ทดสอบผู้ทำบัญชีรายใหม่ 2569 ใครต้องสอบ สอบอะไร กี่ข้อ ผ่านกี่เปอร์เซ็นต์ และขั้นตอนจนแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี

สรุปสั้น
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ผู้ทำบัญชีรายใหม่ต้องผ่านการทดสอบทางระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงเข้าทดสอบได้ ข้อสอบปรนัย 60 ข้อ 90 นาที ผ่านเมื่อได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ผลสอบมีอายุ 1 ปี ผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังคงสถานะไม่ต้องสอบ การทดสอบนี้ไม่ใช่การสอบท้ายหลักสูตร CPD และถ้ากรมฯ รับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีระหว่าง 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม ให้เริ่มเก็บ CPD ในปีถัดไป
บทความนี้ไล่ตั้งแต่ใครต้องสอบ สอบอะไร เกณฑ์ผ่าน และควรอ่านเอกสารอะไร ไปจนถึงลำดับขั้นจนกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี และ CPD ปีแรกเริ่มเมื่อไร โดยไม่มีแนวข้อสอบหรือเฉลย
ผู้ทำบัญชีรายใหม่ต้องสอบไหม ใครต้องทดสอบ ใครไม่ต้อง
ต้องสอบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 การผ่านการทดสอบเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้ทำบัญชี ผู้ที่จะแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีรายใหม่จึงต้องสอบผ่านก่อน
ที่มาคือประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ข้อ 5 (6) และเอกสารคำถาม-คำตอบประกอบประกาศของกรมฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568) ข้อ 4 ระบุว่าเริ่มทดสอบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
กลุ่มที่ต้องทดสอบตามคำถาม-คำตอบข้อ 5
- ผู้ทำบัญชีใหม่ คือผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ทำบัญชีและแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีต่อกรมฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
- ผู้ที่ไม่มีสถานะหรือขาดคุณสมบัติเมื่อประกาศมีผล ได้แก่ ผู้ที่ไม่ได้ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีของปี 2569 ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และผู้ที่ยกเลิกเป็นผู้ทำบัญชีแล้วขอกลับมาในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2569
กลุ่มที่ไม่ต้องทดสอบ
- ผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังคงสถานะ คำถาม-คำตอบข้อ 6 ตอบว่า ผู้ที่เคยแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีกับกรมฯ และยังคงมีสถานะ ไม่ขาดคุณสมบัติ เช่น ไม่ขาดต่ออายุสมาชิกสภาฯ ไม่ต้องเข้ารับการทดสอบ ตรงกับบทเฉพาะกาลข้อ 7 ที่ให้ผู้เป็นผู้ทำบัญชีอยู่ในวันที่ประกาศมีผลถือเป็นผู้ทำบัญชีตามประกาศนี้
- ผู้ที่เคยสอบผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกเอง และกลับมาภายใน 1 ปี ประกาศข้อ 6 (7) ยกเว้นการทดสอบใหม่เฉพาะผู้ที่ยกเลิกไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่แจ้งยกเลิก และเคยผ่านการทดสอบแล้ว ถ้าเกิน 1 ปีหรือไม่เคยทดสอบ คำถาม-คำตอบข้อ 27 ให้เข้ารับการทดสอบ
ผู้ทำบัญชีที่ลืมต่ออายุสมาชิกของปี 2569 คำถาม-คำตอบข้อ 7 ให้สมัครสมาชิกใหม่และแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีใหม่โดยต้องผ่านการทดสอบ เรื่องกำหนดต่ออายุแต่ละปีอ่านได้ที่ ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีออนไลน์ ผู้ทำบัญชีต้องทำภายในเมื่อไร
สอบ CPD กับการทดสอบผู้ทำบัญชี ต่างกันอย่างไร
เป็นคนละเรื่องกัน การทดสอบผู้ทำบัญชีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นคุณสมบัติก่อนเป็นผู้ทำบัญชี ส่วนการสอบท้ายหลักสูตร e-Learning เป็นเงื่อนไขของการนับชั่วโมง CPD ที่ผู้ทำบัญชีต้องเก็บหลังเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว คำว่า "สอบ CPD" อาจหมายถึงได้ทั้งสองแบบ จึงควรแยกให้ออกก่อนเตรียมตัว
- การทดสอบผู้ทำบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้กำหนด ตามประกาศ พ.ศ. 2568 ข้อ 5 (6) และหลักเกณฑ์การทดสอบของกรมฯ ทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชี ผลสอบใช้เพื่อแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี
- การทดสอบท้ายหลักสูตร e-Learning สภาวิชาชีพบัญชีเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ ประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 29/2568 ข้อ 4 ให้นับเป็นชั่วโมงที่เป็นทางการได้เมื่อเป็นหลักสูตรที่สภาฯ ให้ความเห็นชอบ จัดโดยผู้จัดที่สภาฯ ให้ความเห็นชอบ และผู้เรียนสอบผ่านด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
ทั้งสองแบบใช้เกณฑ์ร้อยละ 60 เหมือนกัน แต่อยู่ใต้กติกาคนละฉบับ ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นผู้ทำบัญชีจึงควรเตรียมตัวตามหลักเกณฑ์ของกรมฯ ในหัวข้อถัดไป
สอบอะไร ขอบเขตข้อสอบ 4 หมวดและสัดส่วน
ข้อสอบแบ่งเป็น 4 หมวด ตามหลักเกณฑ์การทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568
- พ.ร.บ.การบัญชีและกฎหมายที่ออกภายใต้ ร้อยละ 30 รวมถึงประกาศกรมฯ เรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 วัตถุประสงค์คือให้ทราบหน้าที่ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและผู้ทำบัญชี หลักเกณฑ์การจัดทำบัญชีและงบการเงิน เช่น การปิดบัญชี รูปแบบและองค์ประกอบของงบการเงิน การนำส่งงบการเงิน บทกำหนดโทษ อำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลและสารวัตรบัญชี และคุณสมบัติกับเงื่อนไขของผู้ทำบัญชี
- พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชีและจรรยาบรรณ ร้อยละ 20 แบ่งเป็นพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 และกฎหมายที่ออกภายใต้ ร้อยละ 10 กับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีร้อยละ 10 ครอบคลุมการเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี บทบาทหน้าที่ของสภาฯ การกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี การกำหนดมาตรฐานการบัญชี และจรรยาบรรณ
- หลักการบัญชีเบื้องต้นและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ร้อยละ 30 สำหรับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน
- กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและงบการเงิน ร้อยละ 20 แบ่งเป็นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หุ้นส่วนและบริษัท ร้อยละ 10 พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ร้อยละ 5 และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ร้อยละ 5
สอบกี่ข้อ กี่นาที ผ่านกี่เปอร์เซ็นต์ ผลสอบมีอายุเท่าไร
ข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบ 60 ข้อ เวลา 90 นาที ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และผลสอบมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ผ่าน
รายละเอียดตามหลักเกณฑ์การทดสอบข้อ 4 และคำถาม-คำตอบข้อ 13 ถึงข้อ 15
- ผลจากระบบเป็นที่สิ้นสุด หลักเกณฑ์ระบุว่าผลที่ปรากฏจากระบบถือเป็นผลการทดสอบอย่างเป็นทางการและเป็นที่สิ้นสุด
- ไม่แจ้งภายใน 1 ปี ถ้าไม่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผ่าน ต้องทดสอบใหม่
- สอบไม่ผ่าน ครั้งแรกไม่ผ่านมีโอกาสทดสอบได้อีกครั้ง ถ้าครบ 2 ครั้งยังไม่ผ่าน ต้องเว้นระยะไปอีก 30 วัน จึงเริ่มทดสอบใหม่ได้
ผู้เข้าทดสอบต้องลงทะเบียนขอรับชื่อผู้ใช้งานระบบงานผู้ทำบัญชีเพื่อใช้เข้าทดสอบ (หลักเกณฑ์ข้อ 1 และคำถาม-คำตอบข้อ 11) ระบบอยู่ที่ ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ส่วนวิธีเข้าสู่ระบบและงานในระบบหลังเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว อ่านได้ที่ ระบบผู้ทำบัญชี (e-Accountant) เข้าสู่ระบบ เช็กสถานะ และแจ้งชั่วโมง CPD
ควรอ่านเอกสารอะไรก่อนทดสอบ
หน้าสุดท้ายของหลักเกณฑ์เป็นรายการ "เอกสารประกอบการศึกษา" แยกตามหมวด สรุปชื่อได้ดังนี้
- หมวด พ.ร.บ.การบัญชี พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 · กฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2544 · ประกาศกรมฯ เรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 · เรื่องกำหนดชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำฯ พ.ศ. 2544 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 · เรื่องกำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 และคำชี้แจง · หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นงบการเงินและแนวทางปฏิบัติ (ฉบับล่าสุด) · และหลักเกณฑ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) พ.ศ. 2561 เรื่องเปลี่ยนรอบปีบัญชี เก็บบัญชีไว้ที่อื่น แจ้งบัญชีสูญหาย และส่งมอบบัญชี
- หมวด พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชีและจรรยาบรรณ พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 · กฎกระทรวงกำหนดหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สามของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2553 · ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีว่าด้วยสมาชิก และว่าด้วยค่าบำรุงสมาชิกและค่าธรรมเนียม · ข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และคู่มือประมวลจรรยาบรรณ (ข้อบังคับและคู่มือทั้งสี่รายการนี้ หลักเกณฑ์ระบุว่าใช้ฉบับล่าสุด)
- หมวดหลักการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) · มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) · เว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชี หัวข้อมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
- หมวดกฎหมายอื่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 · พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 · พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พร้อมกฎกระทรวงเรื่องทุนขั้นต่ำ (พ.ศ. 2562) กฎกระทรวงเรื่องธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาต และประกาศกรมฯ เรื่องการแจ้งขอมีเลขประจำตัวนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (พ.ศ. 2564)
เอกสารที่ระบุ "ฉบับล่าสุด" ควรตรวจปีก่อนอ่าน ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชีว่าด้วยสมาชิก และว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ใช้บังคับตอนนี้เป็นฉบับ พ.ศ. 2569 ทั้งคู่ มีผลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 แทนฉบับ พ.ศ. 2556 และ พ.ศ. 2561 ตามลำดับ ซึ่งออกหลังวันที่ของหลักเกณฑ์การทดสอบ
คุณสมบัติที่ต้องมีคู่กับการสอบผ่าน
สอบผ่านอย่างเดียวยังไม่พอ ประกาศข้อ 5 กำหนดคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีไว้ 6 ข้อ และการทดสอบเป็นข้อสุดท้าย
- มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
- มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีได้
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชี และต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
- ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกจากความผิดตามที่กำหนดในมาตรา 39 (3) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 เว้นแต่ต้องคำพิพากษาหรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
- มีคุณวุฒิการศึกษาตามขนาดของกิจการที่จะทำบัญชีให้
- ผ่านการทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามหลักเกณฑ์ที่กรมฯ กำหนด
วุฒิการศึกษาตามขนาดกิจการ
- ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีหรือเทียบเท่า ใช้กับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย ที่ ณ วันสิ้นรอบปีบัญชีที่ผ่านมามีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท (ข้อ 5 (5) (ก)) ถ้าภายหลังรายการใดเกินเกณฑ์ ยังเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการนั้นต่อได้อีก 2 ปีนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีที่มีการเปลี่ยนแปลง
- ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า หรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง ใช้กับห้างหุ้นส่วนและบริษัทที่เกินเกณฑ์ข้างต้น บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร (ข้อ 5 (5) (ข))
- กิจการที่เริ่มทำบัญชีรอบปีบัญชีแรก ให้พิจารณาวุฒิด้วยเกณฑ์ทุนจดทะเบียน (ข้อ 5 (5) (ค))
สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีมาก่อนการทดสอบ
คำถาม-คำตอบข้อ 10 และข้อ 11 ระบุว่าต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะเข้าทดสอบได้ ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยสมาชิก พ.ศ. 2569 แบ่งประเภทสมาชิกตามคุณสมบัติซึ่งรวมถึงวุฒิการศึกษา เช่น สมาชิกสามัญใช้วุฒิวิชาการบัญชีไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือวุฒิอื่นที่สภาฯ รับรองหรือกำหนด (ข้อ 5) ส่วนสมาชิกสมทบรับผู้สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีแต่ไม่ต่ำกว่า ปวส. ทางด้านการบัญชี หรืออนุปริญญาทางการบัญชี เป็นต้น (ข้อ 7) ประเภทสมาชิกเป็นเกณฑ์ของสภาฯ ส่วนวุฒิตามขนาดกิจการเป็นเกณฑ์ของกรมฯ จึงควรตรวจให้ผ่านทั้งสองเกณฑ์
ขั้นตอนเป็นผู้ทำบัญชีรายใหม่ ตั้งแต่สมัครสมาชิก ลงทะเบียนในระบบ ทดสอบ จนกรมฯ รับแจ้ง
คำว่า "ขึ้นทะเบียน" ในประกาศข้อ 5 (3) คือการขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี เป็นอีกทางหนึ่งนอกจากการเป็นสมาชิก ส่วนขั้นที่ทำกับกรมฯ ประกาศใช้คำว่า "แจ้ง" เป็นผู้ทำบัญชี คำถาม-คำตอบข้อ 10 และข้อ 11 พูดถึงเฉพาะสมาชิกเมื่อพูดถึงการเข้าทดสอบ ผู้ที่ตั้งใจใช้ทางขึ้นทะเบียนจึงควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน
ผู้เขียนเรียบเรียงจากประกาศ หลักเกณฑ์การทดสอบ และคำถาม-คำตอบของกรมฯ ได้ 6 ขั้น ส่วนภาพสรุป "6 ขั้นตอน สำหรับผู้ที่ประสงค์แจ้งเป็นผู้ทำบัญชี" ที่กรมฯ เผยแพร่ในระบบงานผู้ทำบัญชีแบ่งขั้นต่างจากนี้ คือรวมการเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีไว้ในขั้นตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น และมีขั้นเข้าสู่ระบบเพิ่มอีกขั้น
- ตรวจคุณสมบัติตามประกาศข้อ 5 โดยเฉพาะวุฒิให้ตรงกับขนาดของกิจการที่จะรับทำบัญชีให้
- สมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี (คำถาม-คำตอบข้อ 10 และข้อ 11)
- ลงทะเบียนขอรับชื่อผู้ใช้งานระบบงานผู้ทำบัญชีเพื่อใช้เข้าทดสอบ (หลักเกณฑ์ข้อ 1)
- ทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีให้ผ่าน (ประกาศข้อ 5 (6))
- แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทางระบบงานผู้ทำบัญชี (ประกาศข้อ 5 วรรคหนึ่ง) ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่สอบผ่าน ไม่อย่างนั้นต้องทดสอบใหม่ (คำถาม-คำตอบข้อ 14)
- เมื่อกรมฯ รับแจ้งแล้ว ตรวจหลักฐานหนังสือรับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีได้จากระบบงานผู้ทำบัญชี (คำถาม-คำตอบข้อ 2)
จากนั้นผู้ทำบัญชีต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในประกาศข้อ 6 (คำถาม-คำตอบข้อ 1) เช่น แจ้งการรับและการยกเลิกทำบัญชีภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับหรือวันที่ยกเลิก ยืนยันการทำบัญชีหลังวันสิ้นรอบปีบัญชีก่อนผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีนำส่งงบการเงิน รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงินต่อปีปฏิทิน และเข้ารับ CPD ตามหัวข้อถัดไป
CPD ปีแรกของผู้ทำบัญชีรายใหม่ เริ่มเมื่อไร
ไม่ต้องเก็บ CPD ก่อนแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี และถ้าแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีในปีแรกโดยกรมฯ รับแจ้งระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม ให้เริ่มเก็บในปีถัดไป
คำถาม-คำตอบข้อ 21 อธิบายว่า CPD ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติหลังจากเป็นผู้ทำบัญชีแล้ว
ประกาศข้อ 6 (4) กำหนด CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง "เว้นแต่ผู้ทำบัญชีที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีในปีแรกและมีระยะเวลาหลังจากวันที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีน้อยกว่า 3 เดือนนับถึงวันสิ้นปีปฏิทิน ให้เข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีในปีถัดไป" คำถาม-คำตอบข้อ 23 อธิบายว่าช่วงนี้คือกรมฯ รับแจ้งระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม
ตัวอย่างการอ่าน (สมมติวันที่)
- กรมฯ รับแจ้งวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 อยู่ในช่วงข้อยกเว้น จึงเริ่มเข้ารับ CPD ในปี 2570
- กรมฯ รับแจ้งวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ไม่อยู่ในช่วงข้อยกเว้น จึงต้องเข้ารับ CPD ของปี 2569 ตามเกณฑ์ข้อ 6 (4) คือไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
วันที่ที่ใช้ตัดสินคือวันที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีตามถ้อยคำข้อ 6 (4) ไม่ใช่วันที่สอบผ่าน
เมื่อถึงปีที่ต้องเก็บ ชั่วโมงต้องแจ้งหลังทำกิจกรรมและไม่เกินวันสิ้นปีปฏิทิน (ประกาศข้อ 6 (5)) คำถาม-คำตอบข้อ 24 ระบุว่าแจ้งได้ 2 ช่องทาง คือระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) หรือระบบ CPD ออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี และควรตรวจให้สถานะการแจ้งเป็น "อนุมัติ" ถ้าเก็บไม่ครบ ต้องชดเชยในปีถัดไป (ประกาศข้อ 6 (4) วรรคสอง) และคำถาม-คำตอบข้อ 22 และข้อ 25 อธิบายว่ามีโทษปรับเป็นพินัย รายละเอียดอ่านได้ที่ เกณฑ์ CPD ผู้ทำบัญชี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง
ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นผู้ทำบัญชี
เนื้อหาส่วนนี้เป็นข้อสังเกตของผู้เขียนจากการอ่านประกาศและเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ใช่ถ้อยคำในประกาศ
- สอบเมื่อพร้อมจะแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ผลสอบมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ผ่าน จึงควรวางแผนให้แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีได้ภายในช่วงนั้น
- ได้บัตรสมาชิกช่วงปลายปี ต้องต่ออายุของปีถัดไปภายในปีเดียวกัน ข้อบังคับว่าด้วยสมาชิก พ.ศ. 2569 ข้อ 12 ให้สมาชิกภาพปีแรกเริ่มวันที่นายทะเบียนออกบัตรประจำตัวสมาชิกจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น และข้อ 13 ให้ชำระค่าบำรุงของปีต่อไปล่วงหน้าภายในวันทำการสุดท้ายของปี ถ้าชำระด้วยการโอนผ่านธนาคารหรือทางอินเทอร์เน็ตชำระได้ถึงวันสิ้นปี รายละเอียดอยู่ที่ ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีออนไลน์
- จดวันที่กรมฯ รับแจ้งไว้ วันนี้เป็นตัวตัดสินว่าปีแรกต้องเข้ารับ CPD หรือเริ่มปีถัดไป
ส่วนเรื่องเก็บชั่วโมง เมื่อถึงปีที่ต้องเก็บ ชั่วโมงจากหลักสูตร e-Learning นับเป็นชั่วโมงของปีที่สอบผ่านท้ายหลักสูตร (ประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 29/2568 ข้อ 5) จึงควรเรียนและสอบในปีที่ต้องเก็บ วิธีตรวจว่าหลักสูตรนับด้านไหนกี่ชั่วโมงอยู่ที่ ตรวจสอบหลักสูตร CPD นับชั่วโมงได้ไหม ด้านไหน กี่ชั่วโมง
สำหรับผู้ที่ต้องเก็บชั่วโมงของปี 2569 (กรมฯ รับแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามประกาศข้อ 6 (4) และคำถาม-คำตอบข้อ 23) หลักสูตร ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี ของ cpdclass นับด้านบัญชี 3 ชั่วโมง ค่าอบรม 300 บาท รอบไตรมาส 4/2569 สมัครได้ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และเข้าเรียนได้ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2569 หลักสูตรเดียวยังไม่ครบ 12 ชั่วโมง และด้านบัญชียังไม่ถึง 6 ชั่วโมง หนังสือรับรองออกหลังเจ้าหน้าที่ตรวจภาพยืนยันตัวตนระหว่างเรียน และวันสุดท้ายของการเข้าเรียนเป็นวันเดียวกับกำหนดแจ้งชั่วโมง จึงควรเรียนให้จบล่วงหน้า ดูหลักสูตรทั้งหมดได้ที่ หน้าหลักสูตรของ cpdclass
บทความนี้อ้างอิงข้อกฎหมายจากประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 346 ง หน้า 35 วันที่ 29 ตุลาคม 2568 มีผลใช้บังคับ 1 มกราคม 2569 ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2557 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) หลักเกณฑ์การทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยสมาชิก พ.ศ. 2569 ข้อ 5 ข้อ 7 ข้อ 12 และข้อ 13 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 174 ง หน้า 15 วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มีผลใช้บังคับ 16 กรกฎาคม 2569 ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2556) ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569 (เล่มและตอนเดียวกัน หน้า 19 มีผลใช้บังคับ 16 กรกฎาคม 2569 ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2561) และประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 29/2568 ข้อ 4 และข้อ 5 (มีผลใช้บังคับ 1 มกราคม 2569 ยกเลิกฉบับที่ 28/2567)
คำอธิบายหลายเรื่อง เช่น กลุ่มที่ต้องทดสอบ การเป็นสมาชิกก่อนสอบ อายุผลสอบ ช่วงวันที่ของข้อยกเว้น CPD ปีแรก โทษปรับเป็นพินัย และช่องทางแจ้งชั่วโมง มาจากเอกสารคำถาม-คำตอบประกอบประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568) ซึ่งเป็นคำอธิบายของกรมฯ ไม่ใช่ตัวประกาศ ส่วนลำดับขั้น 6 ขั้น หัวข้อข้อควรระวัง และข้อความที่ใช้คำว่า "ควร" เป็นการเรียบเรียงและข้อสังเกตของผู้เขียน ข้อมูลเป็นปัจจุบัน ณ เดือนตุลาคม 2569 หลักเกณฑ์อาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบประกาศและหลักเกณฑ์ฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสภาวิชาชีพบัญชีก่อนดำเนินการ
เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: หลักเกณฑ์การทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า · ประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 29/2568 · ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยสมาชิก พ.ศ. 2569 · ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2569
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ทำบัญชีรายใหม่ต้องสอบไหม
ต้องสอบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ข้อ 5 (6) กำหนดให้การผ่านการทดสอบทางระบบงานผู้ทำบัญชีเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่ง ส่วนผู้ทำบัญชีเดิมที่ยังคงมีสถานะและไม่ขาดคุณสมบัติไม่ต้องทดสอบ ตามคำถาม-คำตอบของกรมฯ ข้อ 6
ข้อสอบผู้ทำบัญชีมีกี่ข้อ ใช้เวลาเท่าไร ผ่านกี่เปอร์เซ็นต์
ข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบ 60 ข้อ เวลา 90 นาที ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ขอบเขตแบ่งเป็น พ.ร.บ.การบัญชีและกฎหมายที่ออกภายใต้ร้อยละ 30 พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชีและจรรยาบรรณร้อยละ 20 หลักการบัญชีเบื้องต้นและมาตรฐานการรายงานทางการเงินร้อยละ 30 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องร้อยละ 20 ตามหลักเกณฑ์การทดสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ทดสอบผู้ทำบัญชีไม่ผ่านต้องทำอย่างไร
ครั้งแรกไม่ผ่านมีโอกาสทดสอบได้อีกครั้ง ถ้าครบ 2 ครั้งยังไม่ผ่าน ต้องเว้นระยะไปอีก 30 วันจึงเริ่มทดสอบใหม่ได้ ตามหลักเกณฑ์การทดสอบข้อ 4 และคำถาม-คำตอบของกรมฯ ข้อ 15
ผลทดสอบผู้ทำบัญชีใช้ได้นานแค่ไหน
ผลการทดสอบมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ผ่าน ถ้าไม่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีภายใน 1 ปีต้องทดสอบใหม่ ตามคำถาม-คำตอบของกรมฯ ข้อ 14
ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนทดสอบผู้ทำบัญชีไหม
คำถาม-คำตอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อ 10 และข้อ 11 ระบุว่าต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะเข้าทดสอบทางระบบ e-Accountant ได้ และต้องลงทะเบียนขอรับชื่อผู้ใช้งานระบบเพื่อใช้เข้าทดสอบ
ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี 2569 ต้องทำอย่างไร
ขั้นที่ทำกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประกาศ พ.ศ. 2568 ใช้คำว่าแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี ลำดับคือ เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ลงทะเบียนขอรับชื่อผู้ใช้งานระบบงานผู้ทำบัญชี ทดสอบให้ผ่าน แล้วแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีทางระบบภายใน 1 ปีนับแต่วันที่สอบผ่าน ส่วนคำว่าขึ้นทะเบียนในประกาศข้อ 5 (3) หมายถึงการขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งนอกจากการเป็นสมาชิก แต่คำถาม-คำตอบของกรมฯ ข้อ 10 และข้อ 11 พูดถึงเฉพาะสมาชิกเมื่อพูดถึงการเข้าทดสอบ ผู้ที่ตั้งใจใช้ทางขึ้นทะเบียนควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อน
การทดสอบผู้ทำบัญชีคือการสอบ CPD ใช่ไหม
ไม่ใช่ การทดสอบผู้ทำบัญชีเป็นคุณสมบัติก่อนเป็นผู้ทำบัญชีตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2568 ข้อ 5 (6) ส่วนการสอบท้ายหลักสูตร e-Learning เป็นเงื่อนไขนับชั่วโมง CPD ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 29/2568 ข้อ 4 ทั้งสองแบบใช้เกณฑ์ร้อยละ 60 เหมือนกันแต่อยู่ใต้กติกาคนละฉบับ
เพิ่งเป็นผู้ทำบัญชีช่วงปลายปี ต้องเก็บ CPD ปีนี้ไหม
ถ้าแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีในปีแรกและกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับแจ้งระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม ให้เริ่มเข้ารับ CPD ในปีถัดไป ตามประกาศ พ.ศ. 2568 ข้อ 6 (4) และคำถาม-คำตอบของกรมฯ ข้อ 23 วันที่ที่ใช้คือวันที่กรมฯ รับแจ้ง ไม่ใช่วันที่สอบผ่าน
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


