
พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูลTA, CPIAT
CPD คืออะไร และทำไมนักบัญชีต้องเก็บ
CPD คือ การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ที่ต้องเก็บให้ครบทุกปีตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
วิชาชีพบัญชีเปลี่ยนแปลงตลอด ทั้งมาตรฐานการบัญชี (TFRS) มาตรฐานการสอบบัญชี กฎหมายภาษี และเทคโนโลยี ผู้ทำบัญชี (ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) และผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี) จึงต้องอบรมเก็บชั่วโมง CPD ทุกปี เพื่อให้ความรู้ทันสมัยและคงคุณภาพงาน นี่ไม่ใช่แค่ “ทำให้ครบเพื่อพ้นผิด” แต่เป็นการลงทุนในความน่าเชื่อถือของตัวเอง และเป็นเงื่อนไขบังคับที่ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องปฏิบัติทุกปี
ผู้ทำบัญชี ต้องเก็บ CPD กี่ชั่วโมง
ตอบสั้น ๆ คือ ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี โดยต้องมีบัญชี ≥ 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณ ≥ 1 ชั่วโมง
ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ข้อ 6 (4) ผู้ทำบัญชีต้องเก็บชั่วโมง CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยในจำนวนนี้ต้องมี เนื้อหาด้านการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และตามกฎใหม่ที่มีผล 1 มกราคม 2569 เนื้อหาด้านจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือเป็นเนื้อหาบัญชีหรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องได้
กรณีผู้ที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีปีแรก หากนับจากวันที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับแจ้งจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินมีเวลาเหลือน้อยกว่า 3 เดือน ให้เริ่มเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ในปีถัดไปได้ และสำหรับผู้แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีรายใหม่ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ต้องผ่านการทดสอบผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ข้อสอบปรนัย 60 ข้อ ผ่านที่ 60%) ส่วนผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังคงสถานะผู้ทำบัญชีและไม่ขาดคุณสมบัติ ไม่ต้องทดสอบ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องเก็บ CPD กี่ชั่วโมง
ตอบสั้น ๆ คือ ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี แบ่งเป็นแบบทางการและไม่เป็นทางการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องเก็บ CPD รวม ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยแบ่งเป็น:
- ชั่วโมงที่เป็นทางการไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง ได้จากกิจกรรมที่สภาฯ ให้ความเห็นชอบ เช่น อบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรที่สภาฯ เห็นชอบ ในจำนวนนี้ต้องมีเนื้อหาด้านบัญชีหรือสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือเป็นด้านอื่นตามที่สภาฯ กำหนด
- ชั่วโมงที่ไม่เป็นทางการไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง ตามหลักเกณฑ์ในประกาศของสภาฯ โดยนำชั่วโมงที่เป็นทางการส่วนที่เกิน 20 ชั่วโมงมานับเป็นชั่วโมงไม่เป็นทางการได้ (ข้อบังคับฯ ผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2559 ข้อ 8 และข้อ 10 (2))
ผู้สอบบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตเป็นปีแรก ให้นับจำนวนชั่วโมงตามสัดส่วนของจำนวนเดือนที่ได้รับใบอนุญาตในปีนั้น โดยไม่นับเศษของเดือน (ข้อบังคับฯ ผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2559 ข้อ 10 วรรคสอง)
ชั่วโมงในหัวข้อนี้คือชั่วโมง CPD ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องเก็บหลังได้ใบอนุญาตแล้ว เป็นคนละเรื่องกับชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องผ่านก่อน ซึ่งเกณฑ์หลักคือฝึกหัดงานอย่างน้อย 3 ปีและมีเวลาฝึกหัดงานรวมอย่างน้อย 3,000 ชั่วโมง
ต้องแจ้งชั่วโมง CPD ภายในเมื่อไหร่ (อัปเดตปี 2569)
ปี 2569 เป็นต้นไป ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น เร็วขึ้นกว่าเดิม
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้ทำบัญชี ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ข้อ 6 (5) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569:
- เดิม (ตามประกาศฉบับ พ.ศ. 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ซึ่งถูกยกเลิกแล้ว) ผู้ทำบัญชีแจ้งชั่วโมง CPD ได้ไม่เกินวันที่ 30 มกราคมของปีถัดไป
- ใหม่ (ตั้งแต่ปี 2569) ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่อบรม
แปลว่าผู้ทำบัญชีต้องเก็บให้ครบและแจ้งให้เสร็จ “ภายในปีเดียวกัน” ไม่มีช่วงผ่อนผันต้นปีถัดไปเหมือนเดิมอีกแล้ว ส่วนผู้สอบบัญชี CPA ต้องยื่นหลักฐานชั่วโมงที่เป็นทางการต่อสภาฯ ภายในวันทำการสุดท้ายของปี ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2559 ข้อ 21 (1) (มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2560) เกณฑ์วันของสองสถานะจึงไม่เหมือนกัน ผู้ทำบัญชีแจ้งได้ 2 ช่องทาง คือ ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือระบบ CPD ออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี และแจ้งได้ตั้งแต่อบรมแต่ละหลักสูตรเสร็จ ส่วนผู้สอบบัญชียื่นหลักฐานต่อสภาวิชาชีพบัญชีตามแบบและวิธีการที่สภาฯ กำหนด
ถ้าเก็บ CPD ไม่ครบ หรือแจ้งไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น
ฝั่งผู้ทำบัญชีมีโทษปรับเป็นพินัยและต้องอบรมชดเชย ส่วนฝั่ง CPA ใบอนุญาตอาจถูกพักใช้หรือสิ้นผล
สำหรับ ผู้ทำบัญชี ชั่วโมง CPD ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติหลังเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว ชั่วโมงไม่ครบจึงไม่ได้ทำให้ขาดคุณสมบัติ แต่ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ซึ่ง มีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย และต้องอบรมชดเชยชั่วโมงที่ขาด โดยตามกฎใหม่ปี 2569 ชั่วโมงชดเชยเมื่อรวมกันแล้ว ไม่เกิน 12 ชั่วโมง และต้องเป็นด้านบัญชีทั้งหมด (เปลี่ยนจากเดิมที่ชดเชยได้ถึง 24 ชั่วโมง) แล้วนำไปรวมเพิ่มกับชั่วโมงที่ต้องเก็บในปีถัดไป ส่วน ผู้สอบบัญชี CPA ถ้าเข้ารับการอบรมไม่ครบตามข้อบังคับ สภาวิชาชีพบัญชีอาจมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตจนกว่าจะปฏิบัติตาม (พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 43) และถ้าสภาฯ ไม่ได้สั่งพักใช้ ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสิ้นผลลง (มาตรา 41 วรรคสอง (6)) ระหว่างถูกสั่งพักใช้ห้ามทำการสอบบัญชี (มาตรา 68) และหลังใบอนุญาตสิ้นผล ลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชี รับรองเอกสาร หรือแสดงความเห็นในฐานะผู้สอบบัญชีไม่ได้ (มาตรา 37 ประกอบมาตรา 67) ฝ่าฝืนทั้งสองกรณีมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าอบรมไม่ครบหรือยื่นหลักฐานไม่ทันเพราะพฤติการณ์ที่จำเป็น ให้ทำหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลง (ข้อบังคับฯ ผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2559 ข้อ 21 (1) และข้อ 22) และกรณีอบรมไม่ครบ สภาฯ ยังอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตและกำหนดเงื่อนไขให้ปฏิบัติได้ (ข้อ 22)
ข้อควรระวัง ในการเก็บชั่วโมง CPD/CPA
- อย่าเผลอลืมกำหนดแจ้งชั่วโมง กำหนดเดิมของผู้ทำบัญชีคือ 30 ม.ค. ปีถัดไป แต่ตั้งแต่ปี 2569 ต้องแจ้งภายในวันที่ 31 ธ.ค. ของปีที่อบรม ส่วนผู้สอบบัญชีต้องยื่นหลักฐานชั่วโมงที่เป็นทางการภายในวันทำการสุดท้ายของปี
- เก็บชั่วโมงครบแต่สัดส่วนไม่ถูก เช่น CPA เก็บครบ 40 ชั่วโมงแต่เนื้อหาบัญชี/สอบบัญชีไม่ถึง 10 ชั่วโมง หรือลืมเก็บจรรยาบรรณ 1 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่ครบเงื่อนไข
- ไม่เก็บหลักฐานชั่วโมงที่เป็นทางการ ผู้สอบบัญชีต้องเก็บรักษาหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพที่เป็นทางการไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับจากวันที่ยื่นต่อสภาวิชาชีพบัญชี (ข้อบังคับฯ ผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2559 ข้อ 21 (2))
- เลือกหลักสูตรที่ไม่ได้รับการนับชั่วโมง ควรเลือกหลักสูตร/ผู้จัดที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรองและนับชั่วโมงได้จริง
- รอแจ้งรวบปลายปี ผู้ทำบัญชีแจ้งชั่วโมงได้ตั้งแต่อบรมแต่ละหลักสูตรเสร็จ จึงควรแจ้งทันทีหลังอบรมแต่ละหลักสูตร ไม่ต้องรอรวบปลายปี ส่วนการหาหลักสูตร ทางเลือกหนึ่งคือการอบรมออนไลน์ เพื่อเก็บชั่วโมง สะดวกและเก็บชั่วโมงที่ไหนก็ได้
ถ้ากำลังหาหลักสูตรออนไลน์ที่นับชั่วโมงได้ cpdclass มี 3 หลักสูตร คือ ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี (ด้านบัญชี 3 ชั่วโมง) ภาษีสรรพสามิตเบื้องต้นสำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ (ด้านอื่น 4 ชั่วโมง) และ จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (ด้านจรรยาบรรณ 1 ชั่วโมง รับได้เมื่อซื้อพร้อมหลักสูตรอื่นในคำสั่งซื้อเดียวกัน) ทั้ง 3 หลักสูตรนับได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี รวม 8 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่ครบเกณฑ์ทั้งปีของทั้งสองสถานะ จึงต้องเก็บส่วนที่เหลือจากหลักสูตรอื่นด้วย รอบไตรมาส 4/2569 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และต้องเรียนและสอบให้ผ่านภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 หนังสือรับรองจะออกหลังเจ้าหน้าที่ตรวจภาพยืนยันตัวตนระหว่างเรียน จึงควรเรียนให้จบล่วงหน้าก่อนกำหนดแจ้งหรือยื่นหลักฐานชั่วโมงตามสถานะของตัวเอง ดูรหัสหลักสูตรและช่วงเวลาอบรมของแต่ละรอบได้ที่หน้าหลักสูตร
เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีว่าด้วยการฝึกอบรมของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2559, ข้อบังคับเรื่องเดียวกัน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 และ พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ประกาศและเอกสารคำถาม-คำตอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้อง ณ ปี 2569 ทั้งนี้หลักเกณฑ์และกำหนดเวลาอาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่สภาวิชาชีพบัญชี (tfac.or.th) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ก่อนดำเนินการ
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด