จรรยาบรรณ

ข้อบังคับจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีฉบับใหม่ พ.ศ. 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง - สรุปให้ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี

Sornron Thongprasert
ข้อบังคับจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง สรุปให้ผู้ทำบัญชี

สรุปสั้น

ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 มีผลใช้บังคับ 16 กรกฎาคม 2569 และยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2561 หลักการพื้นฐาน 6 ข้อยังคงเดิม แต่เพิ่มเหตุประพฤติผิดจรรยาบรรณใหม่ 1 ข้อ คือความผิดฐานนอมินีตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ข้อบังคับจรรยาบรรณฉบับใหม่ประกาศเมื่อไร มีผลเมื่อไร

ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569 ลงนามโดยนายกสภาวิชาชีพบัญชีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 174 ง หน้า 19 ถึง 26 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569

ข้อ 2 ของข้อบังคับกำหนดให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 และข้อ 3 กำหนดให้ยกเลิกข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2561 ซึ่งเดิมประกาศเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2561

ข้อบังคับฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 7 (4) (9) และ (11) มาตรา 30 มาตรา 46 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นบทอาศัยอำนาจชุดเดียวกับฉบับ 2561

อะไรที่ยังคงเดิม ไม่ต้องเรียนใหม่

ในส่วนที่คงเดิมไม่ต้องศึกษาใหม่ คือ โครงสร้างและสาระสำคัญเกือบทั้งฉบับคงเดิม ผู้ที่เคยอบรมจรรยาบรรณมาแล้วไม่ต้องเริ่มเรียนใหม่ทั้งหมด

ทั้งสองฉบับมีจำนวนข้อเท่ากันคือ 19 ข้อ และแบ่งหมวดเหมือนกัน คือ บททั่วไป หมวดหลักการพื้นฐานของจรรยาบรรณ หมวดการนำหลักการพื้นฐานไปปฏิบัติ และบทเฉพาะกาล สิ่งที่ยังคงเดิมทุกประการ ได้แก่

  1. หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ ยังคงเรียงลำดับ (ก) ความซื่อสัตย์สุจริต (ข) ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ (ค) ความรู้ ความสามารถ ความเอาใจใส่ และการรักษามาตรฐานในการปฏิบัติงาน (ง) การรักษาความลับ (จ) พฤติกรรมทางวิชาชีพ (ฉ) ความโปร่งใส
  2. กรอบแนวคิด ยังคงเป็น 3 ขั้นตอน คือ ระบุอุปสรรค ประเมินนัยสำคัญ และใช้มาตรการป้องกันเพื่อขจัดหรือลดอุปสรรคให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ พร้อมเกณฑ์ทดสอบด้วยมุมมองบุคคลที่สามซึ่งมีความรอบรู้และได้ใช้วิจารณญาณเยี่ยงวิญญูชน
  3. อุปสรรค 5 ประเภท ยังคงเป็นผลประโยชน์ส่วนตน การสอบทานผลงานตนเอง การเป็นผู้ให้การสนับสนุน ความคุ้นเคย และการถูกข่มขู่
  4. คำนิยามสำคัญ เช่น ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ให้บริการสาธารณะ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในหน่วยงานธุรกิจ สำนักงาน และผู้มีหน้าที่กำกับดูแล ใช้ถ้อยคำเดิม
  5. มาตรการป้องกัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการติดต่อสื่อสารกับผู้มีหน้าที่กำกับดูแล คงเดิม

จุดที่เปลี่ยนจริง และน่าสนใจ คือการเพิ่มความผิดฐานนอมินีเป็นเหตุประพฤติผิดจรรยาบรรณ

การเปลี่ยนแปลงเชิงสาระที่ชัดเจนอยู่ในข้อ 9 (จ) ว่าด้วยพฤติกรรมทางวิชาชีพ ในส่วนที่ระบุกรณีที่ถือเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพบัญชี ซึ่งเดิมฉบับ 2561 มี 4 อนุ ฉบับ 2569 เพิ่มเป็น 5 อนุ

อนุที่เพิ่มเข้ามาคือ การกระทำความผิดตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ข้อสังเกตในเชิงการอ่านตัวบทคือ อนุใหม่นี้ถูกแทรกเข้ามาเป็นอนุ (4) แล้วเลื่อนอนุกวาดเดิมที่ให้อำนาจคณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณากรณีอื่นไปเป็นอนุ (5) ไม่ใช่การเพิ่มต่อท้าย

มาตรา 36 ของกฎหมายฉบับดังกล่าวคือบทบัญญัติที่มักเรียกกันว่า “บทนอมินี” ครอบคลุมพฤติการณ์สองกลุ่ม

กลุ่มแรก คือ ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าว ซึ่งให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ โดยคนต่างด้าวนั้นมิได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว

กลุ่มที่สอง คือ การร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยแสดงออกว่าเป็นธุรกิจของตนแต่ผู้เดียว หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้

จุดที่มักเข้าใจผิดคือ มาตรา 36 ไม่ได้เอาผิดเฉพาะฝ่ายคนไทย เพราะตัวบทกำหนดรวมถึงคนต่างด้าวซึ่งยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวกระทำการดังกล่าวด้วย

อัตราโทษคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งให้เลิกการให้ความช่วยเหลือ การร่วมประกอบธุรกิจ หรือการถือหุ้นนั้นเสีย แล้วแต่กรณี หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลยังมีโทษปรับอีกวันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

ประเด็นที่ควรเข้าใจให้ชัดสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีคือ ข้อบังคับใช้ถ้อยคำว่า “โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก” ดังนั้นจะเข้าเหตุตามอนุนี้ต่อเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุกจริง กรณีที่ศาลลงโทษปรับเพียงอย่างเดียวไม่เข้าข่ายอนุนี้ แต่ยังอาจเข้าเหตุอื่นได้ตามดุลยพินิจของคณะกรรมการจรรยาบรรณ

การเพิ่มอนุนี้สะท้อนทิศทางการกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับกรณีนิติบุคคลให้บริการรับทำบัญชีที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกจับตามากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อีกจุดหนึ่งที่น่าสังเกตในเชิงการร่างกฎหมายคือ บทเฉพาะกาลในข้อ 18 และข้อ 19 ของฉบับ 2569 ยังคงอ้างถึงข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ 19) เรื่อง จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2553 ตามถ้อยคำเดิมที่ยกมาจากฉบับ 2561 ทั้งที่ฉบับ 2553 ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2561 แล้ว ผู้ที่อ่านตัวบทควรเข้าใจบริบทนี้ไว้เพื่อไม่ให้สับสน

อัปเดตคู่มือประมวลจรรยาบรรณที่มีผลบังคับแล้วในปี 2569

นอกจากตัวข้อบังคับ ยังมีการเปลี่ยนแปลงในชั้นคู่มือประมวลจรรยาบรรณที่มีผลบังคับใช้จริงแล้ว และหลายเรื่องยังไม่ปรากฏในเอกสารอบรมที่หมุนเวียนกันอยู่

คู่มือประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีฉบับที่ใช้บังคับปัจจุบันคือฉบับ พ.ศ. 2568 ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 19/2568 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ซึ่งยกเลิกประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 14/2567 ฉบับเดิม โดยปรับปรุงให้สอดคล้องกับประมวลจรรยาบรรณของ IESBA ฉบับปรับปรุงปี 2024 มีการปรับปรุงสำคัญ 3 เรื่อง

  1. นิยาม “กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ” (PIE) เปลี่ยนใหม่ โดยกำหนดหมวดหมู่ “กิจการที่ออกตราสารขายต่อสาธารณะ (publicly traded entity)” แทนคำว่า “บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed entity)” เดิม ทำให้ขอบเขตกว้างขึ้น และยังปรับปรุงคำนิยาม “ลูกค้างานสอบบัญชี” และ “ลูกค้างานสอบบัญชีของกลุ่มกิจการ” ในอภิธานศัพท์ด้วย มีผลบังคับใช้สำหรับการตรวจสอบงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ผลกระทบในทางปฏิบัติคือ ลูกค้างานสอบบัญชีบางรายที่เดิมไม่เข้าข่าย PIE อาจเข้าข่ายเพิ่มขึ้น และต้องใช้มาตรฐานความเป็นอิสระตามส่วนที่ 4ก ที่เข้มงวดกว่า
  2. ข้อกำหนดเรื่องเทคโนโลยี ปรับปรุงข้อกำหนดที่เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการปฏิบัติตามหลักการพื้นฐาน มีผลบังคับใช้สำหรับการตรวจสอบและการสอบทานงบการเงิน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2568
  3. หมวดใหม่ทั้งหมวดเรื่องการวางแผนภาษีและบริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หมวด 280 สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพในหน่วยงานธุรกิจ (PAIB) และหมวด 380 สำหรับผู้ให้บริการสาธารณะ (PAPP) พร้อมการแก้ไขผลสืบเนื่องในหมวด 321 กำหนดให้ต้องประเมินอุปสรรคก่อนให้คำแนะนำหรือให้บริการวางแผนภาษี โดยหมวด 280 มีผลกับกิจกรรมการวางแผนภาษี และหมวด 380 กับหมวด 321 มีผลกับบริการการวางแผนภาษี ที่เริ่มต้นหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2569

จากถ้อยคำ “ที่เริ่มต้นหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2569” ย่อมเข้าใจได้โดยนัยว่า งานที่เริ่มก่อนวันดังกล่าวไม่อยู่ในบังคับของหมวดใหม่ อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติที่รอบคอบ สำนักงานควรพิจารณาใช้กรอบการประเมินอุปสรรคกับงานที่ยังดำเนินอยู่ด้วย เพราะเป็นแนวทางที่แสดงความระมัดระวังทางวิชาชีพได้ดีกว่า

หมวด 280 และ 380 คือเนื้อหาที่ใหม่ที่สุดและยังไม่ค่อยปรากฏในหลักสูตรอบรมบัญชี เก็บชั่วโมง CPD ทั่วไป ทั้งที่กระทบผู้ทำบัญชีและสำนักงานบัญชีที่ให้บริการวางแผนภาษีโดยตรง

ข้อควรระวังสำหรับนักบัญชี

  1. สำนักงานบัญชีที่ให้บริการวางแผนภาษีควรให้ความสำคัญกับหมวด 280 และ 380 เป็นพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกที่คู่มือกำหนดกรอบการประเมินอุปสรรคสำหรับกิจกรรมและบริการวางแผนภาษีไว้เป็นหมวดเฉพาะ ซึ่งเปลี่ยนจากการใช้ดุลยพินิจทั่วไปมาเป็นการต้องมีกระบวนการประเมินที่แสดงหลักฐานได้
  2. บริษัทที่เตรียม IPO ควรตรวจสอบว่าผู้สอบบัญชีของตนเข้าข่าย PIE ตามนิยามใหม่หรือไม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหากเข้าข่าย จะมีข้อจำกัดเรื่องบริการที่ไม่ใช่งานสอบบัญชีและการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีที่เข้มขึ้น ซึ่งอาจกระทบแผนงานที่วางไว้
  3. การเพิ่มความผิดฐานนอมินีเป็นเหตุประพฤติผิดจรรยาบรรณ กระทบสำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้ลูกค้าโดยตรง ควรทบทวนกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) และการรับงานจดทะเบียนที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกมาตรการทางทะเบียนเพื่อสกัดนอมินีเพิ่มเติมในช่วงปี 2569

บทความนี้อ้างอิงข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 174 ง หน้า 19 ถึง 26 วันที่ 15 กรกฎาคม 2569), พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547, พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และคู่มือประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2568 (ประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 19/2568 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2568) ข้อมูลเป็นปัจจุบัน ณ เดือนกันยายน 2569 ทั้งนี้ข้อบังคับ ประกาศ และคู่มืออาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบฉบับที่บังคับใช้ล่าสุดจากเว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชี ในหมวดกฎหมายและหมวดมาตรฐานวิชาชีพ ก่อนนำไปใช้อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ข้อบังคับจรรยาบรรณฉบับ 2561 ยังใช้ได้อยู่หรือไม่?

ไม่ได้แล้ว ข้อ 3 ของข้อบังคับฉบับ พ.ศ. 2569 กำหนดให้ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2561 โดยมีผลตั้งแต่ 16 กรกฎาคม 2569

หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ เปลี่ยนไปหรือไม่?

ไม่เปลี่ยน ทั้งจำนวนข้อ ลำดับ และถ้อยคำในข้อ 9 คงเดิมเหมือนฉบับ 2561 ทุกประการ

ต้องอบรมจรรยาบรรณใหม่ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเรียนใหม่ทั้งหมด เพราะสาระสำคัญไม่เปลี่ยน แต่ควรอัปเดตส่วนที่เพิ่มใหม่ และอย่างไรก็ตาม ยังต้องเก็บชั่วโมง CPD ด้านจรรยาบรรณอย่างน้อย 1 ชั่วโมงทุกปีปฏิทิน

คู่มือประมวลจรรยาบรรณกับข้อบังคับ ต่างกันอย่างไร?

ข้อบังคับเป็นกฎหมายลำดับรองที่มีผลผูกพันโดยตรง กำหนดหลักการในระดับกว้าง ส่วนคู่มือประมวลจรรยาบรรณเป็นแนวปฏิบัติระดับรายละเอียดที่อ้างอิงมาตรฐานสากล IESBA ใช้ควบคู่กัน

หมวด 280 และ 380 เรื่องการวางแผนภาษี มีผลกับใคร?

หมวด 280 มีผลกับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในหน่วยงานธุรกิจ ส่วนหมวด 380 มีผลกับผู้ให้บริการสาธารณะ ทั้งสองหมวดใช้กับกิจกรรมและบริการวางแผนภาษีที่เริ่มต้นหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2569

จะตรวจสอบข้อบังคับฉบับล่าสุดได้ที่ไหน?

หน้าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา และค้นหาจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และสำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ต้องการอัปเดตเนื้อหาจรรยาบรรณให้ทันฉบับ พ.ศ. 2569 พร้อมเก็บชั่วโมง CPD ไปในตัว cpdclass.com มีคอร์สอบรม CPD ออนไลน์ ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี ที่ปรับเนื้อหาตามข้อบังคับและคู่มือประมวลจรรยาบรรณฉบับล่าสุด เรียนจบแล้วนับชั่วโมงจรรยาบรรณได้ทันทีตามเกณฑ์ปี 2569

เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert

Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance

อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?

ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้ยื่นชั่วโมงต่อสภาฯ ด้วยตนเอง

ดูคอร์สทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

accounting ethics 6 principles
CPD/CPA Hours

จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี คืออะไร - หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ ที่ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีต้องรู้ (อัปเดต 2569)

บทความนี้จะพาไปรู้จักจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีตั้งแต่ลำดับชั้นของกฎหมาย หลักการพื้นฐานทั้ง 6 ข้อพร้อมตัวอย่างในงานจริง ไปจนถึงเหตุผลที่การอบรมบัญชี เก็บชั่วโมง CPD ด้านจรรยาบรรณกลายเป็นข้อบังคับครบทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตั้งแต่ปี 2569

Sornron Thongprasert
ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) แจ้งชั่วโมง CPD
CPD/CPA Hours

ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) เข้าสู่ระบบ เช็กสถานะ และแจ้งชั่วโมง CPD กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (อัปเดต 2569)

บทความนี้พาทำทีละขั้น ตั้งแต่เข้าสู่ระบบงานผู้ทำบัญชีให้ได้ เช็กสถานะของตัวเองแบบไม่ต้องล็อกอิน อ่านตารางชั่วโมง CPD ให้เป็น ไปจนถึงแจ้งชั่วโมงให้ทันกำหนดใหม่ 31 ธันวาคม พร้อมภาพหน้าจอจริงทุกขั้นตอน

Sornron Thongprasert
จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
จรรยาบรรณ

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี สรุปหลักการ อุปสรรค บทลงโทษ สำหรับผู้ทำบัญชีและ CPA

วิชาชีพบัญชีตั้งอยู่บน “ความไว้วางใจของสาธารณชน” จรรยาบรรณคือสิ่งที่ทำให้งบการเงินเชื่อถือได้ บทความนี้สรุปจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีแบบครบและอ่านง่าย ตั้งแต่ลำดับชั้นกฎหมาย หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ อุปสรรค 5 ประเภทและวิธีจัดการ ไปจนถึง บทลงโทษและกรณีศึกษาจริง พร้อมเช็กลิสต์ที่ใช้ได้ทันที

พรชัย ศิริกิจพาณิชย์กูล