ฝึกหัดงานสอบบัญชี เก็บชั่วโมง CPA 3,000 ชั่วโมง ต้องครบ 3 ปีด้วยไหม เริ่มอย่างไร ต่างจาก CPD อย่างไร

สรุปสั้น
ชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีเป็นคุณสมบัติก่อนขอใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่ใช่ชั่วโมง CPD ต้องฝึกหัดงานอย่างน้อย 3 ปีและรวมอย่างน้อย 3,000 ชั่วโมง ภายใน 5 ปีนับจากวันยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงาน ผู้ฝึกหัดงานต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี ยื่นคำขอแจ้งก่อนเริ่ม และรายงานปีละครั้ง การสอบวิชาการสอบบัญชี 1 และ 2 ต้องฝึกหัดงานมาแล้วอย่างน้อย 1 ปีและ 1,000 ชั่วโมง ส่วน CPD 40 ชั่วโมงต่อปีเริ่มหลังได้ใบอนุญาต
บทความนี้แยกชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีออกจากชั่วโมง CPD แล้วไล่ตั้งแต่เงื่อนไขก่อนเริ่ม เกณฑ์ 3 ปีและ 3,000 ชั่วโมง การรายงาน การเปลี่ยนที่ทำงาน งานที่นับได้ การสอบ CPA จนถึงการยื่นขอใบอนุญาต ไม่ครอบคลุมเนื้อหาวิชาที่สอบหรือแนวข้อสอบ CPA
ชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีคืออะไร ต่างจากชั่วโมง CPD อย่างไร
ชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีเป็นคุณสมบัติของผู้ที่จะขอใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ได้จากการทำงานสอบบัญชีกับผู้ให้การฝึกหัดงาน และต้องเก็บให้ครบก่อนได้ใบอนุญาต ส่วนชั่วโมง CPD ของผู้สอบบัญชีเป็นการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาที่ผู้ได้ใบอนุญาตแล้วต้องเก็บไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี คำว่า "เก็บชั่วโมง CPA" จึงอาจหมายถึงได้ทั้งสองเรื่อง ซึ่งอยู่ใต้ข้อบังคับคนละฉบับ บทความนี้พูดถึงชั่วโมงฝึกหัดงานเป็นหลัก
พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 39 (2) ให้ผู้ขอรับใบอนุญาต "ผ่านการทดสอบหรือฝึกอบรมหรือฝึกงานหรือเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีมาแล้วตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี" รายละเอียดอยู่ในข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2556 และฉบับแก้ไข (รายชื่อฉบับอยู่ท้ายบทความ)
ข้อ 4 นิยาม "ผู้ให้การฝึกหัดงาน" ว่า "ผู้สอบบัญชีที่เป็นผู้ให้การฝึกหัดงาน หรือหัวหน้าสำนักงานผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีซึ่งผู้สอบบัญชีที่เป็นผู้ให้การฝึกหัดงานได้ปฏิบัติงานให้" พูดง่าย ๆ คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่รับผู้ฝึกหัดงานไว้ หรือหัวหน้าสำนักงานที่เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งผู้สอบบัญชีคนนั้นทำงานให้
ลำดับโดยย่อ (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป)
- เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี และสอบผ่านวิชาการบัญชีและวิชาการสอบบัญชีตามเกณฑ์ข้อ 7.1 (2)
- ได้ผู้ให้การฝึกหัดงานที่ตกลงรับ แล้วยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงาน (ผส.1) ก่อนเริ่มฝึกหัดงาน
- ฝึกหัดงาน และยื่นรายงานพร้อมคำรับรองของผู้ให้การฝึกหัดงานปีละครั้ง
- เมื่อฝึกหัดงานครบ 1 ปีและ 1,000 ชั่วโมงแล้ว เข้าสอบวิชาการสอบบัญชี 1 และ 2 ได้ (ผู้สมัครสอบต้องสำเร็จการศึกษาแล้ว)
- ฝึกหัดงานครบ 3 ปีและ 3,000 ชั่วโมงภายใน 5 ปี (หรือใช้ทางเลือกตามข้อ 7.2) และสอบผ่านครบ 6 วิชา
- ยื่นขอใบอนุญาตภายใน 6 เดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่ผ่านการฝึกหัดงานและการทดสอบ
- ได้ใบอนุญาตแล้วจึงเริ่มเก็บชั่วโมง CPD ปีละ 40 ชั่วโมง (ปีแรกตามสัดส่วนเดือน)
ก่อนเริ่มฝึกหัดงานสอบบัญชี ต้องมีคุณสมบัติและเตรียมอะไรบ้าง
ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี สอบผ่านวิชาตามเกณฑ์ และยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงานก่อนเริ่มฝึกหัดงาน ตามข้อ 7.1
- ต้องเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพบัญชี (ข้อ 7.1 (1))
- ยื่นคำขอแจ้งหลังสอบผ่านวิชาการบัญชีตามที่คณะกรรมการกำหนดไม่น้อยกว่า 4 รายวิชา และวิชาการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา รวมทุกรายวิชาแล้วไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต (ข้อ 7.1 (2))
- ยื่นคำขอแจ้งก่อนเริ่มฝึกหัดงาน พร้อมหนังสือรับรองของสถาบันการศึกษาว่าสอบผ่านวิชาตามรายการที่ 2 หรือสำเนาปริญญาหรือประกาศนียบัตรตามมาตรา 7 (6) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี แล้วแต่กรณี (ข้อ 7.1 (3))
ข้อ 7.1 (3) ให้ใช้หนังสือรับรองของสถาบันการศึกษาแทนสำเนาปริญญาได้ ผู้เขียนจึงอ่านว่าผู้ที่สอบผ่านวิชาครบตามเกณฑ์แล้วยื่นได้ก่อนจบการศึกษา ส่วนรายชื่อวิชาที่คณะกรรมการกำหนดไม่ได้อยู่ในข้อบังคับ ควรตรวจกับสถาบันการศึกษาหรือสภาฯ ก่อน
คู่มือการยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงาน (ผส.1) ของสภาวิชาชีพบัญชี ระบุเอกสาร 8 รายการ สรุปเป็น 4 กลุ่ม
- คำขอแจ้งการฝึกหัดงาน (ผส.1) และรูปถ่ายปัจจุบัน
- สำเนาใบปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองปริญญาหรือหนังสือรับรองการศึกษา และใบรายงานผลการศึกษาตลอดหลักสูตร (Transcript)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และสำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาการเปลี่ยนแปลงชื่อและสกุล และหนังสืออนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักร (ถ้ามี)
แบบ ผส.1 มีส่วนที่ผู้ให้การฝึกหัดงานลงนามว่าตกลงให้เริ่มฝึกหัดงานตั้งแต่วันที่ระบุ จึงต้องมีผู้ให้การฝึกหัดงานที่ตกลงรับก่อนยื่น คำขอยื่นผ่านระบบฝึกหัดงานสอบบัญชีของสภาฯ ซึ่งเข้าได้จาก หน้าบริการออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี หน้าเดียวกันมีแบบฟอร์ม ผส. ให้ดาวน์โหลด
วันเริ่มฝึกหัดงานลงวันที่ย้อนหลังไม่ได้
หมายเหตุท้ายแบบ ผส.1 ระบุว่า "การนับวันเริ่มฝึกหัดงาน ให้เริ่มนับตั้งแต่วันยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงานต่อสภาวิชาชีพบัญชี เป็นต้นไป" และคู่มือกำกับว่าวันที่ยื่นเอกสารหรือวันที่เริ่มฝึกหัดงาน "ไม่สามารถระบุเป็นวันที่ย้อนหลังได้" ผู้เขียนจึงอ่านว่างานที่ทำก่อนวันยื่นคำขอแจ้งไม่ถูกนับเป็นชั่วโมงฝึกหัดงาน ผู้ที่เริ่มทำงานในสำนักงานสอบบัญชีแล้วแต่ยังไม่ได้ยื่นจึงควรยื่นโดยเร็ว (คำแนะนำของผู้เขียน)
สมาชิกภาพระหว่างฝึกหัดงาน
ข้อบังคับเขียนไว้ที่ข้อ 7.1 (1) ว่าต้องเป็นสมาชิก ส่วนเอกสารหลักเกณฑ์การฝึกหัดงานสอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชีอธิบายว่า "การไม่ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีภายในกำหนดเวลา และไม่ได้รับการผ่อนผันจากสภาวิชาชีพบัญชี ให้ถือว่าคำขอแจ้งฝึกหัดงานนั้นสิ้นสุดลง" ประโยคนี้เป็นคำอธิบายของสภาฯ ไม่ใช่ถ้อยคำในข้อบังคับ กำหนดต่ออายุอ่านได้ที่ ต่ออายุสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีออนไลน์ ต้องทำภายในเมื่อไร
ฝึกหัดงานสอบบัญชีต้องครบ 3 ปี หรือ 3,000 ชั่วโมง หรือต้องครบทั้งคู่
ต้องครบทั้งสองเงื่อนไข ข้อ 7.1 ให้ฝึกหัดงาน "เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีแต่ไม่เกินห้าปีนับจากวันยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงาน และมีเวลาฝึกหัดงานรวมกันไม่น้อยกว่าสามพันชั่วโมง" ครบ 3,000 ชั่วโมงก่อนครบ 3 ปีก็ยังไม่ครบเกณฑ์ และครบ 3 ปีแต่ไม่ถึง 3,000 ชั่วโมงก็ยังไม่ครบ
ถ้าไม่เสร็จภายใน 5 ปีนับจากวันยื่นคำขอแจ้ง ข้อ 7.1 (6) ให้ถือว่าคำขอฝึกหัดงานสิ้นสุดลง
ทางเลือกตามข้อ 7.2
ข้อ 7 ให้ผ่านการฝึกหัดงานตาม 7.1 หรือ 7.2 ทางที่สองคือฝึกอบรมในหลักสูตรประกาศนียบัตรทางการสอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชี โดยต้องเป็นผู้ฝึกหัดงานตาม 7.1 มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีและรวมไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง และผ่านเงื่อนไขการอบรมกับการทดสอบภายใน 5 ปีนับจากวันยื่นคำขอแจ้ง วรรคท้ายเขียนว่า "ผู้ผ่านการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ามีเวลาฝึกหัดงานรวมกันไม่น้อยกว่าสองพันชั่วโมงและได้ฝึกหัดงานเป็นเวลาสองปีแล้ว" ข้อบังคับไม่ได้อธิบายต่อว่าใช้คู่กับชั่วโมงตาม 7.1 อย่างไร ผู้ที่สนใจทางนี้ควรสอบถามสภาวิชาชีพบัญชีโดยตรง
รายงานการฝึกหัดงานประจำปี ยื่นเมื่อไร
ยื่นปีละ 1 ครั้งนับจากวันยื่นคำขอแจ้ง ภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่ครบกำหนดในแต่ละปี พร้อมคำรับรองของผู้ให้การฝึกหัดงาน ถ้าไม่ยื่นรายงานพร้อมคำรับรองภายในกำหนดนี้ ข้อ 7.1 (4) ให้ถือว่าไม่มีการฝึกหัดงานในปีนั้น
ตามคู่มือการยื่นรายงานการฝึกหัดงานสอบบัญชี (ผส.2) คำรับรองของผู้ให้การฝึกหัดงาน (ผส.3) และคำขอแจ้งการเปลี่ยนผู้ให้การฝึกหัดงาน (ผส.4) ของสภาวิชาชีพบัญชี รายงานใช้แบบ ผส.2 และคำรับรองใช้แบบ ผส.3 ตัวอย่างในเอกสารหลักเกณฑ์การฝึกหัดงานสอบบัญชีของสภาฯ ผู้ที่ขึ้นทะเบียนวันที่ 3 มิถุนายน 2566 มีรอบปีแรกคือ 3 มิถุนายน 2566 ถึง 2 มิถุนายน 2567 ยื่นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 และรอบปีที่ 2 คือ 3 มิถุนายน 2567 ถึง 2 มิถุนายน 2568 ยื่นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568
แบบ ผส.2 ให้กรอกรายละเอียดแต่ละงาน เช่น ชื่อธุรกิจ รอบปีบัญชี วันที่ปฏิบัติงาน จำนวนชั่วโมง และลักษณะการปฏิบัติงาน คำแนะนำของผู้เขียนคือจดบันทึกงานไว้ตลอดปี และลงกำหนดยื่นของแต่ละรอบไว้ในปฏิทิน
เปลี่ยนที่ทำงาน หรือลาออกระหว่างฝึกหัดงาน ต้องแจ้งอย่างไร
ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ให้การฝึกหัดงานทุกครั้ง (ยกเว้นเปลี่ยนภายในสำนักงานเดียวกัน) ภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่เปลี่ยนแปลง พร้อมรายงานและคำรับรองของผู้ให้การฝึกหัดงานรายเดิม และการแจ้งรับฝึกหัดงานของรายใหม่ "มิฉะนั้น ให้ถือว่าคำขอฝึกหัดงานนั้นสิ้นสุดลง" (ข้อ 7.1 (5))
- เอกสาร ตามคู่มือของสภาฯ คือ แบบ ผส.2 และ ผส.3 จากผู้ให้การฝึกหัดงานรายเดิม และแบบ ผส.4 จากผู้ให้การฝึกหัดงานรายใหม่
- รายเดิมถูกคณะกรรมการจรรยาบรรณเพิกถอนใบอนุญาต ต้องแจ้งเช่นเดียวกัน
- ผู้ให้การฝึกหัดงานถูกพักใช้ใบอนุญาต เลือกไม่เปลี่ยนก็ได้ แต่นับชั่วโมงในช่วงที่ถูกพักใช้ไม่ได้
ตัวอย่างในคู่มือของสภาฯ ขึ้นทะเบียน 3 มิถุนายน 2566 ออกจากรายเดิม 31 ตุลาคม 2566 และเริ่มกับรายใหม่ 3 ธันวาคม 2566 รอบ 1.1 (3 มิถุนายน ถึง 31 ตุลาคม 2566) ยื่นภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 และรอบ 1.2 (3 ธันวาคม 2566 ถึง 2 มิถุนายน 2567) ยื่นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 รอบปีที่ 2 เป็นต้นไปนับตามวันที่ขึ้นทะเบียนเดิม
ลาออกแล้วยังหาสำนักงานใหม่ไม่ได้
ข้อบังคับไม่ได้เขียนว่าเว้นช่วงโดยไม่มีผู้ให้การฝึกหัดงานได้นานเท่าไร ไม่ได้เขียนว่าระยะ 5 ปีหยุดนับระหว่างนั้นหรือไม่ และไม่ได้เขียนว่าถ้าคำขอสิ้นสุดลงแล้วจะนำชั่วโมงเดิมมานับต่อได้หรือไม่ ที่เขียนไว้คือระยะ 5 ปีนับจากวันยื่นคำขอแจ้ง และการแจ้งเปลี่ยนต้องมีการแจ้งรับของรายใหม่
ตัวอย่างในคู่มือข้างต้นกำหนดยื่นรอบ 1.1 เป็นวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งตรงกับ 2 เดือนนับจากสิ้นเดือนธันวาคมที่เริ่มกับรายใหม่ แต่ข้อบังคับไม่ได้เขียนว่า "เดือนที่เปลี่ยนแปลง" หมายถึงเดือนที่ออกจากรายเดิมหรือเดือนที่เริ่มกับรายใหม่ คำแนะนำของผู้เขียนคือขอแบบ ผส.2 และ ผส.3 จากรายเดิมให้เรียบร้อยก่อนวันสุดท้ายที่ทำงาน แล้วสอบถามสภาวิชาชีพบัญชีทันทีที่ออกจากงาน อย่ารอจนได้งานใหม่
งานแบบไหนนับเป็นชั่วโมงฝึกหัดงานได้
คำชี้แจงข้อบังคับ (ฉบับที่ 3) ของคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านสอบบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ระบุว่า ณ เวลาที่ออกคำชี้แจง การนับชั่วโมงฝึกหัดงานนับเฉพาะการตรวจสอบงบการเงินประจำปีตามกฎหมาย (Statutory Financial Audit) แต่ข้อบังคับฉบับที่ 3 กำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจนขึ้น คำชี้แจงจึงอธิบายลักษณะงานที่นับได้ตามข้อ 7 ของข้อบังคับไว้ดังนี้
- มาตรฐานของไทย มาตรฐานการสอบบัญชีรหัส 100 ถึง 999 งานสอบทานรหัส 2000 ถึง 2699 งานที่ให้ความเชื่อมั่นรหัส 3000 ถึง 3699 และงานบริการเกี่ยวเนื่องรหัส 4000 ถึง 4699
- มาตรฐานของต่างประเทศ มาตรฐานที่ออกโดย International Auditing and Assurance Standards Board ภายใต้ International Federation of Accountants
- ตัวอย่างงานที่ระบุ การตรวจสอบสถานะทางการเงินของกิจการ (Financial Due Diligence) งานตามวิธีที่ตกลงร่วมกัน (รหัส 4400) และงานรวบรวมข้อมูล (รหัส 4410)
คำชี้แจงเป็นคำอธิบายของสภาฯ ไม่ใช่ตัวข้อบังคับ แต่ข้อสุดท้ายของคำชี้แจงให้การนับชั่วโมงฝึกหัดงานถือปฏิบัติตามคำชี้แจงนี้ และไม่ได้พูดเรื่องสัดส่วนชั่วโมงระหว่างกลุ่มงาน
คู่มือ ผส.2 ผส.3 และ ผส.4 มีตารางตัวอย่างลักษณะการปฏิบัติงาน
- นับได้ ตรวจสอบงบการเงินประจำปี ตรวจนับสินค้าคงเหลือ สอบทานงบการเงินรายไตรมาส ตรวจสอบระหว่างกาล (Interim audit) และทดสอบการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน
- นับไม่ได้ งานบริการด้านบัญชีที่ไม่ใช่งานตรวจสอบบัญชี เช่น บันทึกบัญชี ปิดงบการเงิน จัดทำรายงานภาษี วางระบบบัญชี การฝึกหัดงานตามมาตรฐานต่างประเทศที่สภาฯ ไม่รับรอง การฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการสอบบัญชี และงานให้คำปรึกษาที่ไม่ใช่งานตรวจสอบ
เมื่อการฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการสอบบัญชีนับไม่ได้ ผู้เขียนจึงสรุปว่าหลักสูตรอบรม CPD และ e-Learning ทั่วไป รวมถึงหลักสูตรของ cpdclass ไม่ได้ให้ชั่วโมงฝึกหัดงาน ส่วนที่ข้อบังคับนับรวมเป็นการฝึกหัดงานคือการฝึกอบรมเพื่อรับใบอนุญาตตามข้อบังคับนี้ (นิยามในข้อ 4) ซึ่งข้อ 7.2 ระบุหลักสูตรประกาศนียบัตรทางการสอบบัญชีของสภาฯ
ถ้าไม่แน่ใจว่างานที่ทำเป็นงานรวบรวมข้อมูลตามมาตรฐานรหัส 4410 หรือเป็นงานปิดงบการเงินที่คู่มือระบุว่านับไม่ได้ ควรถามผู้ให้การฝึกหัดงานหรือสภาวิชาชีพบัญชีก่อนลงในรายงาน
สอบ CPA ต้องฝึกหัดงานมาแล้วกี่ชั่วโมง
การเข้าทดสอบวิชาการสอบบัญชี 1 และวิชาการสอบบัญชี 2 ต้องมีเวลาฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 1 ปี และรวมไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง ตามวรรคท้ายของข้อ 8 (2) ข้อกำหนดนี้เขียนไว้เฉพาะวิชาการสอบบัญชี 1 และ 2 ส่วนวิชาอื่นใช้คุณสมบัติผู้มีสิทธิสอบตามข้อ 8 (1) รายละเอียดอื่นของข้อ 8 มีดังนี้
- ผู้มีสิทธิสอบ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีจากสถาบันที่สภาฯ รับรองตามมาตรา 7 (6) และฝึกหัดงานครบถ้วนแล้วหรืออยู่ระหว่างการฝึกหัดงาน และไม่เคยทุจริตในการทดสอบ (ข้อ 8 (1))
- 6 วิชา การบัญชี 1 และ 2 การสอบบัญชี 1 และ 2 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 และ 2 สมัครทุกวิชาหรือบางวิชาก็ได้ (ข้อ 8 (2) และ (3))
- เกณฑ์ผ่าน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละวิชา และสะสมผลวิชาที่สอบผ่านได้ไม่เกิน 7 ปีนับจากวันที่ผ่านแต่ละวิชา (ข้อ 8 (6) ตามถ้อยคำของฉบับที่ 4 พ.ศ. 2567)
ข้อ 8 (6) วรรคสองเพิ่มว่า ภายใต้บังคับข้อ 9 ถ้าสอบผ่านครบทุกวิชาแล้วแต่ฝึกหัดงานยังไม่ครบถ้วน และยังไม่ขาดจากการเป็นผู้ฝึกหัดงาน ผลสอบยังใช้ได้แม้เกิน 7 ปี
ผ่านครบแล้ว ยื่นขอใบอนุญาตเมื่อไร
ข้อ 9 ให้ยื่นคำขอเมื่อผ่านการฝึกหัดงานและการทดสอบมาแล้วไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่ผ่านทั้งสองอย่าง "มิฉะนั้นรายวิชาใดที่สอบผ่านมาเกินสี่ปีถือเป็นอันสิ้นผล" เว้นแต่ทำหนังสือแสดงพฤติการณ์ที่จำเป็นภายใน 1 เดือนนับจากวันที่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลง
ข้อ 9 ยังใช้คำว่า "สี่ปี" ขณะที่ข้อ 8 (6) ซึ่งแก้โดยฉบับที่ 4 ให้สะสมได้ไม่เกิน 7 ปี ข้อบังคับไม่ได้อธิบายว่าสองข้อนี้ใช้ร่วมกันอย่างไร จึงควรยื่นให้ทันภายใน 6 เดือน และถ้าเลยกำหนดให้สอบถามสภาวิชาชีพบัญชีก่อน ผู้ขอรับใบอนุญาตยังต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39 และข้อ 10 ด้วย
ได้ใบอนุญาตแล้ว ต้องเก็บชั่วโมง CPD อย่างไร
ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนารวมอย่างน้อย 40 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ตามข้อบังคับเรื่องการฝึกอบรมของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2559 ข้อ 10 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565
- ชั่วโมงที่เป็นทางการ อย่างน้อย 20 ชั่วโมง โดยเนื้อหาการบัญชีหรือการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
- ชั่วโมงที่ไม่เป็นทางการ อย่างน้อย 20 ชั่วโมง นับชั่วโมงที่เป็นทางการส่วนที่เกินมาเป็นชั่วโมงนี้ได้
- ปีแรก มีจำนวนชั่วโมงตามสัดส่วนของจำนวนเดือนที่ได้รับใบอนุญาตในปีนั้น โดยไม่นับเศษของเดือน (ข้อ 10 วรรคสอง)
- ยื่นหลักฐาน ชั่วโมงที่เป็นทางการต่อสภาวิชาชีพบัญชีภายในวันทำการสุดท้ายของปี (ข้อ 21 (1))
ข้อบังคับนี้ใช้กับ "ผู้สอบบัญชี" ซึ่งข้อ 4 นิยามว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้เขียนจึงอ่านว่าผู้ฝึกหัดงานยังไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ แต่ถ้าแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ด้วย ยังมีเกณฑ์ CPD ของผู้ทำบัญชีตามประกาศกรมฯ พ.ศ. 2568 ข้อ 6 (4) อ่านต่อได้ที่ คู่มือเก็บและแจ้งชั่วโมง CPD สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี
สำหรับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ที่แจ้งเป็นผู้ทำบัญชีอยู่ด้วย หลักสูตร e-Learning ของ cpdclass ที่สภาวิชาชีพบัญชีให้ความเห็นชอบ นับชั่วโมงได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี รอบไตรมาส 4/2569 มี 3 หลักสูตร รวม 8 ชั่วโมง คือ ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี (ด้านบัญชี 3 ชั่วโมง) ภาษีสรรพสามิตเบื้องต้นสำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ (ด้านอื่น 4 ชั่วโมง) และ จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (ด้านจรรยาบรรณ 1 ชั่วโมง รับได้เมื่อซื้อพร้อมหลักสูตรอื่นในคำสั่งซื้อเดียวกัน) เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และอบรมได้ถึง 31 ธันวาคม 2569
รวมกันยังไม่ครบเกณฑ์เต็มปีของทั้งสองสถานะ คือผู้สอบบัญชี 40 ชั่วโมงและด้านการบัญชีหรือการสอบบัญชีอย่างน้อย 10 ชั่วโมง ผู้ทำบัญชี 12 ชั่วโมงและด้านบัญชีอย่างน้อย 6 ชั่วโมง จึงต้องเก็บส่วนที่เหลือจากหลักสูตรอื่น หนังสือรับรองออกหลังเจ้าหน้าที่ตรวจภาพยืนยันตัวตนระหว่างเรียน ผู้สอบบัญชียื่นหลักฐานภายในวันทำการสุดท้ายของปี และผู้ทำบัญชีแจ้งชั่วโมงภายในวันที่ 31 ธันวาคม จึงควรเรียนให้จบล่วงหน้า ชั่วโมงเหล่านี้เป็นชั่วโมง CPD ไม่ใช่ชั่วโมงฝึกหัดงาน
บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 39 (ฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2556 ข้อ 4 และข้อ 7 ถึงข้อ 10 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนพิเศษ 192 ง หน้า 55 วันที่ 27 ธันวาคม 2556) แก้ไขโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 (เล่ม 135 ตอนพิเศษ 301 ง หน้า 16 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 (เล่ม 137 ตอนพิเศษ 209 ง หน้า 29 วันที่ 14 กันยายน 2563 แทนข้อ 4 และข้อ 7) และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2567 (เล่ม 141 ตอนพิเศษ 193 ง หน้า 31 วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 แทนข้อ 8 (6) และข้อ 10 วรรคสอง (4)) ทุกฉบับมีผลวันถัดจากวันประกาศ ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2559 ข้อ 4 ข้อ 10 และข้อ 21 (เล่ม 133 ตอนพิเศษ 196 ง หน้า 19 วันที่ 2 กันยายน 2559 มีผล 1 มกราคม 2560) กับ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 (เล่ม 139 ตอนพิเศษ 149 ง หน้า 79 วันที่ 27 มิถุนายน 2565 มีผลวันถัดจากวันประกาศ) และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ข้อ 6 (4) และ (5) (เล่ม 142 ตอนพิเศษ 346 ง หน้า 35 วันที่ 29 ตุลาคม 2568 มีผล 1 มกราคม 2569)
คำชี้แจงข้อบังคับ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2567 คู่มือแบบ ผส. และเอกสารหลักเกณฑ์การฝึกหัดงานสอบบัญชี เป็นคำอธิบายและตัวอย่างของสภาวิชาชีพบัญชี ไม่ใช่ตัวข้อบังคับ ข้อความที่ระบุว่าผู้เขียนอ่าน สรุป หรือแนะนำ และข้อความที่ใช้คำว่า "ควร" เป็นการเรียบเรียงของผู้เขียน ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569 แนะนำให้ตรวจฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชีก่อนดำเนินการ
เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2556 (ฉบับรวมถึงฉบับที่ 2) · ข้อบังคับเรื่องเดียวกัน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 · ข้อบังคับเรื่องเดียวกัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2567 · คำชี้แจงข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2567 · ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2559 · ข้อบังคับเรื่องเดียวกัน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 · พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (ฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) · คู่มือแบบ ผส. ของสภาวิชาชีพบัญชีดาวน์โหลดได้จากหน้าบริการออนไลน์ของสภาวิชาชีพบัญชี
คำถามที่พบบ่อย
ฝึกหัดงานสอบบัญชีต้องครบ 3 ปี หรือครบ 3,000 ชั่วโมง หรือต้องครบทั้งคู่
ต้องครบทั้งสองเงื่อนไข ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ข้อ 7.1 ให้ฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3 ปีแต่ไม่เกิน 5 ปีนับจากวันยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงาน และมีเวลาฝึกหัดงานรวมไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง ถ้าไม่เสร็จภายใน 5 ปีให้ถือว่าคำขอสิ้นสุดลง ส่วนข้อ 7.2 มีอีกทางหนึ่งคือการฝึกอบรมในหลักสูตรประกาศนียบัตรทางการสอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชีตามเงื่อนไขที่กำหนด
ชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีกับชั่วโมง CPD ต่างกันอย่างไร
ชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีเป็นคุณสมบัติก่อนขอใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ได้จากการทำงานสอบบัญชีกับผู้ให้การฝึกหัดงาน ส่วนชั่วโมง CPD ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีหลังได้ใบอนุญาตแล้ว และคู่มือการยื่นรายงานการฝึกหัดงานสอบบัญชี (ผส.2) ของสภาวิชาชีพบัญชียกตัวอย่างว่าการฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการสอบบัญชีนับเป็นชั่วโมงฝึกหัดงานไม่ได้
สอบ CPA วิชาการสอบบัญชีต้องฝึกหัดงานมาแล้วกี่ชั่วโมง
การเข้าสอบวิชาการสอบบัญชี 1 และ 2 ต้องมีเวลาฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 1 ปี และรวมไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง ตามข้อ 8 (2) ของข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ยื่นเริ่มฝึกหัดงานสอบบัญชีต้องเตรียมอะไรบ้าง
ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี สอบผ่านวิชาการบัญชีไม่น้อยกว่า 4 รายวิชาและวิชาการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา รวมไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต มีผู้ให้การฝึกหัดงานที่ลงนามตกลงให้เริ่มฝึกหัดงานในแบบ ผส.1 และยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงานพร้อมเอกสารการศึกษาและเอกสารประจำตัวก่อนเริ่มฝึกหัดงาน ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ข้อ 7.1 และคู่มือการยื่นคำขอแจ้งการฝึกหัดงาน (ผส.1) ของสภาฯ วันเริ่มฝึกหัดงานระบุย้อนหลังไม่ได้
ไม่ยื่นรายงานการฝึกหัดงานสอบบัญชีประจำปี มีผลอย่างไร
ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ข้อ 7.1 (4) ให้ยื่นรายงานปีละ 1 ครั้งนับจากวันยื่นคำขอแจ้ง ภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่ครบกำหนดในแต่ละปี พร้อมคำรับรองของผู้ให้การฝึกหัดงาน ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนดให้ถือว่าไม่มีการฝึกหัดงานในปีนั้น
ลาออกระหว่างฝึกหัดงานสอบบัญชี ชั่วโมงที่เก็บมาต้องทำอย่างไร
ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ข้อ 7.1 (5) ให้แจ้งการเปลี่ยนผู้ให้การฝึกหัดงานภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่เปลี่ยนแปลง พร้อมรายงานและคำรับรองของรายเดิม และการแจ้งรับของรายใหม่ มิฉะนั้นคำขอฝึกหัดงานสิ้นสุดลง ข้อบังคับไม่ได้เขียนว่าเว้นช่วงหางานใหม่ได้นานเท่าไร และไม่ได้เขียนว่าเมื่อคำขอสิ้นสุดลงแล้วนำชั่วโมงเดิมมานับต่อได้หรือไม่ จึงควรขอรายงานและคำรับรองจากรายเดิมก่อนออก และติดต่อสภาวิชาชีพบัญชีโดยเร็ว
งานบัญชี ภาษี หรือการอบรม นับเป็นชั่วโมงฝึกหัดงานสอบบัญชีได้ไหม
คู่มือการยื่นรายงานการฝึกหัดงานสอบบัญชี (ผส.2) ของสภาวิชาชีพบัญชี ยกตัวอย่างงานที่นับไม่ได้ ได้แก่ งานบริการด้านบัญชีที่ไม่ใช่งานตรวจสอบบัญชี เช่น บันทึกบัญชี ปิดงบการเงิน จัดทำรายงานภาษี วางระบบบัญชี รวมถึงการฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการสอบบัญชี และงานให้คำปรึกษาที่ไม่ใช่งานตรวจสอบ ส่วนงานที่นับได้ เช่น ตรวจสอบงบการเงินประจำปี ตรวจนับสินค้าคงเหลือ สอบทานงบการเงินรายไตรมาส และทดสอบการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน งานรวบรวมข้อมูลตามมาตรฐานรหัส 4410 คำชี้แจงข้อบังคับ (ฉบับที่ 3) ของสภาวิชาชีพบัญชีระบุว่านับได้ ถ้าไม่แน่ใจว่างานที่ทำเป็นงานแบบใด ควรถามผู้ให้การฝึกหัดงานหรือสภาวิชาชีพบัญชีก่อนลงในรายงาน ส่วนการฝึกอบรมที่ข้อบังคับนับเป็นการฝึกหัดงานคือหลักสูตรประกาศนียบัตรทางการสอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชีตามข้อ 7.2
ผลสอบ CPA แต่ละวิชาเก็บไว้ได้นานเท่าไร
ข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ข้อ 8 (6) ตามฉบับที่ 4 พ.ศ. 2567 ให้สะสมผลวิชาที่สอบผ่านได้ไม่เกิน 7 ปีนับจากวันที่ผ่านแต่ละวิชา เว้นแต่สอบผ่านครบทุกวิชาแล้ว แต่ฝึกหัดงานยังไม่ครบและยังไม่ขาดจากการเป็นผู้ฝึกหัดงาน ผลสอบยังใช้ได้แม้เกิน 7 ปี ทั้งนี้ภายใต้บังคับข้อ 9 ซึ่งยังเขียนว่าถ้าไม่ยื่นขอใบอนุญาตภายใน 6 เดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่ผ่านการฝึกหัดงานและการทดสอบ รายวิชาที่สอบผ่านมาเกิน 4 ปีถือเป็นอันสิ้นผล เว้นแต่ทำหนังสือแสดงพฤติการณ์ที่จำเป็น จึงควรยื่นให้ทันภายใน 6 เดือน
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


