ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) เข้าสู่ระบบ เช็กสถานะ และแจ้งชั่วโมง CPD กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (อัปเดต 2569)

สรุปสั้น
ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ระบบที่ผู้ทำบัญชีใช้แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี แจ้งรับทำบัญชี ยืนยันการทำบัญชี และแจ้งชั่วโมง CPD เข้าสู่ระบบได้ที่ e-accountant.dbd.go.th โดยใช้เลขผู้ทำบัญชีหรือชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือเข้าด้วย ThaID ก็ได้ สำหรับชั่วโมงที่อบรมตั้งแต่ปี 2569 ต้องแจ้งไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่อบรม และต้องตามให้สถานะการแจ้งขึ้นเป็น "อนุมัติ"
ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) คืออะไร ใครต้องใช้
ระบบงานผู้ทำบัญชีเป็นระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ผู้ทำบัญชีต้องใช้ตลอดอายุการเป็นผู้ทำบัญชี ไม่ใช่แค่ตอนสมัครครั้งแรก
ระบบงานผู้ทำบัญชี หรือ e-Accountant เป็นระบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้เก็บข้อมูลผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และใช้บังคับเงื่อนไขตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถ้าเปิดเว็บแล้วเห็นโลโก้เขียนว่า e-Accountant Plus ไม่ต้องสงสัยว่าเข้าผิดที่ นั่นคือระบบเวอร์ชันใหม่ ส่วนชื่อทางการที่ใช้ทั้งในเว็บและในประกาศคือ ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant)
เรื่องที่ต้องทำผ่านระบบนี้มี 5 เรื่องหลัก
- แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี และตรวจหนังสือรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี
- แจ้งรับทำบัญชี และแจ้งยกเลิกทำบัญชี ให้แก่ธุรกิจแต่ละราย
- ยืนยันการทำบัญชีให้ธุรกิจ ก่อนธุรกิจนำส่งงบการเงิน
- แจ้งชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD)
- แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูล แจ้งยกเลิก หรือขอกลับมาเป็นผู้ทำบัญชี
จุดที่คนสับสนบ่อย คือ ระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับระบบของสภาวิชาชีพบัญชีเป็นคนละระบบกัน สภาวิชาชีพบัญชีดูแลเรื่องสมาชิกและใบอนุญาต ส่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดูแลสถานะผู้ทำบัญชีตามกฎหมายการบัญชี สองฝั่งนี้เชื่อมกันตรงที่ถ้าขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี สถานะผู้ทำบัญชีฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็จะมีปัญหาตามไปด้วย

เข้าสู่ระบบ e-Accountant อย่างไร ถ้าเข้าไม่ได้ต้องทำอย่างไร
ให้เข้าที่ e-accountant.dbd.go.th แล้วเลือกได้ 2 ทาง คือใส่เลขผู้ทำบัญชีหรือชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือเข้าด้วย ThaID
ที่อยู่เว็บที่ถูกต้องคือ e-accountant.dbd.go.th ซึ่งมีขีดกลางระหว่าง e กับ accountant แล้วกดปุ่มเข้าสู่ระบบ/ลงทะเบียนตรงมุมขวาบน ใครที่เก็บลิงก์เก่าไว้ในบุ๊กมาร์กหรือกดตามลิงก์ในบทความเก่าอาจเจอหน้าว่างเปล่า เพราะระบบย้ายมาเป็นเวอร์ชันใหม่แล้ว
หน้าเข้าสู่ระบบจะมี 2 ช่อง คือ เลขผู้ทำบัญชี หรือชื่อผู้ใช้งาน กับ รหัสผ่าน และมีทางเลือกเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID คือปุ่มเข้าสู่ระบบด้วย ThaID ซึ่งจะขึ้นคิวอาร์โค้ดให้สแกนด้วยแอป ThaID ภายในเวลาที่นับถอยหลังให้ ทางนี้เหมาะกับคนที่จำรหัสผ่านไม่ได้ เพราะยืนยันตัวตนผ่านแอปที่ผูกกับบัตรประชาชนอยู่แล้ว


ก่อนเข้าถึงหน้าใช้งานจริง ระบบจะขึ้นกล่องข้อตกลงให้กดยอมรับ ใจความสำคัญคือการนำเข้าข้อมูลหรือนำส่งหลักฐานผ่านระบบนี้ ถือว่าผู้ทำบัญชีเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้า หากปรากฏว่าแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตัดหรือเพิกถอนสิทธิการเข้าข้อมูล และอาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พูดง่าย ๆ คือทุกอย่างที่กรอกในระบบนี้มีน้ำหนักเท่ากับการเซ็นชื่อรับรอง

กรณีที่เจอบ่อยและทางแก้
- ลืมรหัสผ่าน กดลิงก์ "ลืมรหัสผ่าน" ใต้ช่องรหัสผ่านเพื่อตั้งรหัสใหม่ตามขั้นตอนของระบบ
- ยังไม่เคยมีบัญชีผู้ใช้งาน กด "ไม่มีบัญชี? ลงทะเบียน" เพื่อขอชื่อผู้ใช้งานก่อน โดยต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะใช้งานระบบได้
- เคยใช้ระบบเดิมแต่เข้าไม่ได้ ในหน้า "คู่มือการใช้งาน" ของเว็บมีหัวข้อแยกไว้ให้ชื่อ "การเข้าสู่ระบบครั้งแรกสำหรับผู้ใช้งานเก่า" เปิดหัวข้อนั้นดูก่อนโทรถามครับ ประหยัดเวลากว่ามาก
- เข้าไม่ได้จริง ๆ ติดต่อผู้ดูแลระบบตามที่ระบุไว้ท้ายเว็บ คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 13 โทร 02 547 4395 หรือสายด่วน 1570
เช็กสถานะผู้ทำบัญชีของตัวเอง แบบไม่ต้องล็อกอิน
หน้าแรกของระบบมีเมนู "ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี" กรอกชื่อกับนามสกุลก็ดูได้เลย
ถ้ายังเข้าระบบไม่ได้ หรือแค่อยากรู้ว่าสถานะตัวเองปกติไหม ให้ใช้เมนู "ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี" บนหน้าแรก กรอกชื่อและนามสกุลแล้วกดค้นหา ไม่ต้องล็อกอิน ใช้เวลาไม่ถึงนาที และการตรวจทำอยู่บนเว็บของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเองทั้งหมด ไม่ได้เด้งออกไปเว็บอื่น ต่างจากเมนูแจ้งชั่วโมง CPD ที่จะพาข้ามไปเว็บสภาวิชาชีพบัญชี
นี่คือขั้นตอนที่ผมแนะนำให้ทำเป็นอันดับแรกทุกครั้งที่สงสัยว่ามีอะไรผิดปกติ เพราะถ้าสถานะขึ้นว่าขาดคุณสมบัติ เช่น "ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี" การไปนั่งไล่แก้เรื่องชั่วโมง CPD ก่อนก็ไม่ช่วยอะไร ต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุคือสถานะสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อน

ผลลัพธ์จะขึ้นเป็นการ์ด ผลการตรวจสอบ พร้อมเครื่องหมายถูกสีเขียว ระบุสถานะผู้ทำบัญชีกับชื่อ-นามสกุล สถานะที่ปกติคือ คงอยู่ ส่วนสถานะที่ต้องรีบจัดการคือแบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยประชาสัมพันธ์เตือนไว้ คือ ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งมีผลถึงคุณสมบัติการเป็นผู้ทำบัญชีโดยตรง

หน้าแรกยังมีเมนู "ค้นหาผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล" ให้ด้วย และใช้ได้โดยไม่ต้องล็อกอินเหมือนกัน ค้นได้ 3 ทาง คือเลขทะเบียนนิติบุคคลหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อนิติบุคคลหรือชื่อกิจการ และเลือกปีงบการเงินที่ยืนยันทำบัญชี ผลลัพธ์บอกชื่อผู้ทำบัญชี วันที่แจ้งรับทำบัญชี รอบปีบัญชี ปีงบการเงินที่ยืนยันทำบัญชี และวันที่ยืนยันทำบัญชี โดยระบบแสดงผู้ทำบัญชีที่แจ้งรับทำบัญชีไว้ทั้งหมด และข้อมูลการยืนยันทำบัญชีย้อนหลัง 5 ปี
เมนูนี้มีประโยชน์สองทาง เจ้าของธุรกิจใช้ตรวจว่าชื่อผู้ทำบัญชีที่ผูกกับกิจการตรงกับความจริงหรือไม่ ส่วนผู้ทำบัญชีใช้ตรวจย้อนกลับว่าลูกค้าที่รับงานอยู่ปรากฏชื่อเราครบทุกรายหรือเปล่า ซึ่งสำคัญเพราะการแจ้งรับทำบัญชีมีกรอบ 30 วันนับแต่วันที่รับทำบัญชี

เช็กชั่วโมง CPD ของตัวเองว่าเก็บครบหรือยัง
สามารถเปิดตารางสรุปชั่วโมงในระบบ ซึ่งคำนวณให้เสร็จว่าคุณยังขาดอีกกี่ชั่วโมง และขาดด้านไหน
ผู้ทำบัญชีต้องเก็บชั่วโมง CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาด้านการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาด้านจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เวลาเช็กจึงต้องดู 2 ชั้นเสมอ คือยอดรวมครบ 12 ชั่วโมงหรือยัง และสัดส่วนแต่ละด้านครบหรือไม่
ข้อดีคือ ระบบทำ 2 ชั้นนี้ให้แล้ว หน้าจะชื่อว่า แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (ผู้ทำบัญชี) เลือกปีที่ต้องการดูได้จากช่องปีมุมบนซ้าย มุมบนขวามีป้ายสถานะบอกทันทีว่าปีนั้นยื่นครบหรือยัง เช่น ยื่นชั่วโมงยังไม่ครบ
ใต้ลงมาเป็นแถบเงื่อนไข 3 ช่อง บอกว่าปีนี้ต้องยื่นกี่ชั่วโมง ต้องเป็นด้านบัญชีอย่างน้อยกี่ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณอย่างน้อยกี่ชั่วโมง ซึ่งของผู้ทำบัญชีคือ 12, 6 และ 1 ตามลำดับ ถัดมาเป็นตารางแยกชั่วโมงเป็น 3 ด้านคือ การบัญชี จรรยาบรรณ และอื่น ๆ ไล่รายหลักสูตรพร้อมรหัสหลักสูตร สถานะ และวันที่ดำเนินการ แล้วปิดท้ายด้วย 3 บรรทัดสรุป คือรวมชั่วโมงที่ยื่นทั้งหมด สรุปผลการยื่นชั่วโมงที่อนุมัติ และบรรทัดสีแดง จำนวนชั่วโมงที่ต้องยื่นเพิ่ม

บรรทัดสีแดงนี่แหละที่ควรดูก่อนอย่างอื่น เพราะมันเป็นจุดที่คนพลาดกันมากที่สุดได้ทันที
ตัวอย่างที่เจอบ่อย คือ ยื่นไปแล้ว 13 ชั่วโมง เกิน 12 ชั่วโมงที่กฎหมายกำหนดด้วยซ้ำ แต่ระบบยังขึ้นแดงว่าต้องยื่นเพิ่มด้านการบัญชีอีก 6 ชั่วโมง เพราะชั่วโมงที่ยื่นไปเป็นด้านอื่น ๆ กับจรรยาบรรณ ส่วน 6 ชั่วโมงด้านการบัญชีเป็นขั้นต่ำที่เอาด้านอื่นมาทดแทนไม่ได้ ใครดูแต่ยอดรวมจะเข้าใจผิดได้
เรื่องชั่วโมงจรรยาบรรณอ่านเพิ่มได้ที่ จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ
ผู้ทำบัญชีที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีปีแรก มีข้อผ่อนผันอยู่ข้อหนึ่ง คือถ้ากรมรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมถึง 31 ธันวาคม ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนจนสิ้นปีปฏิทิน ปีนั้นยังไม่ต้องเก็บ CPD ให้เริ่มเก็บในปีถัดไปได้
แจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ ทำอย่างไร
ให้เข้าเมนู แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) แล้วกรอกรหัสหลักสูตรอย่างเดียว ไม่ต้องกรอกจำนวนชั่วโมงหรือวันที่เอง
จุดที่หลายคนไม่รู้ คือ เมนูนี้ในระบบงานผู้ทำบัญชีเป็นทางเชื่อมไปยังหน้าแจ้งชั่วโมงของสภาวิชาชีพบัญชี กดแล้วระบบจะพาข้ามไปให้เอง แปลว่าไม่ว่าจะเริ่มจากฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือเข้าเว็บสภาฯ ตรง ๆ ปลายทางก็คือที่เดียวกัน จึงไม่ต้องแจ้งซ้ำสองที่ และไม่ต้องกังวลว่าแจ้งฝั่งหนึ่งแล้วอีกฝั่งจะไม่เห็น
ขั้นตอนมี 5 ขั้น
- ล็อกอินเข้าระบบงานผู้ทำบัญชี
- เข้าได้ 2 ทาง คือแถบเมนูซ้าย หัวข้อ ระบบงาน เลือก แจ้งพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) หรือกดการ์ด การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) บนหน้าหลักหลังล็อกอิน ทั้งสองทางพาไปที่เดียวกัน
- ที่แท็บ แจ้งชั่วโมง CPD ผู้ทำบัญชี กรอกรหัสหลักสูตรลงช่อง รูปแบบรหัสคือ 69-XX-XXX-XXX-XX ดูได้จากหนังสือรับรองที่ผู้จัดอบรมออกให้
- กดปุ่ม ค้นหา แล้วตรวจว่าชื่อหลักสูตรและจำนวนชั่วโมงที่ระบบดึงมาตรงกับที่อบรมจริง
- กดปุ่ม เพิ่ม ระบบจะบันทึกให้อัตโนมัติ แล้วรายการจะไปโผล่ในตารางสรุป



ระบบจะดึงชั่วโมงจากรหัสหลักสูตร ไม่ได้ให้พิมพ์เอง รหัสหลักสูตรบนหนังสือรับรองจึงเป็นของสำคัญที่สุดที่ต้องได้จากผู้จัดอบรม ถ้าหลักสูตรไหนไม่มีรหัส แปลว่าแจ้งชั่วโมงเข้าระบบไม่ได้ตั้งแต่ต้น
สามเรื่องที่ต้องจำ
- แจ้งได้ทันทีหลังอบรมเสร็จ ไม่ต้องรอปลายปี และไม่ควรรอ เพราะถ้ารหัสผิดหรือชั่วโมงไม่ตรงจะได้แก้ทัน
- แจ้งครั้งเดียวพอ เพราะทั้งสองช่องทางไปจบที่ระบบเดียวกัน
- แจ้งแล้วต้องกลับมาดูสถานะ ให้ขึ้นเป็น อนุมัติ ในตารางสรุป การกดส่งแล้วปิดหน้าจอไปเลยคือจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด เพราะเข้าใจว่าแจ้งแล้วจบ
การนับชั่วโมงต้องตรงกันสองฝั่ง คือ สถาบันที่จัดอบรมแจ้งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมของตัวเอง และผู้ทำบัญชีแจ้งชั่วโมงของตัวเอง ถ้าฝั่งใดฝั่งหนึ่งยังไม่เรียบร้อย สถานะก็จะยังไม่เป็นอนุมัติ
อีกเรื่องที่ควรรู้ไว้ ก่อนเข้าระบบงานผู้ทำบัญชีจะมีกล่องข้อตกลงขึ้นมาให้กดยอมรับ ใจความคือการนำเข้าข้อมูลหรือนำส่งหลักฐานผ่านระบบนี้ ถือว่าผู้ทำบัญชีเป็นผู้ลงลายมือชื่อและรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้า หากปรากฏว่าแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตัดหรือเพิกถอนสิทธิการเข้าข้อมูล และอาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พูดง่าย ๆ คือการกดแจ้งชั่วโมงมีน้ำหนักเท่ากับการเซ็นชื่อรับรอง ไม่ใช่การกรอกฟอร์มเล่น ๆ
กำหนดเวลาใหม่คือ 31 ธันวาคม ไม่ใช่ 30 มกราคมแล้ว
ชั่วโมงที่อบรมตั้งแต่ปี 2569 ต้องแจ้งไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่อบรม
นี่คือจุดที่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตบางส่วนยังไม่ได้อัพเดท บางส่วนแจ้งว่าได้ถึง 30 มกราคมของปีถัดไป ซึ่งเป็นกติกาก่อนหน้านี้นะครับ
ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องหลังทำกิจกรรมเสร็จสิ้น และต้องไม่เกินวันสิ้นปีปฏิทินที่พัฒนาความรู้ต่อเนื่อง คือไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี
นั่นคือ ไม่มีช่วงผ่อนผันต้นปีถัดไปอีกแล้ว เก็บปีไหนต้องแจ้งจบภายในปีนั้น และเนื่องจากช่วงปลายเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ทุกคนแห่กันเก็บชั่วโมงและแจ้งพร้อมกัน ระบบจะหนาแน่นที่สุดพอดี การทยอยเก็บและแจ้งตั้งแต่ต้นปีจึงปลอดภัยกว่ามาก
ถ้าชั่วโมง CPD ไม่ครบ จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าชั่วโมงไม่ครบ ไม่ได้ทำให้ขาดคุณสมบัติผู้ทำบัญชี แต่มีโทษปรับเป็นพินัย และต้องอบรมชดเชย
ประกาศฉบับนี้แยกสองคำออกจากกันชัดเจน คือ "คุณสมบัติ" กับ "เงื่อนไข" ชั่วโมง CPD ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติหลังเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว ดังนั้นชั่วโมงไม่ครบจึงไม่ได้ทำให้สถานะผู้ทำบัญชีหลุดทันที แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลอะไร เพราะการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย และต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องชดเชยให้ครบจำนวนชั่วโมงที่ขาดไป โดยเมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง ต้องเป็นเนื้อหาด้านการบัญชีทั้งหมด และนำไปรวมเพิ่มกับจำนวนชั่วโมงที่ต้องเก็บในปีถัดไป พูดง่าย ๆ คือปีหน้าจะหนักขึ้นเป็นสองเท่าตัว
สถานะขึ้นว่า "ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี" อันตรายกว่าที่คิด
อันนี้กระทบคุณสมบัติโดยตรง และตั้งแต่ปี 2569 การกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีต้องผ่านการทดสอบก่อน
การเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีเป็นคุณสมบัติของผู้ทำบัญชี การต่ออายุสมาชิกของปีถัดไปจึงต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีปฏิทิน เพื่อให้สถานะผู้ทำบัญชีต่อเนื่องไม่ขาดช่วง
ความต่างที่สำคัญของกติกาใหม่คือ ผู้ที่ขาดคุณสมบัติแล้วต้องการกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ต้องสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีใหม่ โดยต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบ e-Accountant ก่อน ต่างจากเมื่อก่อนที่ต่ออายุย้อนหลังแล้วก็กลับมาได้เลย
ถ้าเคยแจ้งยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชีไว้แล้วอยากกลับมา หลักเกณฑ์คือ ถ้าปีที่แจ้งยกเลิกมีชั่วโมง CPD ไม่ครบต้องชดเชยให้ครบก่อน ถ้าไม่เคยทดสอบต้องเข้าทดสอบ และถ้าขอกลับมาภายใน 1 ปีนับจากวันที่แจ้งยกเลิกโดยเคยผ่านการทดสอบแล้วก็ไม่ต้องทดสอบใหม่ แต่ถ้าเกิน 1 ปีต้องทดสอบใหม่
ผู้ทำบัญชีรายใหม่ ต้องสอบผ่านระบบก่อนถึงจะแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีได้
ต้องผ่านการทำข้อสอบครับ เป็นข้อสอบปรนัย 60 ข้อ เวลา 90 นาที ผ่านที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ผลสอบมีอายุ 1 ปี
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ทำบัญชีต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบงานผู้ทำบัญชีก่อน จึงจะแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีได้ และต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะเข้าทดสอบได้
- ข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบ 60 ข้อ เวลา 90 นาที ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะผ่าน
- ผลการทดสอบมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ผ่านการทดสอบ ถ้าไม่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีภายใน 1 ปี ต้องทดสอบใหม่
- ถ้าครั้งแรกไม่ผ่าน สอบได้อีกครั้ง และถ้าครบ 2 ครั้งยังไม่ผ่าน ต้องเว้น 30 วันจึงจะทดสอบใหม่ได้
ขอบเขตเนื้อหาที่ออกสอบมี 4 กลุ่ม คือพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และกฎหมายที่ออกภายใต้พระราชบัญญัตินี้รวมถึงประกาศกรมฯ ฉบับ พ.ศ. 2568, พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 รวมถึงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี, หลักการบัญชีเบื้องต้นและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน รายละเอียดดูได้จาก หลักเกณฑ์การทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสรุปเส้นทางของผู้ที่จะเป็นผู้ทำบัญชีไว้เป็น 6 ขั้นบนหน้าแรกของระบบ คือ ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นว่าเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและจบวุฒิการศึกษาด้านบัญชีตามที่กำหนด จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบเพื่อขอชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน แล้วเข้าสู่ระบบซึ่งทำได้ 2 วิธีคือใช้ชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือเข้าด้วย ThaID ต่อด้วยการทดสอบผ่านระบบตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด แล้วจึงกรอกข้อมูลยื่นคำขอแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีพร้อมติดตามสถานะคำขอ และขั้นสุดท้ายคือกรมรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ซึ่งนับจากวันนั้นก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีทุกข้อ
ส่วนผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังมีสถานะปกติและไม่ขาดคุณสมบัติ ไม่ต้องเข้าทดสอบ
เรื่องอื่นในระบบที่มีกำหนดเวลาเหมือนกัน
แจ้งรับทำบัญชีและยกเลิกทำบัญชีภายใน 30 วัน และต้องยืนยันการทำบัญชีก่อนธุรกิจนำส่งงบการเงิน
หลายคนโฟกัสแต่ชั่วโมง CPD จนลืมว่าเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีมีมากกว่านั้น และทุกข้อมีโทษปรับเป็นพินัยเหมือนกันถ้าไม่ทำ
- แจ้งรับทำบัญชีและแจ้งยกเลิกทำบัญชี ต้องแจ้งผ่านระบบภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทำบัญชีหรือวันที่ยกเลิกทำบัญชี
- ยืนยันการทำบัญชี ทำได้หลังวันสิ้นรอบปีบัญชี และต้องยืนยันก่อนที่ธุรกิจจะนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- จำนวนงานที่รับได้ ผู้ทำบัญชี 1 คนรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน
เช็กลิสต์ก่อนสิ้นปี
ทำ 6 ข้อนี้ให้ครบก่อนถึงวันที่ 31 ธันวาคม แล้วจะไม่ต้องลุ้น
- เข้าระบบ e-Accountant ได้จริง ไม่ใช่รอไปลุ้นวันสุดท้าย
- ตรวจสถานะผู้ทำบัญชีของตัวเองว่าไม่มีคำว่าขาดคุณสมบัติ
- ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีของปีถัดไปให้เรียบร้อย
- ชั่วโมง CPD ครบ 12 ชั่วโมง โดยมีบัญชีอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- แจ้งชั่วโมงครบทุกหลักสูตร และสถานะขึ้นเป็นอนุมัติแล้ว
- งานอื่นในระบบเรียบร้อย ทั้งแจ้งรับทำบัญชี แจ้งยกเลิก และยืนยันการทำบัญชี
ถ้าเช็กแล้วพบว่าชั่วโมงยังไม่ครบ การอบรมออนไลน์แบบ e-Learning เป็นทางที่เร็วที่สุด เพราะเรียนเมื่อไหร่ก็ได้และได้หนังสือรับรองไว้ใช้อ้างอิงตอนแจ้งชั่วโมง
บทความนี้เรียบเรียงจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 เอกสารคำถามคำตอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน้าจอระบบงานผู้ทำบัญชี ณ เดือนสิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หน้าจอและหลักเกณฑ์อาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสภาวิชาชีพบัญชีก่อนดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อย
เข้าระบบผู้ทำบัญชีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ที่ไหน ?
เข้าที่ e-accountant.dbd.go.th แล้วกดปุ่มเข้าสู่ระบบ/ลงทะเบียน หน้าเข้าสู่ระบบให้กรอกเลขผู้ทำบัญชีหรือชื่อผู้ใช้งานกับรหัสผ่าน หรือจะเลือกเข้าสู่ระบบด้วย ThaID ก็ได้
ลืมรหัสผ่านระบบ e-Accountant เข้าระบบไม่ได้ ต้องทำอย่างไร ?
กดลิงก์ ลืมรหัสผ่าน ใต้ช่องรหัสผ่านเพื่อตั้งรหัสใหม่ หรือเลี่ยงไปใช้ปุ่มเข้าสู่ระบบด้วย ThaID ซึ่งยืนยันตัวตนผ่านแอปแทนการจำรหัสผ่าน ถ้าเคยใช้ระบบเดิมแล้วเข้าไม่ได้ ให้เปิดหัวข้อ การเข้าสู่ระบบครั้งแรกสำหรับผู้ใช้งานเก่า ในหน้าคู่มือการใช้งาน หรือโทร 02 547 4395 และสายด่วน 1570
เช็กสถานะผู้ทำบัญชีของตัวเองโดยไม่ล็อกอิน ทำได้ไหม ?
ได้ หน้าแรกของระบบมีเมนู ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี กรอกชื่อและนามสกุลแล้วกดค้นหาได้เลย สถานะที่ปกติคือ คงอยู่
ชั่วโมง CPD ไม่ครบ จะโดนอะไร ?
ชั่วโมง CPD ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ครบมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย และต้องอบรมชดเชยให้ครบจำนวนที่ขาด โดยรวมกันแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง ต้องเป็นเนื้อหาด้านการบัญชีทั้งหมด แล้วนำไปรวมกับชั่วโมงที่ต้องเก็บในปีถัดไป
ผู้ทำบัญชีเดิมต้องสอบตามกติกาใหม่หรือไม่ ?
ผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังมีสถานะเป็นผู้ทำบัญชีและไม่ขาดคุณสมบัติ เช่น ไม่ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ไม่ต้องเข้ารับการทดสอบ ส่วนผู้ที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีใหม่ หรือขาดคุณสมบัติแล้วขอกลับมาตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบ e-Accountant ก่อน
แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีปีแรก ต้องเก็บ CPD เลยไหม ?
ถ้ากรมรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมถึง 31 ธันวาคม ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนจนสิ้นปีปฏิทิน ปีนั้นยังไม่ต้องเก็บ CPD ให้เริ่มเก็บในปีถัดไป
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้ยื่นชั่วโมงต่อสภาฯ ด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


