การควบคุมภายใน

IT Audit คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง เกี่ยวกับ ITGC และ ITAC อย่างไร พร้อมเช็กลิสต์ที่นักบัญชีควรเตรียม

Sornron Thongprasert
ปกบทความ IT Audit คืออะไร แสดงการควบคุมทั่วไปของเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITGC) ตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) แบ่ง 3 กระบวนการ คือ การเข้าถึง การเปลี่ยนแปลง และการปฏิบัติงาน

สรุปสั้น

IT Audit หรือการตรวจสอบระบบสารสนเทศ ในงานบัญชีคือการประเมินว่าระบบไอทีที่ใช้ทำบัญชีมีการควบคุมที่เหมาะสมและทำงานได้จริง จนเชื่อได้ว่าข้อมูลการเงินครบถ้วนถูกต้อง ตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) ผู้สอบบัญชีต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมไอที แล้วระบุความเสี่ยงจากการใช้ไอทีและการควบคุมทั่วไปด้านไอที (ITGC) ของระบบที่เกี่ยวข้อง ส่วน ITAC คือการควบคุมที่ฝังในระบบงานและทำงานกับแต่ละรายการ

บทความนี้อธิบายว่า IT Audit คืออะไร ใครเป็นคนตรวจ ผู้สอบบัญชีต้องทำอะไรเกี่ยวกับไอทีตาม TSA 315 ITGC กับ ITAC ต่างกันอย่างไร กิจการที่ใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปหรือคลาวด์ถูกดูอะไร และนักบัญชีควรเตรียมเอกสารอะไรไว้ก่อน

IT Audit คืออะไร

IT Audit หรือการตรวจสอบระบบสารสนเทศ ในบริบทของงานบัญชี คือการประเมินว่าระบบไอทีที่กิจการใช้บันทึก ประมวลผล และรายงานข้อมูลทางการเงิน มีการควบคุมที่ออกแบบไว้เหมาะสมและทำงานได้จริง จนเชื่อได้อย่างสมเหตุสมผลว่าข้อมูลที่ออกจากระบบครบถ้วนและถูกต้อง

มาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) หรือ TSA 315 ไม่ได้ให้นิยามคำว่า IT Audit ไว้ บทความนี้ใช้ความหมายข้างบน ครอบคลุมทั้งงานของผู้สอบบัญชีในการตรวจสอบงบการเงินตาม TSA 315 และงานของผู้ตรวจสอบภายใน ผู้เขียนมองว่าทั้งสองงานถามคำถามคล้ายกัน เช่น ใครเข้าระบบได้ ใครแก้โปรแกรมหรือการตั้งค่าได้ และข้อมูลสำรองกู้คืนได้จริงหรือไม่

ใครเป็นคนตรวจ ผู้สอบบัญชีกับผู้ตรวจสอบภายในต่างกันอย่างไร

IT Audit ในงานบัญชีทำได้ทั้งผู้สอบบัญชีที่ตรวจงบการเงิน ซึ่งอาจมีผู้เชี่ยวชาญไอทีในทีม และผู้ตรวจสอบภายในของกิจการ สองฝ่ายนี้ตรวจด้วยเป้าหมายต่างกัน

ผู้สอบบัญชี TSA 315 ย่อหน้าที่ 1 ระบุว่ามาตรฐานนี้ว่าด้วยความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชีในการระบุและประเมินความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในงบการเงิน งานด้านไอทีของผู้สอบบัญชีจึงมุ่งที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงิน ย่อหน้าที่ ก171 อธิบายว่าเมื่อสภาพแวดล้อมไอทีซับซ้อนขึ้น มีแนวโน้มต้องอาศัยสมาชิกในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่เชี่ยวชาญด้านไอทีร่วมด้วย

ผู้ตรวจสอบภายใน ภาคผนวก 4 ข้อ 2 ของ TSA 315 อธิบายว่าความรับผิดชอบของหน่วยงานตรวจสอบภายในอาจรวมถึงการตรวจสอบและประเมินผล เพื่อให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้บริหารและผู้มีหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับการออกแบบและประสิทธิผลของการบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน และกระบวนการกำกับดูแลของกิจการ ส่วนขอบเขตงานแตกต่างกันตามขนาด ความซับซ้อน และโครงสร้างของกิจการ และอาจระบุไว้ในกฎบัตรการตรวจสอบภายใน (ภาคผนวก 4 ข้อ 1)

สองงานนี้เชื่อมกัน ย่อหน้าที่ 14(ก) กำหนดให้วิธีการประเมินความเสี่ยงต้องรวมถึงการสอบถามบุคคลในหน่วยงานตรวจสอบภายใน (ถ้ามี) และภาคผนวก 4 ข้อ 3 อธิบายว่าในกิจการที่มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชีควรสอบถามประเด็นที่หน่วยงานตรวจสอบภายในนำเสนอต่อผู้มีหน้าที่กำกับดูแล และผลการประเมินความเสี่ยงของหน่วยงานนั้น และข้อ 4 อธิบายว่าถ้าการสอบถามพบประเด็นที่เกี่ยวกับการรายงานทางการเงิน ผู้สอบบัญชีอาจพิจารณาอ่านรายงานของหน่วยงานตรวจสอบภายในที่เกี่ยวข้อง

TSA 315 เป็นข้อกำหนดสำหรับผู้สอบบัญชี ไม่ได้กำหนดให้กิจการต้องมีการควบคุมด้านไอทีแบบใดแบบหนึ่ง สิ่งที่บทความนี้แนะนำให้กิจการทำจึงเป็นความเห็นของผู้เขียน

ทำไมผู้สอบบัญชีต้องทำความเข้าใจไอทีของกิจการ

เพราะ TSA 315 กำหนดให้ผู้สอบบัญชีทำความเข้าใจกิจการและระบบควบคุมภายใน ซึ่งรวมถึงการใช้ไอที เพื่อประเมินความเสี่ยงของงบการเงิน มาตรฐานฉบับนี้ถือปฏิบัติกับการตรวจสอบงบการเงินสำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2565 (ย่อหน้าที่ 10) ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับไอทีโดยตรงมีดังนี้

  • ย่อหน้าที่ 19(ก)(1) ผู้สอบบัญชีต้องทำความเข้าใจรูปแบบธุรกิจของกิจการ ซึ่งรวมถึงขอบเขตที่นำไอทีเข้ามาบูรณาการกับรูปแบบธุรกิจ
  • ย่อหน้าที่ 25(ก)(4) ในการทำความเข้าใจระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงิน ผู้สอบบัญชีต้องเข้าใจทรัพยากรของกิจการ ซึ่งรวมถึงสภาพแวดล้อมไอที
  • ย่อหน้าที่ 26(ข) และ (ค) สำหรับการควบคุมที่ผู้สอบบัญชีระบุไว้ ผู้สอบบัญชีต้องระบุระบบงานไอทีและด้านอื่นของสภาพแวดล้อมไอทีที่อาจมีความเสี่ยงจากการใช้ไอที แล้วระบุความเสี่ยงนั้นและการควบคุมทั่วไปของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ตอบสนองต่อความเสี่ยง
  • ย่อหน้าที่ 26(ง) สำหรับการควบคุมแต่ละรายการที่ระบุไว้ รวมถึง ITGC ตามข้อ (ค) ผู้สอบบัญชีต้องประเมินว่าการควบคุมออกแบบไว้อย่างมีประสิทธิผลหรือไม่ และพิจารณาว่ามีการนำไปปฏิบัติหรือไม่ โดยใช้วิธีที่นอกเหนือจากการสอบถามบุคลากรของกิจการ

ตัวอย่างในย่อหน้าที่ ก166 มีสองกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง กรณีแรก ถ้า ITGC ไม่ได้ป้องกันหรือตรวจพบการแก้โปรแกรมหรือการเข้าระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจกระทบการตัดสินใจของผู้สอบบัญชีว่าจะพึ่งพาการควบคุมอัตโนมัติในระบบนั้นหรือไม่ กรณีที่สอง ถ้าผู้สอบบัญชีตัดสินใจไม่ทดสอบ ITGC หรือคาดว่า ITGC ไม่มีประสิทธิผล ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอาจต้องตอบสนองด้วยวิธีการตรวจสอบเนื้อหาสาระ แต่ถ้าวิธีการตรวจสอบเนื้อหาสาระอย่างเดียวให้หลักฐานที่เหมาะสมไม่เพียงพอ ความเสี่ยงนั้นอาจตอบสนองไม่ได้ และผู้สอบบัญชีอาจพิจารณาผลกระทบต่อการแสดงความเห็น

อ่านมาตรฐานฉบับเต็มได้ที่ มาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) การระบุและประเมินความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ของสภาวิชาชีพบัญชี (ไฟล์ PDF)

สภาพแวดล้อมไอทีของกิจการประกอบด้วยอะไร

TSA 315 ย่อหน้าที่ 12(ช) ให้ความหมายว่า สภาพแวดล้อมไอทีคือระบบงานไอทีและโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่สนับสนุน รวมทั้งกระบวนการด้านไอทีและบุคลากรในกระบวนการเหล่านั้น

  • ระบบงานไอที โปรแกรมที่ใช้เริ่มต้น ประมวลผล บันทึก และรายงานรายการค้า เช่น โปรแกรมบัญชีหรือระบบขาย รวมถึงคลังข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้างรายงาน
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เครือข่าย ระบบปฏิบัติการ ฐานข้อมูล และฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
  • กระบวนการด้านไอที การจัดการการเข้าถึง การจัดการการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมหรือสภาพแวดล้อมไอที และการจัดการการปฏิบัติงานด้านไอที

ภาคผนวก 6 ข้อ 1 อธิบายว่าแต่ละชั้นมีความเสี่ยงต่างกัน เช่น ชั้นฐานข้อมูลเสี่ยงที่ข้อมูลการรายงานทางการเงินถูกแก้โดยตรงหรือด้วยสคริปต์โดยไม่ได้รับอนุญาต ชั้นระบบปฏิบัติการเสี่ยงจากสิทธิ์ผู้ดูแลระบบที่ใช้แทรกแซงการควบคุมอื่นได้ และชั้นเครือข่ายเกี่ยวกับการเข้าถึงจากระยะไกลและการยืนยันตัวตน ย่อหน้าที่ ก172 อธิบายว่าเมื่อผู้สอบบัญชีระบุระบบงานที่อาจมีความเสี่ยงจากการใช้ไอทีแล้ว มีแนวโน้มจะระบุฐานข้อมูล ระบบปฏิบัติการ และเครือข่ายด้วย เพราะสนับสนุนและทำงานร่วมกับระบบงานนั้น นี่คือเหตุผลที่ผู้ตรวจอาจถามเลยไปถึงชั้นที่ฝ่ายบัญชีไม่ได้ใช้เอง

ITGC ตาม TSA 315 มีกี่กระบวนการ

TSA 315 จัดกระบวนการด้านไอทีไว้ 3 กระบวนการ คือ การจัดการการเข้าถึง การจัดการการเปลี่ยนแปลง และการจัดการการปฏิบัติงานด้านไอที (ย่อหน้าที่ 12(ช)(3)) และยกตัวอย่าง ITGC ตามกระบวนการเหล่านี้ไว้ในภาคผนวก 6 ข้อ 2

ส่วนความหมาย ITGC หรือการควบคุมทั่วไปของเทคโนโลยีสารสนเทศ คือการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการด้านไอทีของกิจการ ที่ช่วยสนับสนุนให้สภาพแวดล้อมไอทีทำงานได้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิผลต่อเนื่องของการควบคุมการประมวลผลสารสนเทศ และความครบถ้วน ถูกต้อง และสมเหตุสมผลของข้อมูล (สรุปจากย่อหน้าที่ 12(ง)) ภาคผนวกเรียกรายการด้านล่างว่า “ตัวอย่างของการควบคุมทั่วไปของเทคโนโลยีสารสนเทศที่อาจมีอยู่” จึงไม่ใช่รายการที่ทุกกิจการต้องมีครบ

  1. การควบคุมการเข้าถึง การยืนยันตัวตนให้ผู้ใช้เข้าระบบด้วยข้อมูลประจำตัวของตัวเอง การกำหนดสิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่ การจัดสรรสิทธิ์ผู้ใช้ใหม่และแก้ไขสิทธิ์ การตัดสิทธิ์เมื่อออกจากงานหรือโอนย้าย การควบคุมสิทธิ์พิเศษ การสอบทานการเข้าถึงของผู้ใช้ (User Access Review) เป็นระยะ การตั้งค่าด้านความปลอดภัย และการเข้าถึงทางกายภาพ
  2. การจัดการการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมหรือการเปลี่ยนแปลงอื่นในสภาพแวดล้อมไอที กระบวนการออกแบบ เขียนโปรแกรม ทดสอบ และโอนย้ายขึ้นใช้งานจริง การแยกสิทธิ์ทำการเปลี่ยนแปลงออกจากสิทธิ์นำการเปลี่ยนแปลงขึ้นใช้งานจริง การพัฒนาหรือซื้อระบบ และการแปลงข้อมูล
  3. การจัดการการปฏิบัติงานด้านไอที การจัดตารางงานและติดตามงานที่มีผลต่อการรายงานทางการเงิน การสำรองข้อมูลและการกู้คืน และการตรวจจับการบุกรุก

บทความ ITGC คืออะไร 4 กลุ่มที่ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีต้องรู้ แยก “การพัฒนาและการนำระบบใหม่มาใช้” เป็นกลุ่มของตัวเอง ขณะที่ภาคผนวก 6 รวมการพัฒนาหรือซื้อระบบและการแปลงข้อมูลไว้ในกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลง ตัวการควบคุมจึงตรงกัน ต่างกันแค่วิธีจัดกลุ่ม รายการหลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูในแต่ละกลุ่มอยู่ในบทความนั้น

ITAC หรือ Application Control คืออะไร ต่างจาก ITGC อย่างไร

ในบทความนี้ ITAC หรือ Application Control หมายถึงการควบคุมที่ฝังอยู่ในระบบงานและทำงานกับรายการหรือข้อมูลแต่ละรายการ ส่วน ITGC ดูแลกระบวนการไอทีที่อยู่รอบระบบงานทั้งระบบ

TSA 315 ไม่ได้ใช้คำว่า ITAC แต่ใช้คำว่า “การควบคุมการประมวลผลสารสนเทศ” (ย่อหน้าที่ 12(จ)) คือการควบคุมที่ตอบสนองโดยตรงกับความเสี่ยงต่อความครบถ้วน ความถูกต้อง และความสมเหตุสมผลของรายการและข้อมูล ย่อหน้าที่ ก6 อธิบายว่าอาจเป็นแบบอัตโนมัติที่ฝังอยู่ในระบบงาน หรือแบบที่คนทำ เช่น การควบคุมการนำเข้าและส่งออกข้อมูล ผู้เขียนเทียบว่า ITAC ตรงกับส่วนที่เป็นอัตโนมัติ ตัวอย่างที่มาตรฐานยกไว้ เช่น การคำนวณอัตโนมัติ และการจับคู่ใบสั่งซื้อ ใบส่งสินค้า และใบแจ้งหนี้ของผู้ขายโดยอัตโนมัติ (ภาคผนวก 5 ข้อ 8)

สองชั้นนี้พึ่งพากัน ย่อหน้าที่ ก150 อธิบายว่า ITGC สนับสนุนให้การควบคุมการประมวลผลสารสนเทศทำงานได้ผลอย่างต่อเนื่อง แต่โดยปกติ ITGC อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความเสี่ยงในระดับที่เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริหารให้การรับรองไว้ ผู้เขียนสรุปให้จำง่ายว่า ITAC จับความผิดพลาดของรายการ ส่วน ITGC ทำให้เชื่อได้ว่า ITAC ตัวนั้นไม่ถูกใครแก้หรือข้ามไป และข้อมูลไม่ถูกแก้นอกระบบ

IT Audit มองหาความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบไหน

ผู้ตรวจมองหาความเสี่ยงที่ระบบประมวลผลผิด หรือประมวลผลข้อมูลที่ผิด แล้วกิจการพึ่งพาผลนั้นโดยไม่รู้ตัว TSA 315 ย่อหน้าที่ 12(ฌ) เรียกว่า “ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ” หมายถึงความเสี่ยงที่การควบคุมการประมวลผลสารสนเทศอาจออกแบบหรือนำไปปฏิบัติได้ไม่มีประสิทธิผล หรือความเสี่ยงต่อความครบถ้วน ความถูกต้อง และความสมเหตุสมผลของข้อมูล อันเนื่องมาจากการควบคุมในกระบวนการด้านไอทีไม่มีประสิทธิผล

ภาคผนวก 5 ข้อ 18 ยกตัวอย่างความเสี่ยงจากการพึ่งพาที่ไม่เหมาะสมต่อระบบที่ประมวลผลไม่ถูกต้อง หรือประมวลผลข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เช่น การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อมูลถูกทำลายหรือถูกเปลี่ยนอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการบันทึกรายการที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีอยู่จริง บุคลากรไอทีได้สิทธิ์เกินหน้าที่ซึ่งขัดต่อหลักการแบ่งแยกหน้าที่ การแก้ข้อมูลหลักหรือระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อมูลสูญหายหรือเข้าถึงไม่ได้เมื่อต้องการ ผู้เขียนยกตัวอย่างข้อมูลหลักในงานบัญชี เช่น ทะเบียนผู้ขายพร้อมเลขบัญชีธนาคาร ถ้ามีคนแก้ได้โดยไม่มีใครสอบทาน รายการจ่ายเงินหลังจากนั้นอาจผิดตามไปด้วยโดยไม่มีใครเห็น

มาตรฐานยังพูดถึงสองเรื่องที่นักบัญชีใช้ตอนปิดงบ

  • รายงานที่ระบบจัดทำ เช่น รายงานอายุลูกหนี้การค้าและรายงานมูลค่าสินค้าคงเหลือ ผู้สอบบัญชีอาจทดสอบข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ของรายงานโดยตรง หรือวางแผนทดสอบการควบคุมการจัดทำรายงานและ ITGC ที่เกี่ยวข้อง (ภาคผนวก 5 ข้อ 10)
  • กระดาษคำนวณที่ผู้ใช้สร้างเอง มาตรฐานอธิบายว่ามักไม่ถูกระบุเป็นระบบงานไอที และการควบคุมการเข้าถึงกับการแก้ไขอาจทำได้ยาก ผู้สอบบัญชีจึงอาจพิจารณาการควบคุมอื่นร่วมกัน เช่น การกระทบยอดรายงานกับข้อมูลที่ดึงมา และการตรวจสูตรคำนวณหรือแมโคร (ภาคผนวก 5 ข้อ 14)

ถ้าต้องตัดสินว่าระบบไหนควรให้น้ำหนักกับความลับ ความถูกต้องครบถ้วน หรือความพร้อมใช้งานก่อน อ่าน จัดลำดับ C-I-A ให้ตรงกับธุรกิจ ส่วนสิทธิ์ที่ขัดกับหลักการแบ่งแยกหน้าที่ อ่าน การแบ่งแยกหน้าที่ในระบบ IT (Segregation of Duties)

กิจการขนาดเล็กที่ใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปหรือระบบบนคลาวด์ ผู้สอบบัญชีดูอะไร

ผู้สอบบัญชียังต้องทำความเข้าใจไอทีของกิจการขนาดเล็ก เพราะข้อกำหนดในย่อหน้าที่ 25(ก)(4) ให้ผู้สอบบัญชีเข้าใจทรัพยากรของกิจการ ซึ่งรวมถึงสภาพแวดล้อมไอที และคำนำของ TSA 315 (ย่อหน้าที่ 9) ระบุว่ามาตรฐานตั้งใจให้ใช้กับการสอบบัญชีทุกกิจการโดยไม่คำนึงถึงขนาดหรือความซับซ้อน ส่วนขอบเขตความเข้าใจด้านไอทีแตกต่างกันไปตามลักษณะของกิจการและสภาพแวดล้อมไอที (ย่อหน้าที่ ก170)

ย่อหน้าที่ ก170 ยกตัวอย่างกิจการที่ใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์และเข้าถึงรหัสโปรแกรมต้นฉบับไม่ได้ ว่าไม่น่าจะมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม แต่อาจมีกระบวนการตั้งค่าซอฟต์แวร์ เช่น ผังบัญชีและพารามิเตอร์ และการจัดการสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบ ในสถานการณ์นี้มาตรฐานเขียนว่ากิจการ “ไม่น่าจะมีหรือไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมทั่วไปของเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นทางการ” ส่วนกิจการที่มีพนักงานน้อย ย่อหน้าที่ ก157 ยอมรับว่าการแบ่งแยกหน้าที่อาจทำได้ยาก และการที่เจ้าของบริหารเองแล้วกำกับดูแลผ่านการมีส่วนร่วมโดยตรงอาจชดเชยข้อจำกัดนี้ได้ แต่การที่คนคนเดียวครอบงำการบริหารงานก็อาจถือเป็นข้อบกพร่องของการควบคุมได้ เพราะมีโอกาสที่ผู้บริหารจะเข้าแทรกแซงการควบคุม

สำหรับระบบบนคลาวด์ ตารางในภาคผนวก 5 ข้อ 4 ยกผู้ให้บริการคลาวด์เป็นตัวอย่างของการจ้างบุคคลภายนอกเป็นฐานที่ตั้งของไอที ย่อหน้าที่ ก174 อธิบายว่าความเสี่ยงด้านไอทีอาจเกิดขึ้นเมื่อกิจการใช้ผู้ให้บริการภายนอกเป็นฐานที่ตั้งของสภาพแวดล้อมไอที และย่อหน้าที่ ก165 ระบุ “การควบคุมส่วนเสริมของกิจการที่ใช้บริการ” ไว้ในการควบคุมที่ผู้สอบบัญชีอาจพิจารณา

ตัวอย่าง (สมมติ) บริษัทจัดจำหน่ายขนาดเล็กใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปแบบออนไลน์ หัวหน้าบัญชีถือสิทธิ์ผู้ดูแลระบบและเป็นคนเพิ่มผู้ขายรายใหม่ด้วย ผู้สอบบัญชีอาจถามว่าใครแก้สิทธิ์ผู้ใช้ได้ ใครเปลี่ยนผังบัญชีได้ และมีใครสอบทานการแก้ข้อมูลผู้ขายหรือไม่ ถ้าโปรแกรมมีรายงานประวัติการแก้ไข กิจการอาจให้เจ้าของเปิดดูรายงานนี้ทุกเดือนแล้วลงชื่อกำกับ และควรตรวจด้วยว่าผู้ดูแลระบบปิดหรือลบประวัติการแก้ไขเองไม่ได้ ไม่เช่นนั้นรายงานที่เจ้าของเปิดดูอาจไม่ครบ

ผู้เขียนแนะนำว่า แม้กิจการแบบนี้อาจไม่จำเป็นต้องมี ITGC ที่เป็นทางการ ก็ควรมีการควบคุมพื้นฐาน คือ ไม่ใช้รหัสผู้ใช้ร่วมกัน ให้สิทธิ์ตามหน้าที่ ปิดสิทธิ์คนที่ลาออกทันที จดว่าใครเปลี่ยนการตั้งค่าอะไร และลองกู้คืนข้อมูลสำรองจริงเป็นครั้งคราว

IT Audit อยู่ตรงไหนในกรอบการควบคุมภายใน COSO

ในแบบประเมินที่จัดทำตามกรอบ COSO การควบคุมทั่วไปด้านไอทีอยู่ในหลักการที่ 11 และการประเมินอิสระโดยผู้ตรวจสอบภายในอยู่ใต้หลักการที่ 16

แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นเครื่องมือให้บริษัทใช้ประเมินความเพียงพอของระบบควบคุมภายในด้วยตนเอง และปรับให้เหมาะกับบริษัทจดทะเบียนไทย ใต้หลักการที่ 11 แบบประเมินถามถึงการควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และกระบวนการได้มา การพัฒนา และการบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยี (ข้อ 11.2 ถึง 11.4) และข้อ 16.2 ถามถึงการตรวจสอบการปฏิบัติตามระบบควบคุมภายในโดยการประเมินตนเอง และ/หรือการประเมินอิสระโดยผู้ตรวจสอบภายใน กรอบ COSO เป็นกรอบแนวคิดของสถาบันวิชาชีพ ไม่ใช่กฎหมาย

ถ้าอยากปูพื้นการควบคุมภายในทั้งกรอบก่อนลงเรื่องไอที อ่านบทความ การควบคุมภายในคืออะไร กรอบ COSO 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ หรือเรียนหลักสูตรอบรมออนไลน์ ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี ของ cpdclass ซึ่งมีบทเรียนเรื่ององค์ประกอบ 5 ด้านและหลักการทั้ง 17 ข้อของกรอบ COSO รวมถึงประโยชน์และข้อจำกัดของระบบควบคุมภายใน หลักสูตรนี้นับชั่วโมงด้านการบัญชี 3 ชั่วโมง ได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ราคา 300 บาท รอบไตรมาส 4/2569 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และต้องเรียนและสอบให้ผ่านภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 หนังสือรับรองจะออกหลังเจ้าหน้าที่ตรวจภาพยืนยันตัวตนระหว่างเรียน จึงควรเรียนให้จบล่วงหน้า ชั่วโมงจากหลักสูตรนี้ยังไม่ครบเกณฑ์ชั่วโมงทั้งปีของทั้งสองกลุ่ม

เช็กลิสต์ข้อมูลที่นักบัญชีควรเตรียมเมื่อผู้ตรวจดูด้านไอที

ผู้เขียนแนะนำให้เตรียมข้อมูล 9 อย่างด้านล่างไว้ก่อน รายการนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนด สิ่งที่ผู้สอบบัญชีขอจริงขึ้นกับดุลยพินิจและระบบของกิจการ วงเล็บท้ายข้อบอกส่วนของ TSA 315 ที่เกี่ยวข้อง ผู้เขียนมองว่าข้อกำหนดในย่อหน้าที่ 26(ง) คือเหตุผลที่ผู้สอบบัญชีจะขอดูหลักฐานหรือสังเกตการทำงานจริง ไม่ใช่ฟังคำอธิบายอย่างเดียว

  1. คำอธิบายระบบ ระบบไหนใช้ทำอะไร ข้อมูลไหลจากระบบหนึ่งไปอีกระบบอย่างไร และใครดูแล (ย่อหน้าที่ 25(ก)(1) และ (4))
  2. รายชื่อผู้ใช้และสิทธิ์ในโปรแกรมบัญชี ณ วันสิ้นงวด ดึงจากระบบโดยตรงพร้อมวันที่และเวลาที่ดึง แยกผู้มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ พร้อมรายชื่อพนักงานที่ลาออกหรือย้ายงานในงวดเทียบกับสถานะบัญชีผู้ใช้ (ภาคผนวก 6 การเข้าถึง)
  3. หลักฐานการอนุมัติสิทธิ์และผลการทบทวนสิทธิ์ผู้ใช้ ใครทบทวน เมื่อไร และสั่งแก้อะไร (ภาคผนวก 6 การเข้าถึง)
  4. บันทึกการเปลี่ยนแปลงระบบ รวมการอัปเกรดเวอร์ชันและการเปลี่ยนการตั้งค่าที่กระทบการบันทึกบัญชี เช่น ผังบัญชี (ย่อหน้าที่ ก170)
  5. เอกสารการย้ายระบบหรือแปลงข้อมูล ถ้าเปลี่ยนโปรแกรมในงวด เช่น การกระทบยอดยกมาระหว่างระบบเดิมกับระบบใหม่ (ภาคผนวก 6 การแปลงข้อมูล)
  6. ผลการสำรองข้อมูลและผลการทดสอบกู้คืน ระบุวันที่และผล (ภาคผนวก 6 การสำรองและกู้คืน)
  7. รายชื่อรายงานจากระบบที่ใช้ปิดงบ พร้อมวิธีที่ใช้ตรวจว่ารายงานครบถ้วนถูกต้อง เช่น กระทบยอดรวมกับบัญชีแยกประเภท และไฟล์กระดาษคำนวณที่ใช้คำนวณตัวเลขในงบ พร้อมระบุว่าใครแก้ได้และใครตรวจทาน (ภาคผนวก 5 ข้อ 10 และ 14)
  8. ข้อมูลผู้ให้บริการ ถ้าใช้คลาวด์หรือจ้างภายนอกดูแลระบบ ให้เตรียมขอบเขตที่ผู้ให้บริการดูแล และรายงานผลการตรวจสอบการควบคุมของผู้ให้บริการถ้ามี (ย่อหน้าที่ ก165 และ ก174)
  9. รายชื่อผู้มีสิทธิ์บันทึก แก้ไข หรือลบรายการบัญชีด้วยมือ รวมถึงรายการปรับปรุง การแก้หรือยกเลิกเอกสารย้อนหลัง และการเปิดงวดที่ปิดแล้ว พร้อมวิธีที่กิจการใช้สอบทานรายการเหล่านี้ (ย่อหน้าที่ 26(ก)(2))

ผู้เขียนแนะนำให้ทำรายการนี้ตั้งแต่ต้นงวด ไม่ใช่รวบรวมตอนผู้ตรวจขอ เพราะหลักฐานอย่างผลการทบทวนสิทธิ์และผลการทดสอบกู้คืน ถ้าไม่ได้ทำไว้ในงวดนั้นก็สร้างย้อนหลังไม่ได้ และไม่ควรจัดทำเอกสารลงวันที่ย้อนหลัง

อ่านต่อเรื่องย่อยของคลัสเตอร์ไอที

บทความนี้เรียบเรียงจากมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) การระบุและประเมินความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีแปลจาก ISA 315 (Revised 2019) และทำซ้ำโดยได้รับอนุญาตจาก IFAC ผู้ถือลิขสิทธิ์ ถือปฏิบัติกับการตรวจสอบงบการเงินสำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ร่วมกับแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ล.ต. ความหมายของคำว่า IT Audit ตัวอย่าง เช็กลิสต์ และคำแนะนำ เป็นความเห็นและตัวอย่างสมมติของผู้เขียน บทความนี้ไม่ครอบคลุมวิธีทดสอบการควบคุมตามมาตรฐานการสอบบัญชีฉบับอื่น ความปลอดภัยไซเบอร์เชิงเทคนิค และกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อมูลหรือคอมพิวเตอร์ มาตรฐานอาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจฉบับล่าสุดที่สภาวิชาชีพบัญชีก่อนนำไปใช้

คำถามที่พบบ่อย

IT Audit คืออะไร

IT Audit หรือการตรวจสอบระบบสารสนเทศ ในงานบัญชีคือการประเมินว่าระบบไอทีที่กิจการใช้บันทึก ประมวลผล และรายงานข้อมูลทางการเงิน มีการควบคุมที่ออกแบบไว้เหมาะสมและทำงานได้จริง จนเชื่อได้อย่างสมเหตุสมผลว่าข้อมูลที่ออกจากระบบครบถ้วนและถูกต้อง มาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) ไม่ได้ให้นิยามคำนี้ไว้ ผู้สอบบัญชีทำงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐานฉบับนี้ ส่วนผู้ตรวจสอบภายในทำตามขอบเขตที่กิจการกำหนด

IT Audit ตรวจอะไรบ้าง

IT Audit ดูสภาพแวดล้อมไอที ได้แก่ ระบบงาน ฐานข้อมูล ระบบปฏิบัติการ และเครือข่าย ดูการควบคุมทั่วไปด้านไอที ซึ่งมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) จัดตัวอย่างไว้ตาม 3 กระบวนการ คือ การควบคุมการเข้าถึง การจัดการการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม และการจัดการการปฏิบัติงานด้านไอที และดูการควบคุมที่ฝังอยู่ในระบบงาน รวมถึงรายงานจากระบบที่ใช้ปิดงบ

Application Control คืออะไร

Application Control หรือ ITAC คือการควบคุมที่ฝังอยู่ในระบบงานและทำงานกับรายการแต่ละรายการ เช่น การคำนวณอัตโนมัติ และการจับคู่ใบสั่งซื้อ ใบส่งสินค้า และใบแจ้งหนี้ของผู้ขายโดยอัตโนมัติ มาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) ไม่ได้ใช้คำนี้ แต่จัดการควบคุมกลุ่มนี้ไว้ในการควบคุมการประมวลผลสารสนเทศ ซึ่งมีทั้งแบบอัตโนมัติและแบบที่คนทำ และอธิบายว่าการควบคุมทั่วไปด้านไอที (ITGC) สนับสนุนให้การควบคุมกลุ่มนี้ทำงานได้ผลอย่างต่อเนื่อง

User Access Review คืออะไร

User Access Review หรือการสอบทานการเข้าถึงของผู้ใช้ คือการรับรองหรือประเมินสิทธิ์ของผู้ใช้ในระบบอีกครั้งเป็นระยะ ว่าแต่ละคนยังมีสิทธิ์เท่าที่หน้าที่ต้องใช้ มาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) จัดเรื่องนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการควบคุมทั่วไปด้านไอทีในกระบวนการควบคุมการเข้าถึง โดยไม่ได้กำหนดความถี่ไว้ ผู้เขียนแนะนำให้กำหนดความถี่ตามความเสี่ยงของระบบ ทบทวนสิทธิ์ผู้ดูแลระบบถี่กว่าสิทธิ์ทั่วไป และให้หัวหน้างานที่รู้หน้าที่ของผู้ใช้แต่ละคนเป็นผู้ทบทวน ไม่ใช่ผู้ดูแลระบบที่เป็นคนให้สิทธิ์เอง

ผู้สอบบัญชีต้องทำความเข้าใจระบบไอทีของกิจการขนาดเล็กด้วยหรือไม่

ต้องทำ เพราะมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) ย่อหน้าที่ 25(ก)(4) ให้ผู้สอบบัญชีเข้าใจทรัพยากรของกิจการ ซึ่งรวมถึงสภาพแวดล้อมไอที และคำนำของมาตรฐานระบุว่าตั้งใจให้ใช้กับการสอบบัญชีทุกกิจการโดยไม่คำนึงถึงขนาด ส่วนขอบเขตความเข้าใจด้านไอทีแตกต่างไปตามลักษณะของกิจการและระบบ มาตรฐานยกตัวอย่างว่ากิจการที่ใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์และแก้รหัสโปรแกรมไม่ได้ ไม่น่าจะมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม และไม่น่าจะมีหรือไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมทั่วไปด้านไอทีที่เป็นทางการ ผู้เขียนแนะนำว่ากิจการแบบนี้ยังควรมีการควบคุมพื้นฐาน เช่น ไม่ใช้รหัสผู้ใช้ร่วมกัน ให้สิทธิ์ตามหน้าที่ ปิดสิทธิ์คนที่ลาออกทันที และลองกู้คืนข้อมูลสำรองจริงเป็นครั้งคราว

ผู้ตรวจสอบภายในตรวจไอทีต่างจากผู้สอบบัญชีอย่างไร

ผู้สอบบัญชีทำความเข้าใจไอทีของกิจการเพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงที่งบการเงินจะแสดงข้อมูลขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) ส่วนภาคผนวก 4 ของมาตรฐานเดียวกันอธิบายว่าความรับผิดชอบของหน่วยงานตรวจสอบภายในอาจรวมถึงการตรวจสอบและประเมินผล เพื่อให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้บริหารและผู้มีหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับการออกแบบและประสิทธิผลของการบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน และกระบวนการกำกับดูแลของกิจการ โดยขอบเขตงานขึ้นกับกิจการและอาจระบุไว้ในกฎบัตรการตรวจสอบภายใน

เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert

Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance

อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?

ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง

ดูคอร์สทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกบทความการควบคุมภายในตามกรอบ COSO 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ แสดงองค์ประกอบทั้ง 5 พร้อมช่วงหลักการ และ 3 ขั้นใช้แบบประเมินทบทวนระบบ
การควบคุมภายใน

การควบคุมภายในคืออะไร กรอบ COSO 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ พร้อมตัวอย่างงานบัญชีและเช็กลิสต์ทบทวนระบบ

คู่มือการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี ผู้ทำบัญชี และผู้ตรวจสอบภายใน อธิบายกรอบ COSO ทั้ง 5 องค์ประกอบ 17 หลักการตามแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของ ก.ล.ต. พร้อมตัวอย่างในงานบัญชี วิธีใช้แบบประเมินทบทวนระบบของกิจการตัวเอง การปรับใช้กับกิจการขนาดเล็ก และข้อจำกัดของการควบคุมภายใน

Sornron Thongprasert
ปกบทความนับสต็อกสิ้นปีทำอย่างไร พร้อมเช็กลิสต์ ตัวอย่างผลนับเทียบยอดในระบบ และ 3 ช่วงก่อนนับ วันนับ หลังนับ
การควบคุมภายใน

นับสต็อกสิ้นปี การตรวจนับสินค้าคงเหลือทำอย่างไร ใบตรวจนับควรมีอะไร นับไม่ตรงทำอย่างไร พร้อมเช็กลิสต์

คู่มือนับสต็อกสิ้นปีสำหรับผู้ทำบัญชีและเจ้าของกิจการ SME ตั้งแต่วางแผนและแบ่งหน้าที่ หยุดการเคลื่อนไหวและตัดยอด ใบตรวจนับสินค้าคงเหลือกับทะเบียนคุมใบนับใน Excel ควรมีคอลัมน์อะไร นับไม่ตรงหาสาเหตุและขออนุมัติอย่างไร ตัวอย่างบันทึกบัญชีปรับปรุงระบบ Perpetual กับ Periodic และเช็กลิสต์สรุป

Sornron Thongprasert
ปกบทความเงินสดย่อย (Petty Cash) บันทึกบัญชีอย่างไร ตัวอย่างวงเงินสมมติ 5,000 บาท และขั้นตอนตั้งวงเงิน เบิกจ่าย เติมเงิน
การควบคุมภายใน

เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร มีกี่ระบบ บันทึกบัญชีอย่างไร พร้อมใบเบิกและวิธีคุมไม่ให้เงินหาย

คู่มือเงินสดย่อยสำหรับผู้ทำบัญชีและเจ้าของกิจการ SME ตั้งแต่เลือกระบบ ตั้งวงเงิน เบิกและเติมเงิน ตัวอย่างการบันทึกบัญชีระบบวงเงินคงที่ทั้งกรณีเงินขาด เงินเกิน และปรับวงเงิน ใบเบิกควรมีช่องอะไร ทำทะเบียนด้วย Excel อย่างไร และการควบคุมขั้นต่ำที่ใช้ได้แม้มีพนักงานไม่กี่คน

Sornron Thongprasert