เกณฑ์ CPD ผู้ทำบัญชี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง สำหรับ 12 ชั่วโมง ที่ต้องแจ้งภายใน 31 ธันวาคม

สรุปสั้น
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ผู้ทำบัญชีต้องเก็บชั่วโมง CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยมีเนื้อหาบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงและจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง และต้องแจ้งชั่วโมงภายในวันสิ้นปีปฏิทินที่อบรม คือ 31 ธันวาคมของปีนั้น ไม่ใช่ 30 มกราคมของปีถัดไปอีกต่อไป
เกณฑ์ CPD ผู้ทำบัญชีปี 2569 คืออะไร
ผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
ที่มาคือประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 346 ง หน้า 35 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยยกเลิกประกาศฉบับ พ.ศ. 2557 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ที่ใช้บังคับอยู่เดิม
ประกาศฉบับนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่อง CPD แต่ปรับปรุงคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีหลายจุดพร้อมกัน จึงควรอ่านทั้งฉบับ ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขชั่วโมง
เทียบเกณฑ์เดิมกับเกณฑ์ใหม่ทีละข้อ
คำตอบที่พวกเราจะเข้าใจได้ง่าย คือ จำนวนชั่วโมงรวมยังเท่าเดิมที่ 12 ชั่วโมง และเนื้อหาด้านบัญชีก็ยังเท่ากับ 6 ชั่วโมงเท่าเดิม สิ่งที่เปลี่ยนจริงมีห้าเรื่อง เมื่อเทียบกับถ้อยคำของประกาศฉบับ พ.ศ. 2557
- เนื้อหาด้านจรรยาบรรณ ประกาศฉบับ พ.ศ. 2557 ไม่ได้กำหนดไว้ เกณฑ์ใหม่กำหนดให้มีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
- กำหนดเวลาแจ้งชั่วโมง ฉบับเดิมแจ้งได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ซึ่งในทางปฏิบัติคือภายในวันที่ 30 มกราคมของปีถัดไป เกณฑ์ใหม่ต้องแจ้งไม่เกินวันสิ้นปีปฏิทินที่พัฒนาความรู้ คือภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น
- ข้อยกเว้นปีแรก ฉบับเดิมยกเว้นเมื่อเหลือเวลาหลังการแจ้งน้อยกว่าหกเดือน เกณฑ์ใหม่ลดเหลือน้อยกว่าสามเดือน
- เพดานชั่วโมงชดเชย ฉบับเดิมรวมกันแล้วไม่เกิน 24 ชั่วโมง เกณฑ์ใหม่เหลือไม่เกิน 12 ชั่วโมง และต้องเป็นเนื้อหาด้านบัญชีทั้งหมด
- หน่วยนับจำนวนงานที่รับได้ ฉบับเดิมรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 รายต่อปีปฏิทิน เกณฑ์ใหม่เปลี่ยนเป็นไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน
มีจุดหนึ่งที่มักเข้าใจคลาดเคลื่อน คือ หลายแหล่งอธิบายเกณฑ์เดิมว่าเนื้อหาบัญชีต้อง "ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง" ถ้อยคำนั้นเป็นของประกาศฉบับ พ.ศ. 2557 จริง แต่กึ่งหนึ่งของ 12 ชั่วโมงก็คือ 6 ชั่วโมงอยู่แล้ว ในเชิงตัวเลขจำนวนชั่วโมงด้านบัญชีจึงไม่ได้เปลี่ยนในปี 2569 เปลี่ยนแค่วิธีเขียนให้ระบุเป็นจำนวนชั่วโมงตรง ๆ
จุดที่กระทบพฤติกรรมการทำงานมากที่สุดคือกำหนดเวลาแจ้ง เพราะช่วงผ่อนผันหนึ่งเดือนที่เคยมีหายไปทั้งหมด
กำหนดเวลาแจ้งชั่วโมง CPD เปลี่ยนเป็น 31 ธันวาคม
ข้อ 6 (5) ของประกาศฉบับใหม่กำหนดให้ผู้ทำบัญชีแจ้งรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังการทำกิจกรรม และต้องไม่เกินวันสิ้นปีปฏิทินที่พัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี
ในทางปฏิบัติหมายความว่า ชั่วโมงที่อบรมในปี 2569 ต้องแจ้งให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ไม่สามารถอบรมช่วงปลายเดือนธันวาคมแล้วค่อยไปแจ้งในเดือนมกราคมปีถัดไปได้เหมือนเดิม
เอกสารคำถามและคำตอบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ประกอบประกาศฉบับนี้ระบุเพิ่มเติมสองเรื่องที่มีประโยชน์มากในทางปฏิบัติ เรื่องแรกคือแจ้งได้สองช่องทาง คือทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือทางระบบ CPD ออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี เลือกทางใดทางหนึ่ง เรื่องที่สองคือหลังแจ้งแล้วควรเข้าไปตรวจสอบสถานะการแจ้งให้ขึ้นเป็นสถานะอนุมัติ การกดแจ้งแล้วไม่กลับมาตรวจสถานะเป็นจุดที่พลาดได้ง่าย
ข้อควรระวังคือ หน้าเว็บไซต์และบทความเก่าบางส่วนยังระบุกำหนดเวลาเดิมคือ 30 มกราคมของปีถัดไปอยู่ ซึ่งใช้ได้กับชั่วโมงของปี 2568 เท่านั้น สำหรับชั่วโมงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปต้องใช้เกณฑ์ใหม่
เก็บชั่วโมงไม่ครบ เกิดอะไรขึ้นและชดเชยอย่างไร
ประเด็นแรกที่ต้องแยกให้ชัด คือ CPD ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติหลังจากเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว การที่ชั่วโมง CPD ไม่ครบจึงไม่ได้ทำให้ขาดคุณสมบัติ แต่ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ซึ่งมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย
ประเด็นที่สองคือการชดเชย ข้อ 6 (4) วรรคสอง กำหนดว่ากรณีไม่เข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง หรือเข้ารับแต่ไม่ครบตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนด ต้องเก็บชดเชยให้ครบจำนวนชั่วโมงที่ขาดหายไป แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง โดยต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีทั้งหมด และนำไปรวมเพิ่มจากจำนวนชั่วโมงที่ต้องเก็บในปีถัดไป
มีสองจุดที่ต้องอ่านให้ละเอียด จุดแรกคือเพดานชดเชยลดจาก 24 ชั่วโมงเหลือ 12 ชั่วโมง ผู้ที่ขาดชั่วโมงสะสมหลายปีจึงชดเชยย้อนหลังได้จำกัดกว่าเดิม จุดที่สองคือชั่วโมงชดเชยต้องเป็นเนื้อหาด้านบัญชีทั้งหมด จึงไม่ได้ทดแทนชั่วโมงจรรยาบรรณของปีที่ขาดไป
ทางที่ปลอดภัยกว่ามากคือเก็บให้ครบทั้งจำนวนและประเภทตั้งแต่ในปีนั้น แทนที่จะพึ่งกลไกชดเชย
กิจกรรมอะไรบ้างที่นับเป็นชั่วโมง CPD ได้
หลักเกณฑ์การนับชั่วโมงของผู้ทำบัญชีอยู่ในประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 24/2568 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีของผู้ทำบัญชี ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 และยกเลิกประกาศฉบับที่ 94/2560 โดยกำหนดกิจกรรมที่นับชั่วโมงได้ไว้หลายรูปแบบ
- การอบรมหรือสัมมนา ทั้งแบบห้องเรียน แบบ Online Learning ที่สอนสด และแบบ e-Learning
- การเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย หรือผู้ดำเนินการสัมมนา ในการอบรมหรือสัมมนาตามข้อแรก โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาวิชาชีพบัญชีก่อนปฏิบัติหน้าที่ นับช่วงเวลาบรรยายตามจำนวนชั่วโมงที่ใช้จริง และนับเวลาเตรียมตัวได้อีกสองเท่าของเวลาบรรยายเฉพาะการเตรียมตัวครั้งแรก ส่วนการบรรยายเรื่องเดิมซ้ำในครั้งถัดไปนับชั่วโมงไม่ได้อีก
- การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษา ของรัฐ หรือของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ที่มีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีหรือเทียบเท่า ทั้งอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษ นับได้วิชาละ 3 ชั่วโมง และไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อปี
- การสำเร็จการศึกษาในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี หากเป็นคุณวุฒิที่สูงกว่าวุฒิเดิม นับได้ 12 ชั่วโมงต่อปีที่สำเร็จการศึกษา หากเป็นคุณวุฒิที่ต่ำกว่าวุฒิเดิมในหลักสูตรหรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี นับได้ 6 ชั่วโมงต่อปีที่สำเร็จการศึกษา ส่วนการผ่านการศึกษาเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี จากสถาบันการศึกษาที่มีคุณสมบัติข้างต้น นับได้วิชาละ 3 ชั่วโมงต่อปีที่ผ่านการศึกษา
- ผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี ที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านที่ประชุมวิชาการ วารสารวิชาการ หรือรูปแบบอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาวิชาชีพบัญชี งานวิจัยหรือบทความที่ต้องใช้ระเบียบวิธีวิจัยนับได้ 12 ชั่วโมงต่อหนึ่งผลงาน บทความทั่วไปนับได้ 3 ชั่วโมงต่อหนึ่งบทความ และหนังสือหรือตำราทางวิชาการนับได้ 12 ชั่วโมง เฉพาะปีที่จัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก
- การศึกษาด้วยตนเองและผ่านการทดสอบ นับตามจำนวนชั่วโมงที่ผู้จัดการอบรมได้รับความเห็นชอบ ตามหลักเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดไว้เฉพาะ
สำหรับกิจกรรมประเภทอบรมหรือสัมมนา การนับเศษเวลาใช้หลักคือ น้อยกว่า 15 นาทีไม่นับเป็นชั่วโมง ตั้งแต่ 15 ถึง 44 นาทีนับเป็นครึ่งชั่วโมง และตั้งแต่ 45 ถึง 60 นาทีนับเป็นหนึ่งชั่วโมง ส่วนหลักสูตรแบบ e-Learning ใช้เกณฑ์เดียวกันเรื่องเศษเวลา แต่เพิ่มเงื่อนไขแบบทดสอบ คือหลักสูตรที่มีชั่วโมงการบรรยาย 15 ถึง 44 นาทีต้องมีแบบทดสอบ 3 ข้อ และหลักสูตรที่มีชั่วโมงการบรรยาย 45 ถึง 60 นาทีต้องมีแบบทดสอบ 5 ข้อ โดยต้องสอบผ่านด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 จึงจะนับชั่วโมงได้
เงื่อนไขอื่นของการเป็นผู้ทำบัญชีที่เปลี่ยนไปในปี 2569
นอกเหนือจากเรื่อง CPD ประกาศฉบับ พ.ศ. 2568 ยังปรับปรุงคุณสมบัติและเงื่อนไขอื่นที่ผู้ทำบัญชีควรทราบ
- เพิ่มคุณสมบัติเรื่องการทดสอบ ข้อ 5 (6) กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ทำบัญชีต้องผ่านการทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด โดยเริ่มทดสอบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทั้งนี้ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะเข้าทดสอบได้ ข้อสอบเป็นปรนัย 60 ข้อ เวลา 90 นาที เกณฑ์ผ่านคือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และผลการทดสอบมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ผ่าน
- ผู้ทำบัญชีเดิมไม่ต้องทดสอบใหม่ บทเฉพาะกาลข้อ 7 กำหนดว่าผู้ใดเป็นผู้ทำบัญชีอยู่ในวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ทำบัญชีตามประกาศนี้ กลุ่มที่ต้องทดสอบคือผู้ทำบัญชีใหม่ ผู้ที่ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และผู้ที่ยกเลิกแล้วขอกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
- ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี ก่อนแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และต้องต่ออายุสมาชิกของปีถัดไปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีปฏิทิน เพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติ
- รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน ซึ่งเปลี่ยนหน่วยนับจากเดิมที่นับเป็นราย
- แจ้งการรับทำบัญชีหรือการยกเลิกทำบัญชีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับหรือยกเลิกการทำบัญชีให้แก่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแต่ละราย
- ยืนยันการทำบัญชี โดยยืนยันได้หลังวันสิ้นรอบปีบัญชี และต้องยืนยันก่อนที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจะนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ข้อควรระวังก่อนวางแผนเก็บชั่วโมง
ความเสี่ยงอันดับหนึ่งของปี 2569 คือกำหนดเวลาแจ้งชั่วโมง เพราะผู้ทำบัญชีที่ทำงานมานานคุ้นกับ 30 มกราคมจนเป็นนิสัย และข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตบางส่วนยังไม่อัปเดต ควรตั้งเตือนตัวเองไว้ที่กลางเดือนธันวาคมเป็นอย่างช้า และเผื่อเวลาให้สถานะการแจ้งขึ้นเป็นอนุมัติก่อนสิ้นปีด้วย
สำนักงานบัญชีที่มีผู้ทำบัญชีในสังกัดหลายคนควรทำทะเบียนติดตามแยกเป็นสามคอลัมน์ คือชั่วโมงรวม ชั่วโมงด้านบัญชี และชั่วโมงจรรยาบรรณ เพราะการดูแค่ยอดรวมทำให้ผ่านเกณฑ์บนกระดาษแต่ไม่ผ่านเกณฑ์จริง
เพดานชั่วโมงชดเชยที่ลดจาก 24 เหลือ 12 ชั่วโมง กระทบผู้ที่ปล่อยให้ขาดสะสมมากกว่าหนึ่งปีอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเดิมยังพอไล่เก็บย้อนหลังได้ แต่เกณฑ์ใหม่จำกัดไว้ที่ 12 ชั่วโมง
ผู้ทำบัญชีอิสระที่รับงานหลายรายควรตรวจสอบจำนวนงบการเงินที่รับผิดชอบเทียบกับเพดาน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทินให้ชัด โดยเฉพาะกรณีที่ลูกค้ารายเดียวมีบริษัทในเครือหลายนิติบุคคล เพราะหน่วยนับเปลี่ยนจากรายเป็นงบการเงินแล้ว
อย่ารอถึงปลายเดือนธันวาคม เพราะหลักสูตร e-Learning ผูกกับไตรมาสที่ได้รับความเห็นชอบ ผู้จัดต้องจัดอบรม ทดสอบความรู้ และประกาศรายชื่อผู้ผ่านการอบรมให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสนั้น และห้ามจัดหลักสูตรนั้นซ้ำอีกในไตรมาสอื่นเว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากสภาวิชาชีพบัญชี หลักสูตรที่เห็นในต้นปีจึงอาจไม่ได้เปิดในปลายปี และหลักสูตรของไตรมาสสุดท้ายจะปิดพร้อมกันในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับกำหนดแจ้งชั่วโมง ผู้ที่เก็บชั่วโมงในไตรมาสสุดท้ายจึงควรเริ่มเรียนตั้งแต่ต้นไตรมาส
ทั้งนี้ บทความนี้อ้างอิงประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 346 ง หน้า 35 วันที่ 29 ตุลาคม 2568 มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2569) พร้อมเอกสารคำถามและคำตอบประกอบประกาศที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นฉบับที่ถูกยกเลิก ประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 24/2568 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีของผู้ทำบัญชี และประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 29/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพที่เป็นทางการในรูปแบบสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองฉบับใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ข้อมูลเป็นปัจจุบัน ณ เดือนกันยายน 2569
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์และกำหนดเวลาอาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในหมวดกฎหมาย และเว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชีที่เมนูกฎหมาย หัวข้อประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ก่อนดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ทำบัญชีต้องเก็บ CPD ปีละกี่ชั่วโมง
ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
ต้องแจ้งชั่วโมง CPD ภายในเมื่อไร
ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ต้องแจ้งภายในวันสิ้นปีปฏิทินที่พัฒนาความรู้ต่อเนื่อง คือภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น แจ้งได้สองช่องทาง คือทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือทางระบบ CPD ออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี
เก็บชั่วโมง CPD ไม่ครบ จะขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ทำบัญชีหรือไม่
ไม่ขาดคุณสมบัติ เพราะ CPD เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ ไม่ใช่คุณสมบัติ แต่การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมีโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมาย และยังต้องเก็บชดเชยให้ครบด้วย
ปีแรกที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ต้องเก็บ CPD เลยหรือไม่
หากระยะเวลาหลังวันที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับแจ้งถึงวันสิ้นปีปฏิทินน้อยกว่า 3 เดือน คือรับแจ้งระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมถึง 31 ธันวาคม ไม่ต้องเก็บในปีที่แจ้ง ให้เริ่มในปีถัดไป แต่หากรับแจ้งก่อนหน้านั้น ต้องเก็บให้ครบตามเกณฑ์ในปีนั้น
เก็บชั่วโมงไม่ครบ ชดเชยได้กี่ชั่วโมง
ชดเชยได้ตามจำนวนที่ขาดหายไป แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 12 ชั่วโมง และต้องเป็นเนื้อหาด้านบัญชีทั้งหมด โดยนำไปรวมเพิ่มจากชั่วโมงที่ต้องเก็บในปีถัดไป
อบรมบัญชีออนไลน์นับเป็นชั่วโมง CPD ของผู้ทำบัญชีได้หรือไม่
ได้ ทั้งแบบเรียนสด (Online Learning) และแบบ e-Learning หากเป็นหลักสูตรของผู้จัดการอบรมที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาวิชาชีพบัญชี โดยแบบ e-Learning ต้องทำแบบทดสอบและได้คะแนนผ่านไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
ผู้ทำบัญชีเดิมต้องไปสอบตามคุณสมบัติใหม่หรือไม่
ผู้ที่มีสถานะเป็นผู้ทำบัญชีและมีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่แล้ว ณ วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ ไม่ต้องเข้ารับการทดสอบ ส่วนผู้ทำบัญชีใหม่ ผู้ที่ขาดต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และผู้ที่ขอกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ต้องผ่านการทดสอบ
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้ยื่นชั่วโมงต่อสภาฯ ด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


