อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) — เปิดให้ลงทะเบียนเร็วๆ นี้
บัญชี

อยากเป็นผู้จัดฟู้ดแฟร์ เช่าพื้นที่มาปล่อยเช่าช่วง จะต้องบันทึกบัญชีและจัดการภาษีอย่างไรให้ถูกต้อง

พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูลTA, CPIAT
อยากเป็นผู้จัดฟู้ดแฟร์ เช่าพื้นที่มาปล่อยเช่าช่วง ต้องบันทึกบัญชีภาษีอย่างไร

สรุปสั้น

ธุรกิจจัดฟู้ดแฟร์ ไม่ใช่รายได้จากการขาย แต่เป็นรายได้จากการให้บริการ/ให้เช่า เงินจองล็อกที่รับล่วงหน้ายังไม่ใช่รายได้ ต้องบันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้าก่อน แล้วรับรู้เป็นรายได้เมื่องานเกิดขึ้น จุดที่ต้องวางแผนคือ VAT ถ้าทำเป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ จะได้รับยกเว้น VAT แต่ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ ส่วนถ้าทำเป็นสัญญาให้บริการพื้นที่ต้องเสีย VAT 7% (เมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้าน/ปี) แต่นำภาษีซื้อมาหักได้..คุ้มกว่า

โมเดลธุรกิจนี้ต้องระวังอะไรบ้าง

หลักๆ เลยครับ ต้องระวังสัญญาเช่าหลัก ความเสี่ยงพื้นที่ว่าง และต้นทุนแฝง

อย่า Focus ที่ตัวเลขอย่างเดียว ก่อนดูตัวเลข มี 4 เรื่องที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ:

  1. สัญญาเช่าหลัก (Master Lease) ต้องระบุชัดว่า “อนุญาตให้เช่าช่วงได้” ถ้าไม่มีระบุแล้วนำไปปล่อยต่อ อาจถูกฟ้องหรือยกเลิกสัญญา
  2. ความเสี่ยงพื้นที่ว่าง (Vacancy Risk) ค่าเช่าที่จ่ายเจ้าของเป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) แต่รายได้ขึ้นกับจำนวนร้านที่มาเช่า ถ้าร้านไม่เต็ม ผู้จัดคือคนแบกขาดทุน
  3. ต้นทุนแฝง นอกจากค่าเช่า ยังมีค่าน้ำ-ไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าการตลาด ค่าใบอนุญาตจัดงาน และค่าประกันภัย
  4. การจัดประเภทร้านค้า (Tenant Mix) อย่าให้ร้านขายของซ้ำกันมากเกินไป เพื่อให้ร้านอยู่รอดและงานน่าสนใจ

รับรู้รายได้และลงบัญชีอย่างไร

ตอบสั้น ๆ คือ เงินรับล่วงหน้าเป็นหนี้สินก่อน แล้วรับรู้เป็นรายได้เมื่องานเกิดขึ้น

ในมุมบัญชี โมเดลนี้คือรายได้จากการให้บริการ/ให้เช่า ไม่ใช่รายได้จากการขาย หลักการรับรู้รายได้คือ เงินมัดจำ/เงินจองล็อก ที่รับมาล่วงหน้ายังไม่ถือเป็นรายได้ ต้องบันทึกเป็น “เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า” (หนี้สิน) ก่อน แล้วจึงรับรู้เป็น รายได้ค่าเช่าช่วง/ค่าบริการ เมื่องานได้เกิดขึ้นแล้ว หรือตามสัดส่วนระยะเวลาในสัญญา (เช่น งาน 5 วัน ทยอยรับรู้รายวัน หรือรับรู้ทีเดียวเมื่องานจบ)

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี:

  1. จ่ายมัดจำ/ค่าเช่าให้เจ้าของพื้นที่ — เดบิต สินทรัพย์สิทธิการใช้/ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า | เครดิต เงินสด/ธนาคาร
  2. รับเงินจองล็อกจากร้านค้าล่วงหน้า — เดบิต เงินสด/ธนาคาร | เครดิต เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า (หนี้สิน)
  3. เมื่องานเริ่ม/จบ (รับรู้รายได้-ค่าใช้จ่าย) — เดบิต เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า | เครดิต รายได้ค่าเช่าช่วง/ค่าบริการ และ เดบิต ค่าเช่า (ค่าใช้จ่าย) | เครดิต ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า

ภาษีที่เกี่ยวข้องมี 3 ตัว

คือ ภาษีเงินได้ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย — โดย VAT คือจุดที่ต้องวางแผนมากที่สุด

1. ภาษีเงินได้ หากทำในนาม บุคคลธรรมดา รายได้ค่าเช่าช่วงเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(5) หักค่าใช้จ่ายตามจริง (ต้องมีหลักฐาน) หรือหักเหมาตามที่กฎหมายกำหนด — แนะนำหักตามจริงเพราะต้นทุนประมูลมักสูง ส่วนในนาม นิติบุคคล เสียภาษีจากกำไรสุทธิ (รายได้ทั้งหมด − ค่าใช้จ่ายทั้งหมด)

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) — จุดสำคัญที่สุด การปล่อยเช่าพื้นที่ตีความได้ 2 แบบ ซึ่งกระทบ VAT ต่างกัน:

  1. “สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์” (เช่าพื้นที่เปล่า ส่งมอบการครอบครองให้ผู้เช่าคุมพื้นที่เอง) — ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ต) แต่แลกมาด้วยการที่ ภาษีซื้อจากต้นทุนต่าง ๆ ขอคืนไม่ได้
  2. “สัญญาให้บริการพื้นที่” (มีบริการร่วม เช่น โต๊ะเก้าอี้ ระบบไฟ แม่บ้านส่วนกลาง การตลาด) — ถือเป็นการให้บริการ ต้องเสีย VAT 7% (เมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี) และ นำภาษีซื้อมาหักได้

ข้อแนะนำ: ผู้จัดฟู้ดแฟร์ส่วนใหญ่ทำเป็น “สัญญาบริการพื้นที่” เพื่อนำภาษีซื้อ (ค่าออร์แกไนซ์ ค่าโครงสร้าง ค่าโปรโมท) มาใช้ประโยชน์ได้ และร้านค้าก็ต้องการบริการเหล่านี้อยู่แล้ว

3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)

การจ่ายค่าเช่า หากผู้จัดงาน (ผู้จ่ายเงิน) เป็นนิติบุคคล ไม่ว่าผู้รับเงิน (เจ้าของที่ดิน) จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้จัดงานมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% เสมอและการจ่ายค่าบริการหากทำเป็นสัญญาบริการและผู้จัดงานเป็นนิติบุคคล ต้องหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา3% ทั้งนี้ การรับเงินจากร้านค้า หากร้านค้าเป็นนิติบุคคล เขาจะหักภาษี ณ ที่จ่ายผู้จัดงานไว้ (5% หรือ 3% ตามประเภทสัญญา) ซึ่งผู้จัดงานสามารถนำหนังสือรับรอง (50 ทวิ) มาใช้เป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีปลายปีได้

ข้อควรระวังในการดำเนินธุรกิจนี้

  • เซ็นสัญญาเช่าหลักโดยไม่ดูข้อเช่าช่วง ถ้าสัญญาไม่อนุญาตให้เช่าช่วง แล้วนำไปปล่อยต่อ เสี่ยงถูกยกเลิกสัญญาและฟ้องร้องได้นะครับ
  • รับเงินจองแล้วลงเป็นรายได้ทันที ลงทันทีแบบนี้ ทำให้รับรู้รายได้ผิดงวด เราต้องลงเป็นเงินรับล่วงหน้าก่อน แล้วรับรู้เมื่องานเกิด
  • เลือกประเภทสัญญา VAT ผิด ถ้าทำเป็นเช่าอสังหาฯ (ยกเว้น VAT) จะขอคืนภาษีซื้อจากต้นทุนประมูล/ก่อสร้างบูทไม่ได้เลย — ทั้งที่ต้นทุนพวกนี้สูงมาก
  • ลืมติดอากรแสตมป์อย่าลืมประเด็นนี้ครับ หากเป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ ต้องติดอากรแสตมป์ในอัตรา1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา
  • ลืมหัก ณ ที่จ่ายตอนจ่ายเจ้าของพื้นที่นิติบุคคล ทำให้ต้องรับผิดชอบภาษีแทน
  • ประเมินพื้นที่ว่างต่ำไป คิดว่าร้านจะเต็ม แต่จริงไม่เต็ม กลายเป็นแบกค่าเช่าคงที่ขาดทุน — ควรตั้งจุดคุ้มทุน (เช่น จำนวนล็อกขั้นต่ำที่ต้องขายได้) ก่อนประมูล

บทความนี้เรียบเรียงตามแนวทางบัญชีและประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้อง การตีความสัญญาเช่ากับสัญญาบริการขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขในสัญญาแต่ละกรณี แนะนำให้ปรึกษานักบัญชี/ผู้สอบบัญชี และตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่กรมสรรพากรก่อนดำเนินการจริง

คำถามที่พบบ่อย

เงินจองล็อกที่ร้านค้าโอนมาก่อนงาน ถือเป็นรายได้เลยไหม?

ยังไม่ใช่ครับ เราต้องบันทึกเป็น “เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า” (หนี้สิน) ก่อน แล้วจึงรับรู้เป็นรายได้เมื่องานเกิดขึ้นจริง หรือทยอยรับรู้ตามระยะเวลาในสัญญา

ปล่อยเช่าช่วงพื้นที่ขายอาหาร ต้องเสีย VAT ไหม?

ขึ้นกับลักษณะสัญญา ถ้าเป็น “เช่าอสังหาริมทรัพย์” (ส่งมอบการครอบครอง) ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ต) แต่ถ้าเป็น “ให้บริการพื้นที่” (มีบริการเสริม) ต้องเสีย VAT 7% เมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี และนำภาษีซื้อมาหักได้

ควรทำสัญญาแบบเช่าหรือแบบบริการดีกว่า?

ถ้ามีต้นทุนภาษีซื้อสูง (ค่าก่อสร้างบูท ค่าออร์แกไนซ์ ค่าโปรโมท) การทำเป็น “สัญญาบริการพื้นที่” มักคุ้มกว่า เพราะนำภาษีซื้อมาหักลบได้ ส่วนแบบเช่าอสังหาฯ จะยกเว้น VAT แต่ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้

ทำในนามบุคคลธรรมดาหรือบริษัทดีกว่า?

ถ้ารับงานสเกลใหญ่ มูลค่าประมูลสูง หรือทำระยะยาว แนะนำจัดตั้งเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัด) เพราะเสียภาษีจากกำไรสุทธิ บริหารต้นทุนและภาษีซื้อ-ขายได้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากการตรวจสอบมากกว่า

เกี่ยวกับผู้เขียน

พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูล

TA, CPIAT

ผู้จัดการสำนักงานบัญชี Riskless Accounting, ที่ปรึกษาวางระบบควบคุมภายใน และตรวจสอบภายใน

อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?

ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรอง ไว้ยื่นชั่วโมงต่อสภาฯ ด้วยตนเอง

ดูคอร์สทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษีสรรพสามิต - ความรู้เบื้องต้นที่นักบัญชีและผู้ประกอบการควรรู้
ภาษีอากร

ภาษีสรรพสามิต - ความรู้เบื้องต้นที่นักบัญชีและผู้ประกอบการควรรู้ (อัปเดต 2569)

ภาษีสรรพสามิตใกล้ตัวกว่าที่คิด — น้ำมัน รถยนต์ เบียร์ น้ำหวาน บริการบางอย่าง ล้วนมีภาษีนี้แฝงอยู่ บทความนี้สรุปความรู้พื้นฐานสำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ว่าภาษีสรรพสามิตคืออะไร สินค้าใดเข้าข่าย ใครต้องเสีย คำนวณอย่างไร และทำไมต้องวางแผนเป็นต้นทุนตั้งแต่ต้น

บุณฑริก กลิ่นภักดี
ไม่มีใบเสร็จ ทำอย่างไร? จัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินให้ถูกต้อง
บัญชี

ไม่มีใบเสร็จ ทำอย่างไร? จัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินให้ถูกต้อง (อัปเดต 2569)

“จ่ายเงินจริงแต่ไม่มีบิล” เป็นปัญหาคลาสสิกของเจ้าของธุรกิจ ทั้งซื้อของร้านเล็ก ค่าบริการย่อย หรือรายจ่ายกะทันหัน บทความนี้สรุปวิธีใช้ “ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน” ให้ถูกต้อง ตั้งแต่องค์ประกอบที่ต้องมี การแยกรายจ่ายตามมูลค่า ไปจนถึงข้อจำกัดเรื่อง VAT และข้อพลาดที่ทำให้สรรพากรไม่ยอมรับ

บุณฑริก กลิ่นภักดี
ภาษีค่าโฆษณา Facebook / Google Ads
ภาษีอากร

ภาษีค่าโฆษณา Facebook / Google Ads — เจ้าของธุรกิจต้องทำอะไรบ้าง

ภาษีจากการยิงโฆษณา Facebook และ Google เป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์พลาดกันมากที่สุด โดยเฉพาะการลืมยื่น ภ.พ.36 ที่สรรพากรตรวจเจอแล้วเรียกเก็บย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ บทความนี้สรุปภาษีค่าโฆษณาออนไลน์ให้ครบและถูกต้องตามกฎหมายล่าสุด แยกระหว่างธุรกิจที่จด VAT กับไม่จด VAT และข้อพลาดที่ต้องระวัง

พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูล