากผู้จัดอบรม ถ้าหลักสูตรไหนไม่มีรหัส แปลว่าแจ้งชั่วโมงเข้าระบบไม่ได้ตั้งแต่ต้น

สามเรื่องที่ต้องจำ

  • แจ้งได้ทันทีหลังอบรมเสร็จ ไม่ต้องรอปลายปี และไม่ควรรอ เพราะถ้ารหัสผิดหรือชั่วโมงไม่ตรงจะได้แก้ทัน
  • แจ้งครั้งเดียวพอ เพราะทั้งสองช่องทางไปจบที่ระบบเดียวกัน
  • แจ้งแล้วต้องกลับมาดูสถานะ ให้ขึ้นเป็น อนุมัติ ในตารางสรุป เพราะการกดส่งยังไม่ใช่การอนุมัติ

การนับชั่วโมงต้องตรงกันสองฝั่ง คือ สถาบันที่จัดอบรมแจ้งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมของตัวเอง และผู้ทำบัญชีแจ้งชั่วโมงของตัวเอง ถ้าฝั่งใดฝั่งหนึ่งยังไม่เรียบร้อย สถานะก็จะยังไม่เป็นอนุมัติ

อีกเรื่องที่ควรรู้ไว้ ก่อนเข้าระบบงานผู้ทำบัญชีจะมีกล่องข้อตกลงขึ้นมาให้กดยอมรับ ใจความคือการนำเข้าข้อมูลหรือนำส่งหลักฐานผ่านระบบนี้ ถือว่าผู้ทำบัญชีเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้า หากปรากฏว่าแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตัดหรือเพิกถอนสิทธิการเข้าข้อมูล และอาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พูดง่าย ๆ คือการกดแจ้งชั่วโมงมีน้ำหนักเท่ากับการเซ็นชื่อรับรอง ไม่ใช่การกรอกฟอร์มเล่น ๆ

กำหนดเวลาใหม่คือ 31 ธันวาคม ไม่ใช่ 30 มกราคมแล้ว

ชั่วโมงที่อบรมตั้งแต่ปี 2569 ต้องแจ้งไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่อบรม
ส่วนกำหนดที่ให้แจ้งได้ถึง 30 มกราคมของปีถัดไป เป็นกติกาของประกาศฉบับเดิมที่ถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องหลังทำกิจกรรมเสร็จสิ้น และต้องไม่เกินวันสิ้นปีปฏิทินที่พัฒนาความรู้ต่อเนื่อง คือไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี

นั่นคือ ไม่มีช่วงผ่อนผันต้นปีถัดไปอีกแล้ว เก็บปีไหนต้องแจ้งจบภายในปีนั้น และเพราะแจ้งได้ตั้งแต่อบรมแต่ละหลักสูตรเสร็จ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือแจ้งทันทีหลังอบรมแต่ละหลักสูตร ไม่รอรวบแจ้งปลายปี

ถ้าชั่วโมง CPD ไม่ครบ จะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าชั่วโมงไม่ครบ ไม่ได้ทำให้ขาดคุณสมบัติผู้ทำบัญชี แต่มีโทษปรับเป็นพินัย และต้องอบรมชดเชย

ประกาศฉบับนี้แยกสองคำออกจากกันชัดเจน คือ "คุณสมบัติ" กับ "เงื่อนไข" ชั่วโมง CPD ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติหลังเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว ดังนั้นชั่วโมงไม่ครบจึงไม่ได้ทำให้สถานะผู้ทำบัญชีหลุดทันที แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลอะไร เพราะการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย และต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องชดเชยให้ครบจำนวนชั่วโมงที่ขาดไป โดยเมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง ต้องเป็นเนื้อหาด้านการบัญชีทั้งหมด และนำไปรวมเพิ่มกับจำนวนชั่วโมงที่ต้องเก็บในปีถัดไป พูดง่าย ๆ คือปีหน้าต้องเก็บเพิ่มเท่ากับชั่วโมงที่ขาด (ชดเชยรวมไม่เกิน 12 ชั่วโมง)

สถานะขึ้นว่า "ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี" อันตรายกว่าที่คิด

อันนี้กระทบคุณสมบัติโดยตรง และตั้งแต่ปี 2569 การกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีต้องผ่านการทดสอบก่อน

การเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีเป็นคุณสมบัติของผู้ทำบัญชี การต่ออายุสมาชิกของปีถัดไปจึงต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีปฏิทิน เพื่อให้สถานะผู้ทำบัญชีต่อเนื่องไม่ขาดช่วง

ความต่างที่สำคัญของกติกาใหม่คือ ผู้ที่ขาดคุณสมบัติแล้วต้องการกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ต้องสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีใหม่ โดยต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบ e-Accountant ก่อน

ถ้าเคยแจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชีไว้แล้วอยากกลับมา หลักเกณฑ์คือ ถ้าปีที่แจ้งยกเลิกมีชั่วโมง CPD ไม่ครบต้องชดเชยให้ครบก่อน ถ้าไม่เคยทดสอบต้องเข้าทดสอบ และถ้าขอกลับมาภายใน 1 ปีนับจากวันที่แจ้งยกเลิกโดยเคยผ่านการทดสอบแล้วก็ไม่ต้องทดสอบใหม่ แต่ถ้าเกิน 1 ปีต้องทดสอบใหม่

ผู้ทำบัญชีรายใหม่ ต้องสอบผ่านระบบก่อนถึงจะแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีได้

ต้องผ่านการทำข้อสอบครับ เป็นข้อสอบปรนัย 60 ข้อ เวลา 90 นาที ผ่านที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ผลสอบมีอายุ 1 ปี

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ทำบัญชีต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบงานผู้ทำบัญชีก่อน จึงจะแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีได้ และต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะเข้าทดสอบได้

  • ข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบ 60 ข้อ เวลา 90 นาที ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะผ่าน
  • ผลการทดสอบมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ผ่านการทดสอบ ถ้าไม่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีภายใน 1 ปี ต้องทดสอบใหม่
  • ถ้าครั้งแรกไม่ผ่าน สอบได้อีกครั้ง และถ้าครบ 2 ครั้งยังไม่ผ่าน ต้องเว้น 30 วันจึงจะทดสอบใหม่ได้

ขอบเขตเนื้อหาที่ออกสอบมี 4 กลุ่ม คือพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และกฎหมายที่ออกภายใต้พระราชบัญญัตินี้รวมถึงประกาศกรมฯ ฉบับ พ.ศ. 2568, พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 รวมถึงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี, หลักการบัญชีเบื้องต้นและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน รายละเอียดดูได้จาก หลักเกณฑ์การทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสรุปเส้นทางของผู้ที่จะเป็นผู้ทำบัญชีไว้เป็น 6 ขั้นบนหน้าแรกของระบบ คือ ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นว่าเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและจบวุฒิการศึกษาด้านบัญชีตามที่กำหนด จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบเพื่อขอชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน แล้วเข้าสู่ระบบซึ่งทำได้ 2 วิธีคือใช้ชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือเข้าด้วย ThaID ต่อด้วยการทดสอบผ่านระบบตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด แล้วจึงกรอกข้อมูลยื่นคำขอแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีพร้อมติดตามสถานะคำขอ และขั้นสุดท้ายคือกรมรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ซึ่งนับจากวันนั้นก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีทุกข้อ

ส่วนผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังมีสถานะปกติและไม่ขาดคุณสมบัติ ไม่ต้องเข้าทดสอบ

เรื่องอื่นในระบบที่มีกำหนดเวลาเหมือนกัน

การยืนยันการทำบัญชีไม่มีวันที่ตายตัว ยืนยันได้หลังวันสิ้นรอบปีบัญชี และต้องยืนยันก่อนธุรกิจนำส่งงบการเงิน ส่วนการแจ้งรับทำบัญชีและยกเลิกทำบัญชีต้องแจ้งภายใน 30 วัน

ส่วนเส้นตายของการยืนยันการทำบัญชี ขึ้นอยู่กับวันที่ธุรกิจยื่นงบการเงิน พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 ให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ยื่นงบการเงินภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี สำหรับบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยให้ยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถยื่นได้ตามกำหนดเวลา อธิบดีอาจพิจารณาสั่งขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาได้

คำแนะนำของผู้เขียน คือ ถามลูกค้าตั้งแต่ปิดบัญชีว่าตั้งใจยื่นงบวันไหน แล้วยืนยันในระบบให้เสร็จก่อนวันนั้น ไม่รอจนใกล้กำหนดตามกฎหมาย เพราะมาตรา 11 ให้ยื่นงบภายในกำหนดเวลา ธุรกิจจึงยื่นก่อนครบกำหนดได้ และคำถาม-คำตอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อ 17 อธิบายว่าผู้ทำบัญชีคือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากธุรกิจให้รับผิดชอบการจัดทำบัญชีและงบการเงิน รวมถึงเป็นผู้ที่มีชื่อในแบบนำส่งงบการเงินของธุรกิจ

เงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีไม่ได้มีแค่ชั่วโมง CPD และการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดก็มีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมายเช่นกัน ประกาศกรมฯ ฉบับ พ.ศ. 2568 ออกตามมาตรา 7 (6) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ส่วนมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติเดียวกันกำหนดว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา 7 (6) มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท

  • แจ้งรับทำบัญชีและแจ้งยกเลิกทำบัญชี ต้องแจ้งผ่านระบบภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทำบัญชีหรือวันที่ยกเลิกทำบัญชี
  • ยืนยันการทำบัญชี ทำได้หลังวันสิ้นรอบปีบัญชี และต้องยืนยันก่อนที่ธุรกิจจะนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • จำนวนงานที่รับได้ ผู้ทำบัญชี 1 คนรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน

เช็กลิสต์ก่อนสิ้นปี

ใช้ 6 ข้อนี้เป็นเช็กลิสต์ช่วงปลายปี แล้วจะไม่ต้องลุ้น

  1. เข้าระบบ e-Accountant ได้จริง ไม่ใช่รอไปลุ้นวันสุดท้าย
  2. ตรวจสถานะผู้ทำบัญชีของตัวเองว่าไม่มีคำว่าขาดคุณสมบัติ
  3. ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีของปีถัดไปให้เรียบร้อย
  4. ชั่วโมง CPD ครบ 12 ชั่วโมง โดยมีบัญชีอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  5. แจ้งชั่วโมงครบทุกหลักสูตรภายใน 31 ธันวาคม และตามจนสถานะขึ้นเป็นอนุมัติ
  6. งานอื่นในระบบเรียบร้อย ทั้งแจ้งรับทำบัญชี แจ้งยกเลิก และยืนยันการทำบัญชี

ถ้าเช็กแล้วพบว่าชั่วโมงยังไม่ครบ การอบรมออนไลน์แบบ e-Learning เป็นทางที่สะดวก เพราะเรียนได้ตามเวลาของตัวเองภายในช่วงเวลาอบรมของหลักสูตร และได้หนังสือรับรองที่มีรหัสหลักสูตรไว้ใช้ตอนแจ้งชั่วโมง

หลักสูตร e-Learning ของ cpdclass มี 3 หลักสูตร รวม 8 ชั่วโมง คือ ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี (ด้านบัญชี 3 ชั่วโมง) ภาษีสรรพสามิตเบื้องต้นสำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ (ด้านอื่น 4 ชั่วโมง) และ จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (ด้านจรรยาบรรณ 1 ชั่วโมง รับได้เมื่อซื้อพร้อมหลักสูตรอื่นในคำสั่งซื้อเดียวกัน) ทั้ง 3 หลักสูตรยังไม่ครบ 12 ชั่วโมงและด้านบัญชียังไม่ถึง 6 ชั่วโมง จึงต้องเก็บส่วนที่เหลือจากหลักสูตรอื่นด้วย รอบไตรมาส 4/2569 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และต้องเรียนและสอบให้ผ่านภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับกำหนดแจ้งชั่วโมงของผู้ทำบัญชี หนังสือรับรองจะออกหลังเจ้าหน้าที่ตรวจภาพยืนยันตัวตนระหว่างเรียน จึงควรเรียนให้จบล่วงหน้า ดูรหัสหลักสูตรและช่วงเวลาอบรมของแต่ละรอบได้ที่หน้าหลักสูตร

บทความนี้เรียบเรียงจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 เอกสารคำถาม-คำตอบของกรมฯ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และหน้าจอระบบงานผู้ทำบัญชี ณ ปี 2569 คำแนะนำของผู้เขียนเป็นความเห็น ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ทั้งนี้หน้าจอและหลักเกณฑ์อาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ก่อนดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

เข้าระบบผู้ทำบัญชีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ที่ไหน ?

เข้าที่ e-accountant.dbd.go.th แล้วกดปุ่มเข้าสู่ระบบ/ลงทะเบียน หน้าเข้าสู่ระบบให้กรอกเลขผู้ทำบัญชีหรือชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือจะเลือกเข้าสู่ระบบด้วย ThaID ก็ได้

ลืมรหัสผ่านระบบ e-Accountant เข้าระบบไม่ได้ ต้องทำอย่างไร ?

กดลิงก์ ลืมรหัสผ่าน ใต้ช่องรหัสผ่านเพื่อตั้งรหัสใหม่ หรือเลี่ยงไปใช้ปุ่มเข้าสู่ระบบด้วย ThaID ซึ่งยืนยันตัวตนผ่านแอปแทนการจำรหัสผ่าน ถ้าเคยใช้ระบบเดิมแล้วเข้าไม่ได้ ให้เปิดหัวข้อ การเข้าสู่ระบบครั้งแรกสำหรับผู้ใช้งานเก่า ในหน้าคู่มือการใช้งาน หรือโทร 02 547 4395 และสายด่วน 1570

เช็กสถานะผู้ทำบัญชีของตัวเองโดยไม่ล็อกอิน ทำได้ไหม ?

ได้ หน้าแรกของระบบมีเมนู ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี กรอกชื่อและนามสกุลแล้วกดค้นหาได้เลย สถานะที่ปกติคือ คงอยู่

ชั่วโมง CPD ไม่ครบ จะโดนอะไร ?

ชั่วโมง CPD ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ครบมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย และต้องอบรมชดเชยให้ครบจำนวนที่ขาด โดยรวมกันแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง ต้องเป็นเนื้อหาด้านการบัญชีทั้งหมด แล้วนำไปรวมกับชั่วโมงที่ต้องเก็บในปีถัดไป

ผู้ทำบัญชีเดิมต้องสอบตามกติกาใหม่หรือไม่ ?

ผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังมีสถานะเป็นผู้ทำบัญชีและไม่ขาดคุณสมบัติ เช่น ไม่ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ไม่ต้องเข้ารับการทดสอบ ส่วนผู้ที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีใหม่ หรือขาดคุณสมบัติแล้วขอกลับมาตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบ e-Accountant ก่อน

แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีปีแรก ต้องเก็บ CPD เลยไหม ?

ถ้ากรมรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมถึง 31 ธันวาคม ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนจนสิ้นปีปฏิทิน ปีนั้นยังไม่ต้องเก็บ CPD ให้เริ่มเก็บในปีถัดไป

เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert

Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance

อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?

ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง

ดูคอร์สทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

เกณฑ์ CPD ผู้ทำบัญชี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง
CPD/CPA Hours

เกณฑ์ CPD ผู้ทำบัญชี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง สำหรับ 12 ชั่วโมง ที่ต้องแจ้งภายใน 31 ธันวาคม

บทความนี้เปรียบเทียบเกณฑ์ CPD ผู้ทำบัญชีแบบเดิมกับแบบใหม่ให้เห็นทีละข้อ พร้อมเงื่อนไขการเป็นผู้ทำบัญชีที่เปลี่ยนไปในปี 2569 และแนวทางวางแผนเก็บชั่วโมงให้ครบทั้งจำนวนและประเภทเนื้อหา

Sornron Thongprasert
อบรมบัญชีออนไลน์ e-Learning นับชั่วโมง CPD ได้จริงไหม
CPD/CPA Hours

อบรมบัญชีออนไลน์ e-Learning นับชั่วโมง CPD ได้จริงไหม มาเรียนรู้เกณฑ์ใหม่ที่มีผลตั้งแต่ปี 2569

บทความนี้พาไปดูเกณฑ์ e-Learning ฉบับใหม่แบบละเอียด ตั้งแต่วิธีนับชั่วโมงจากความยาวบทเรียน จำนวนข้อสอบที่ต้องมี ข้อห้ามเรื่องสื่อการสอน คุณสมบัติของระบบ LMS ไปจนถึงวิธีเลือกคอร์สอบรมบัญชีออนไลน์ให้มั่นใจว่านับชั่วโมงได้จริง

Sornron Thongprasert
ปกบทความลูกหนี้การค้าก่อนปิดงบ การ์ดทางบัญชีกับทางภาษีคั่นด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับ
บัญชี

การจัดการลูกหนี้การค้าก่อนปิดงบ ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และตัดหนี้สูญอย่างไร

คู่มือจัดการลูกหนี้การค้าก่อนปิดงบ สำหรับผู้ทำบัญชีและเจ้าของกิจการ SME ที่ใช้มาตรฐาน NPAEs ตั้งแต่กระทบยอด ทำรายงานอายุลูกหนี้ ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ตัดหนี้สูญและหนี้สูญได้รับคืน หนี้สูญกี่บาทต้องฟ้องตามกฎกระทรวงฉบับที่ 186 การแบ่งหน้าที่ ตัวอย่างบันทึกบัญชี และเช็กลิสต์

Sornron Thongprasert