ยื่นแบบและชำระภาษีสรรพสามิต เมื่อไร ที่ไหน ใช้แบบอะไร ยื่นช้าเสียอะไร พร้อมเช็กลิสต์ประจำเดือนสำหรับนักบัญชี

สรุปสั้น
กำหนดยื่นแบบและชำระภาษีสรรพสามิตตามมาตรา 54 สินค้าผลิตในประเทศยื่นก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่ความรับผิดเกิดพร้อมความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่เกิดหรือก่อนนำสินค้าออก แล้วแต่อะไรเกิดก่อน สินค้านำเข้ายื่นเมื่อออกใบขนสินค้า สถานบริการยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิด งบเดือนยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ภาษีสรรพสามิตไม่ได้มีวันครบกำหนดวันเดียว มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 แยกไว้ 4 กรณี (1) สินค้าที่ผลิตในประเทศให้ยื่นแบบพร้อมชำระภาษีก่อนความรับผิดเกิด คือก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่ความรับผิดเกิดพร้อมความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิดหรือก่อนนำสินค้าออก แล้วแต่กรณีใดเกิดก่อน (2) สินค้านำเข้ายื่นพร้อมชำระในเวลาที่ออกใบขนสินค้า (3) สถานบริการ และ (4) กรณีอื่น ยื่นพร้อมชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิด
กรณีเฉพาะที่ต้องแยกออกมา คือผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 22 หรือ 23 ยื่นพร้อมชำระภายใน 30 วันนับแต่ความรับผิดเกิด (มาตรา 55) และสินค้าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ผู้ผลิตอาจขอชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกโดยมีหลักประกัน (มาตรา 58) ส่วนงบเดือนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมและสถานบริการ กับบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้าของผู้นำเข้า เป็นอีกหน้าที่หนึ่งแยกจากแบบรายการภาษี ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามมาตรา 118
บทความนี้เขียนสำหรับกิจการที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้วเป็นหลัก ขั้นก่อนหน้า คือการจดทะเบียน และการแจ้งราคาขายปลีกแนะนำที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องแจ้งก่อนวันยื่นแบบรายการภาษีหรือก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณีใดเกิดก่อน ตามประกาศฉบับทั่วไป (สินค้าบางประเภทมีประกาศเฉพาะ) ทั้งสองเรื่องอ่านได้ในบทความ จดทะเบียนสรรพสามิต และแจ้งราคาขายปลีกแนะนำ
กำหนดยื่นแบบและชำระภาษีสรรพสามิต แยกตามประเภทกิจการ
กำหนดเวลาขึ้นกับว่ากิจการอยู่กรณีไหนในมาตรา 54 ซึ่งแยกไว้ 4 กรณี และทั้ง 4 กรณีให้ยื่นแบบรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับชำระภาษีในคราวเดียวกัน
สินค้าที่ผลิตในประเทศ
มาตรา 54 (1) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษี "ก่อนความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น" (ความรับผิดในที่นี้คือเวลาที่หน้าที่ต้องเสียภาษีเกิดขึ้นตามมาตรา 21 อธิบายในหัวข้อ "นับเดือนที่ความรับผิดเกิดจากอะไร" ด้านล่าง) และตามมาตรา 21 (1) ความรับผิดของสินค้าที่อยู่ในโรงอุตสาหกรรมเกิดในเวลาที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม ส่วนสินค้าที่เก็บอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี ความรับผิดเกิดในเวลาที่นำออกจากที่นั้น หลักทั่วไปของสินค้าที่ผลิตในประเทศจึงไม่ใช่วันที่ 15 แต่เป็นการยื่นและชำระก่อนนำสินค้าออก
ข้อยกเว้นอยู่ในมาตราเดียวกัน ถ้าความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 21 (1) วรรคสอง ให้ยื่นพร้อมชำระ "ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่มีความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้นหรือก่อนการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน"
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายการนับ (ไม่ใช่ถ้อยคำของกฎหมาย) สินค้าล็อตหนึ่งมีความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดวันที่ 20 พฤษภาคม ขณะที่สินค้ายังอยู่ในโรงอุตสาหกรรม ความรับผิดภาษีสรรพสามิตทั้งหมดจึงเกิดวันเดียวกัน ถ้าจะนำสินค้าล็อตนั้นออกวันที่ 10 มิถุนายน ต้องยื่นพร้อมชำระก่อนนำออก เพราะการนำออกเกิดก่อนวันที่ 15 มิถุนายน แต่ถ้ายังไม่นำออกจนถึงเดือนกรกฎาคม กำหนดคือภายในวันที่ 15 มิถุนายน
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นตามแบบ ภส.03-07 และสินค้าบางรายการยังมีอีกทางหนึ่งตามมาตรา 58 คือขอชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกโดยวางหลักประกัน ซึ่งอธิบายไว้ในหัวข้อเรื่องหลักประกันด้านล่าง
สินค้านำเข้า
มาตรา 54 (2) ให้ผู้นำเข้ายื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษี "ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร" และมาตรา 60 ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนด
ประกาศกำหนดสถานที่ที่อ้างในบทความนี้ออกตามมาตรา 59 วรรคสาม ซึ่งว่าด้วยผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ไม่ได้กำหนดสถานที่ตามมาตรา 60 ของผู้นำเข้า บทความนี้จึงไม่ระบุชื่อแบบและสถานที่ยื่นของผู้นำเข้า ควรตรวจกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ก่อนนำเข้าครั้งแรก
สถานบริการ
มาตรา 54 (3) ให้ผู้ประกอบกิจการสถานบริการยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษี "ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่มีความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น" โดยใช้แบบ ภส.03-08 ตามประกาศกำหนดสถานที่ยื่นแบบที่อ้างในหัวข้อสถานที่ยื่นด้านล่าง
กรณีอื่น และกรณีตามมาตรา 22 หรือ 23
มาตรา 54 (4) ใช้กับกรณีอื่นนอกจากสามกรณีข้างต้น ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นพร้อมชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิด
มาตรา 55 ใช้กับผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 22 หรือ 23 เช่น สินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษีตอนนำเข้า แล้วต่อมาโอนไปเป็นของผู้ไม่มีสิทธิ นำไปใช้ในการอื่นนอกจากที่กำหนด หรือสิทธินั้นสิ้นสุดลง กรณีเหล่านี้ให้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น" ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่ในเขตท้องที่ ข้อตกลงท้ายประกาศกำหนดสถานที่ยื่นแบบระบุว่าแบบ ภส.03-07 ใช้กับกรณีตามมาตรา 54 (1) (4) และมาตรา 55
ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิต รวมถึงบุคคลอื่นที่กฎหมายกำหนด อ่านภาพรวมได้ในบทความ ภาษีสรรพสามิต ความรู้เบื้องต้นที่นักบัญชีและผู้ประกอบการควรรู้
กำหนดเวลาอื่นในส่วนเดียวกันที่ควรรู้
- ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี มาตรา 54 วรรคสองให้ถือว่าผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ไม่มีหน้าที่ยื่นแบบสำหรับสินค้าหรือบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีนั้น (วรรคนี้พูดถึงแบบรายการภาษี ไม่ได้พูดถึงบัญชีประจำวันและงบเดือนตามมาตรา 118)
- อัตราภาษีเปลี่ยนจนชำระขาดหรือเกิน มาตรา 54 วรรคสามให้ชำระเพิ่มหรือขอคืนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี
- เจ้าหน้าที่แจ้งการประเมินเป็นหนังสือ มาตรา 56 ให้ชำระภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เว้นแต่ประเมินก่อนความรับผิดเกิด ให้ชำระก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
นับ "เดือนที่ความรับผิดเกิด" จากอะไร
นับจากเวลาที่มาตรา 21 กำหนดว่าความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ซึ่งต่างกันตามประเภทกิจการ
- สินค้าในโรงอุตสาหกรรม เกิดในเวลาที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม เว้นแต่นำไปเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี และการนำสินค้าไปใช้ภายในโรงอุตสาหกรรมให้ถือว่าเป็นการนำสินค้าออก
- สินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี เกิดในเวลาที่นำสินค้าออกจากที่นั้น เว้นแต่นำกลับไปเก็บในโรงอุตสาหกรรมหรือไปเก็บอีกแห่งหนึ่ง และการนำไปใช้ภายในที่นั้นให้ถือว่าเป็นการนำออก
- สินค้านำเข้า เกิดในเวลาเดียวกับความรับผิดในอันจะต้องเสียอากรศุลกากร เว้นแต่นำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี ให้เกิดในเวลาที่นำออกจากที่นั้น
- บริการ เกิดเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ
ทั้งสินค้าที่ผลิตในประเทศและบริการมีวรรคที่ผูกกับภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ถ้าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เกิดขึ้นก่อนนำสินค้าออก หรือก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ให้ถือว่าความรับผิดภาษีสรรพสามิตทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่ม เวลาที่ความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดเป็นไปตามประมวลรัษฎากร ซึ่งบทความนี้ไม่ลงรายละเอียด
มาตรา 21 ยังอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 22 วรรคสอง มาตรา 23 วรรคสอง และมาตรา 24 ซึ่งเป็นกรณีเฉพาะ ถ้ากิจการมีรายการลักษณะนั้น ให้อ่านมาตราดังกล่าวหรือถามสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
ผู้ผลิตบางสินค้าขอชำระภายในวันที่ 15 โดยวางหลักประกัน (มาตรา 58)
มาตรา 58 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม "อาจขอชำระภาษีภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยมีหลักประกันได้" ทางนี้จึงใช้ได้เฉพาะสินค้าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และต้องขออนุมัติก่อน ไม่ได้เป็นสิทธิของผู้ผลิตทุกราย ควรถามสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ว่าสินค้าของกิจการอยู่ในประกาศนั้นหรือไม่
หลักเกณฑ์อยู่ใน ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษีภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยมีหลักประกัน (ราชกิจจานุเบกษา) มีผลตั้งแต่ 16 กันยายน 2560 สรุปได้ดังนี้
- ยื่นคำขอต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ ตามแบบ ภส.03-10 (ข้อ 1 (1))
- วางหลักประกันเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรขององค์การรัฐบาล หนังสือค้ำประกันของธนาคาร โฉนดที่ดิน หรือหลักทรัพย์หรือหลักประกันอื่นที่อธิบดีเห็นชอบ (ข้อ 1 (2))
- วงเงินประกันคิดเฉลี่ยจากยอดค่าภาษีในระยะ 6 เดือนที่ล่วงมาแล้ว และมีกำหนดเวลา 1 ปีนับแต่วันที่สรรพสามิตพื้นที่อนุมัติ ถ้ายังไม่เคยนำสินค้าออกมาก่อนภายใน 6 เดือน เจ้าพนักงานกำหนดวงเงินตามความเหมาะสม แล้วกำหนดใหม่เมื่อนำสินค้าออกครบ 6 เดือน (ข้อ 1)
- สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจอนุมัติ (ข้อ 2) และอธิบดีเปลี่ยนแปลงวงเงินประกันได้ (ข้อ 3)
- ได้รับอนุมัติแล้วยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษีตามแบบ ภส.03-07 (ข้อ 4)
ยื่นที่ไหน ใช้แบบ ภส.03-07 หรือ ภส.03-08 ยื่นออนไลน์ได้ไหม
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ของท้องที่ที่กิจการตั้งอยู่ หรือยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว
มาตรา 59 ให้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการนั้นตั้งอยู่ ถ้ามีหลายแห่ง อาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีขอยื่นและชำระรวม ณ สำนักงานสรรพสามิตแห่งใดแห่งหนึ่งได้ และวรรคสามให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ยื่นที่อื่นหรือผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้
ประกาศที่ออกตามวรรคสามคือ ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดสถานที่ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีสรรพสามิต (ราชกิจจานุเบกษา) มีผลตั้งแต่ 16 กันยายน 2560 กำหนดไว้ดังนี้
- แบบที่ใช้ แบบรายการภาษีสรรพสามิต ภส.03-07 สำหรับผู้ประกอบอุตสาหกรรม และ ภส.03-08 สำหรับผู้ประกอบกิจการสถานบริการ (ข้อ 1)
- ธนาคารกรุงไทยและสาขาในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ยื่นและชำระสำหรับผู้ที่มีโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการในกรุงเทพมหานคร และผู้ที่อยู่จังหวัดอื่นหรือมีหลายแห่งซึ่งอธิบดีอนุญาตให้ยื่น ณ กรมสรรพสามิต (ข้อ 2)
- สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในกรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ที่มีโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการอยู่จังหวัดอื่น และได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นที่นั่น (ข้อ 3)
- ทางอินเทอร์เน็ต ยื่นแบบผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตหรือช่องทางอื่นที่ประกาศระบุ รวมถึงแอปพลิเคชันของกรมฯ บนอุปกรณ์พกพา และเมื่อยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ชำระผ่านอินเทอร์เน็ตหรือจุดบริการของผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ทำความตกลงกับกรมฯ ได้ ไม่ว่ากิจการตั้งอยู่ที่ใด (ข้อ 4)
การยื่นทางอินเทอร์เน็ตต้องยื่นคำขออนุญาตก่อน (ข้อ 5) ถ้ายื่นคำขอที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือทางเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต ใช้คำขออนุญาตลงทะเบียนเป็นผู้ยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตตามแบบ ภส.03-11 พร้อมข้อตกลงท้ายประกาศและหนังสือมอบอำนาจ ได้รับอนุญาตแล้วจึงใช้รหัสผู้ใช้และรหัสผ่านเข้าระบบ เงื่อนไขที่นักบัญชีควรรู้มีดังนี้
- ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านแล้ว ให้ถือเสมือนว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ลงลายมือชื่อในเอกสารหรือรับรองเอกสารนั้นว่าถูกต้องแล้ว (ข้อ 6.1)
- ชำระภาษีได้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงวิธีเดียว จาก 7 วิธีที่ประกาศระบุ เช่น เงินสด โอนเข้าบัญชีกรมสรรพสามิต หักบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต บัตรเดบิต (ข้อ 5)
- การชำระต้องเสร็จภายในเวลา 22.00 น. จึงถือเป็นการชำระภายในวันนั้น ถ้าเกินเวลานี้ถือว่าชำระในวันถัดไป (ข้อ 6.2 ของประกาศใช้คำว่า "วันทำการถัดไป" ส่วนข้อตกลงท้ายประกาศ ข้อ 2.5 ใช้คำว่า "วันถัดไป")
- ชำระไม่ครบตามจำนวนที่ระบุในแบบ ให้ถือว่าไม่มีการยื่นแบบและชำระภาษีในครั้งนั้น (ข้อตกลง ข้อ 2.4)
- ยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตทันเวลาแต่ไม่ได้ชำระภายในเวลา ให้ถือว่าไม่มีการยื่นแบบและชำระภาษีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด (ข้อตกลง ข้อ 2.6)
- ระบบขัดข้องจนยื่นทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษียังต้องไปยื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือพื้นที่สาขา (ข้อตกลง ข้อ 2.7)
- การยื่นแบบเกินกำหนดเวลา และการยื่นแบบเพิ่มเติม ต้องไปยื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือพื้นที่สาขา (ข้อตกลง ข้อ 2.8)
- ไม่ได้ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต 3 เดือนภาษีติดต่อกัน กรมสรรพสามิตมีอำนาจยกเลิกทะเบียนผู้ยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตได้ (ข้อตกลง ข้อ 3.2)
ประกาศฉบับนี้มีผลตั้งแต่ปี 2560 และกรมสรรพสามิตออกประกาศเรื่องสถานที่ยื่นแบบเพิ่มเติมภายหลัง เช่น ประกาศกรณีสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาปิดทำการชั่วคราว ที่กรมฯ เผยแพร่ในปี 2563 ช่องทางยื่นและวิธีชำระที่ใช้ได้ในปัจจุบันจึงควรตรวจกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต ก่อนยื่นครั้งแรก
บัญชีประจำวันและงบเดือนสรรพสามิต ยื่นเมื่อไร
งบเดือนเป็นหน้าที่แยกจากแบบรายการภาษี และมีกำหนดวันที่ 15 ของเดือนถัดไปสำหรับผู้ประกอบอุตสาหกรรมด้วย แม้ภาษีของสินค้าที่ผลิตในประเทศจะยื่นและชำระก่อนนำสินค้าออก
มาตรา 118 กำหนดไว้ดังนี้
- ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ทำบัญชีประจำวันและงบเดือนตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
- ผู้นำเข้า ทำบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
- บัญชีประจำวันทำให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีเหตุที่จะต้องลงรายการนั้นเกิดขึ้น
- งบเดือน และบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สถานที่ตามมาตรา 59 และมาตรา 60 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- บัญชีประจำวัน เอกสารการลงบัญชี สำเนางบเดือน และบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้า เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ที่โรงอุตสาหกรรม สถานประกอบการ สถานบริการ หรือสถานที่อื่นซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตเรียกมาตรวจสอบได้
- อธิบดีอาจอนุญาตให้ทำโดยวิธีอื่น และอาจอนุญาตให้ยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ถ้าไม่ทำตาม มาตรา 188 (2) กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 118 วรรคหนึ่งถึงวรรคห้า จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 39 ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสรรพสามิตได้ เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการไม่ยื่นงบเดือน หรือผู้นำเข้าไม่ยื่นบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้า ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป
บทความนี้ไม่ระบุชื่อหรือเลขแบบของบัญชีประจำวันและงบเดือน เพราะเป็นแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้ขอแบบที่ใช้อยู่จากสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ นอกจากนี้กรมสรรพสามิตเคยประกาศขยายกำหนดเวลาการปฏิบัติตามมาตรา 118 ให้สินค้าและบริการบางประเภท จึงควรถามด้วยว่าสินค้าหรือบริการของกิจการอยู่ในประกาศลักษณะนี้หรือไม่ (รายละเอียดในหัวข้อเรื่องการเลื่อนกำหนดเวลาด้านล่าง)
ยื่นช้าหรือไม่ยื่น เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีสรรพสามิตเท่าไร
ผลมีสี่เรื่อง คือ ถูกประเมินภาษี เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และถ้าเจตนาไม่ยื่นเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษทางอาญา
มาตรา 86 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ยื่นแบบรายการภาษีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือยื่นไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีคลาดเคลื่อน เป็นต้น เมื่อได้รับแจ้งการประเมินเป็นหนังสือ มาตรา 56 ให้ชำระภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
เบี้ยปรับตามมาตรา 140
- ไม่ยื่นแบบและไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา มาตรา 140 (1) ให้เสียเบี้ยปรับอีก 2 เท่าของเงินภาษี ถ้อยคำของมาตรานี้คือ "มิได้ยื่นแบบรายการภาษีและไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาตามส่วนที่ 5" (ส่วนที่ว่าด้วยการยื่นแบบรายการภาษีและการชำระภาษี) ผู้เขียนอ่านว่าครอบทั้งกรณีไม่ยื่นเลยและกรณียื่นพร้อมชำระหลังพ้นกำหนด เพราะทั้งสองกรณีไม่ได้ยื่นภายในกำหนดเวลา (เป็นการตีความ ไม่ใช่ถ้อยคำของกฎหมาย)
- ยื่นไว้ไม่ถูกต้องหรือผิดพลาดจนภาษีขาด มาตรา 140 (2) ให้เสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีที่ขาด แต่ถ้าขาดเกินกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนภาษี ให้เสีย 2 เท่าของภาษีที่ขาด
- สินค้าหรือวัตถุดิบที่เป็นสาระสำคัญของการผลิตขาดจากบัญชีคุมสินค้า มาตรา 140 (3) ให้เสียเบี้ยปรับอีก 2 เท่าของเงินภาษี
มาตรา 140 วรรคท้ายเปิดช่องว่าเบี้ยปรับ "อาจงดหรือลดลงได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง" อัตราการงดหรือลดเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรานี้ ควรตรวจฉบับที่ใช้อยู่กับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
เงินเพิ่มตามมาตรา 141
ผู้ที่ไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาหรือชำระขาด ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ไม่คิดทบต้น และเงินเพิ่มต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ซึ่งอาจลดลงได้ตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวงเช่นกัน มาตรา 142 ให้ถือว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเป็นเงินภาษี
อายุการประเมินตามมาตรา 90
- ยื่นแบบภายในกำหนด ประเมินได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบ หรือของกำหนดเวลาที่อธิบดีเลื่อนหรือขยายออกไป
- ยื่นแบบหลังพ้นกำหนด ประเมินได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันยื่นแบบ แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบ
- ไม่ยื่นแบบ หรือยื่นโดยแสดงมูลค่าของสินค้าหรือบริการขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าที่แสดงในแบบ ประเมินได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบ
- มีเหตุอันควรเชื่อว่ายื่นไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่สมบูรณ์ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติอธิบดีประเมินได้ภายใน 5 ปี นับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบหรือของกำหนดเวลาที่อธิบดีเลื่อนหรือขยายออกไป (กรณียื่นภายในกำหนด) หรือนับแต่วันยื่นแบบ (กรณียื่นหลังพ้นกำหนด)
โทษทางอาญา
มาตรา 200 กำหนดโทษผู้ที่ "โดยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการภาษีที่ต้องยื่นตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษี" จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการไม่ทำบัญชีประจำวันหรือไม่ยื่นงบเดือนตามมาตรา 118 มีโทษตามมาตรา 188 (2) ที่กล่าวไว้ในหัวข้อก่อนหน้า
เลื่อนหรือขยายกำหนดเวลาได้ไหม
ได้ในบางกรณี มาตรา 8 ให้อำนาจอธิบดีไว้สองแบบ และใช้กับกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการภาษี การเสียภาษี การอุทธรณ์ หรือการแจ้งต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้
- รายกรณี ถ้าผู้มีหน้าที่มีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ อธิบดีจะอนุญาตให้เลื่อนกำหนดเวลาออกไปตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้ (วรรคหนึ่ง)
- เป็นการทั่วไป ถ้ามีเหตุจำเป็นเป็นการทั่วไป อธิบดีจะประกาศขยายกำหนดเวลาออกไปตามสมควรจนกว่าเหตุจะหมดสิ้นไปก็ได้ และกำหนดเวลาที่ขยายแล้วให้ถือเป็นกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัตินี้ (วรรคสอง)
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเลื่อนหรือขยายเป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (วรรคสาม) ถ้อยคำของมาตรา 8 คือ "จะอนุญาต...ก็ได้" จึงไม่ได้เป็นการเลื่อนให้อัตโนมัติ คำแนะนำของผู้เขียน (ไม่ใช่ถ้อยคำของกฎหมาย) คือถ้ารู้ว่าจะทำไม่ทัน ให้ติดต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ก่อนครบกำหนด และถามหลักเกณฑ์การขอเลื่อนที่ใช้อยู่
ตัวอย่างการขยายเป็นการทั่วไป คือ ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา) มีผลตั้งแต่ 16 กันยายน 2560 ซึ่งขยายกำหนดเวลาการปฏิบัติตามมาตรา 118 และมาตราอื่นให้สินค้าและบริการบางประเภท จนกว่าจะมีการกำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าในอัตราอื่นที่ไม่ใช่อัตราศูนย์ (ข้อ 1 และข้อ 2) สินค้าหรือบริการจึงพ้นจากข่ายเมื่อมีการกำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าที่ไม่ใช่อัตราศูนย์ อัตราที่ใช้อยู่และสถานะของประกาศในปัจจุบันจึงควรถามสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ว่าสินค้าหรือบริการของกิจการยังอยู่ในข่ายหรือไม่
เช็กลิสต์ประจำเดือนสำหรับนักบัญชีที่ดูแลภาษีสรรพสามิต
หัวข้อนี้เป็นคำแนะนำของผู้เขียน ไม่ใช่ถ้อยคำของกฎหมาย ส่วนกำหนดเวลาที่อ้างในแต่ละข้อมาจากมาตราที่ระบุไว้ในหัวข้อก่อนหน้า
- เขียนให้ชัดว่ากิจการอยู่กรณีไหนตามมาตรา 54 ผลิตในประเทศ นำเข้า สถานบริการ หรือกรณีอื่น บางกิจการอาจอยู่มากกว่าหนึ่งกรณี
- ผู้ผลิตในประเทศ ตั้งขั้นตอนให้ยื่นแบบ ภส.03-07 พร้อมชำระก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่เข้าข้อ 3 หรือข้อ 4 และนับรวมการนำสินค้าไปใช้ภายในโรงอุตสาหกรรมซึ่งถือเป็นการนำออก
- ให้คนที่ดูแลภาษีมูลค่าเพิ่มกับคนที่ดูแลภาษีสรรพสามิตเทียบเหตุการณ์กันทุกเดือน ถ้าความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้เพียงบางส่วน เกิดก่อนนำสินค้าออก กำหนดยื่นจะเปลี่ยนเป็นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิด หรือก่อนนำสินค้าออก แล้วแต่อะไรเกิดก่อน
- กิจการที่ได้รับอนุมัติให้ชำระโดยมีหลักประกันตามมาตรา 58 ใส่วันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกไว้ในปฏิทิน และวันครบ 1 ปีของวงเงินประกัน
- สถานบริการ รวมรายรับค่าบริการที่ได้รับชำระในเดือน (และเหตุการณ์ที่ทำให้ความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดก่อน) แล้วยื่นแบบ ภส.03-08 พร้อมชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- ผู้นำเข้า ประสานกับผู้ทำพิธีการศุลกากร ให้ยื่นและชำระภาษีสรรพสามิตในเวลาที่ออกใบขนสินค้า
- ลงบัญชีประจำวันให้เสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีเหตุต้องลงรายการ
- ยื่นงบเดือน หรือบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้า ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แยกเป็นรายการในปฏิทินต่างหากจากแบบรายการภาษี
- ยื่นทางอินเทอร์เน็ต ตั้งเป้าให้เสร็จก่อนวันครบกำหนด เผื่อกรณีระบบขัดข้องที่ต้องไปยื่นที่สำนักงานแทน ชำระให้ครบตามจำนวนในแบบและให้เสร็จภายใน 22.00 น.
- งบเดือนตามมาตรา 118 ให้ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ตัวบทไม่ได้ยกเว้นเดือนที่ไม่มีรายการ และมาตรา 39 ให้อธิบดีเพิกถอนการจดทะเบียนได้เมื่อไม่ยื่นงบเดือนติดต่อกัน 6 เดือนขึ้นไป จึงควรยื่นทุกเดือน (เว้นแต่สินค้าหรือบริการอยู่ในประกาศขยายกำหนดเวลา) ส่วนแบบรายการภาษีในเดือนที่ไม่มีการนำสินค้าออกหรือไม่มีรายรับ ตัวบทที่ผู้เขียนตรวจไม่ได้บอกตรง ๆ ให้ถามสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และจดคำตอบไว้
- เก็บบัญชีประจำวัน เอกสารการลงบัญชี และสำเนางบเดือนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีตามมาตรา 118 และคำนึงว่าอายุการประเมินตามมาตรา 90 บางกรณียาวถึง 10 ปี
- มีเหตุจำเป็นจนทำไม่ทัน ติดต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เรื่องการขอเลื่อนตามมาตรา 8 ก่อนครบกำหนด
ถ้าคุณดูแลการยื่นแบบรายการภาษีและงบเดือนของกิจการที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว หรือกำลังจะรับดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ และอยากเข้าใจหน้าที่ทั้งชุดตั้งแต่การจดทะเบียนจนถึงการยื่นแบบ cpdclass มีหลักสูตร e-Learning ภาษีสรรพสามิตเบื้องต้นสำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนที่ 2 ว่าด้วยการจดทะเบียนสรรพสามิต การแจ้งราคาขายปลีกแนะนำ การยื่นแบบและชำระภาษี การจัดทำบัญชีประจำวันและงบเดือน การยกเว้น การคืนภาษี การลดหย่อน และการใช้เขตปลอดอากรกับคลังสินค้าทัณฑ์บน
หลักสูตรนี้ยาว 4 ชั่วโมง นับชั่วโมงด้านอื่น ๆ ได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ราคา 400 บาท รอบไตรมาส 4/2569 สมัครได้ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และเรียนได้ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2569
บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 32 ก วันที่ 20 มีนาคม 2560 มีผลวันที่ 16 กันยายน 2560) มาตรา 8 มาตรา 21 ถึง 24 มาตรา 39 มาตรา 54 ถึง 60 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 118 มาตรา 140 ถึง 142 มาตรา 188 และมาตรา 200 ตามข้อมูลฉบับปรับปรุงล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ตรวจ ต.ค. 2569) พระราชบัญญัตินี้แก้ไขครั้งเดียวโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 38 ก วันที่ 5 มิถุนายน 2568) ซึ่งแก้เฉพาะมาตรา 153 มาตราที่บทความนี้อ้างจึงยังเป็นถ้อยคำเดิม นอกจากนี้อ้างอิงประกาศกรมสรรพสามิตสามฉบับ คือเรื่องกำหนดสถานที่ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีสรรพสามิต เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษีภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยมีหลักประกัน และเรื่องขยายกำหนดเวลาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ทั้งสามฉบับประกาศและมีผลวันที่ 16 กันยายน 2560 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 119 ง วันที่ 24 พฤษภาคม 2561) ประกาศเหล่านี้อาจมีฉบับแก้ไขหรือฉบับใหม่ออกภายหลัง บทความเป็นความรู้ทั่วไป แนะนำให้ตรวจกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ก่อนยื่นจริง
เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับที่กรมสรรพสามิตเผยแพร่)
คำถามที่พบบ่อย
กำหนดยื่นแบบภาษีสรรพสามิตภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ใช้กับกรณีใดบ้าง
ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 กำหนดยื่นแบบพร้อมชำระภาษีสรรพสามิตภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิด ใช้กับผู้ประกอบกิจการสถานบริการและผู้มีหน้าที่เสียภาษีในกรณีอื่นตามมาตรา 54 (4) ส่วนสินค้าที่ผลิตในประเทศใช้หลักยื่นพร้อมชำระก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่ความรับผิดเกิดพร้อมความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิดหรือก่อนนำสินค้าออก แล้วแต่กรณีใดเกิดก่อน และสินค้าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ผู้ผลิตที่ได้รับอนุมัติตามมาตรา 58 ยื่นพร้อมชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกโดยมีหลักประกัน สินค้านำเข้ายื่นพร้อมชำระในเวลาที่ออกใบขนสินค้า และงบเดือนตามมาตรา 118 ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ผู้ผลิตสินค้าในประเทศยื่นแบบและชำระภาษีสรรพสามิตเมื่อไร
มาตรา 54 (1) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีพร้อมชำระภาษีก่อนความรับผิดเกิด ซึ่งตามมาตรา 21 (1) คือก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือก่อนนำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรีที่เก็บสินค้าไว้ การนำสินค้าไปใช้ภายในโรงอุตสาหกรรมถือเป็นการนำออก แต่ถ้าความรับผิดเกิดพร้อมความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ยื่นพร้อมชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิดหรือก่อนนำสินค้าออก แล้วแต่กรณีใดเกิดก่อน ใช้แบบ ภส.03-07 ตามประกาศกรมสรรพสามิตเรื่องกำหนดสถานที่ยื่นแบบ นอกจากนี้ สินค้าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ผู้ผลิตอาจขออนุมัติชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกโดยมีหลักประกันตามมาตรา 58
ผู้ประกอบกิจการสถานบริการยื่นแบบภาษีสรรพสามิตเมื่อไร ใช้แบบอะไร
มาตรา 54 (3) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ให้ผู้ประกอบกิจการสถานบริการยื่นแบบรายการภาษีพร้อมชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดเกิด ความรับผิดของบริการเกิดเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ แต่ถ้าความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดก่อน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ถือว่าเกิดพร้อมกับความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 21 (3) แบบที่ใช้คือ ภส.03-08 ตามประกาศกรมสรรพสามิตเรื่องกำหนดสถานที่ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีสรรพสามิต ซึ่งมีผลตั้งแต่ 16 กันยายน 2560
ผู้นำเข้าชำระภาษีสรรพสามิตเมื่อไร
มาตรา 54 (2) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ให้ผู้นำเข้ายื่นแบบรายการภาษีพร้อมชำระภาษีสรรพสามิตในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ณ สถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา 60 นอกจากนี้มาตรา 118 ให้ผู้นำเข้าทำบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ควรตรวจแบบและสถานที่ยื่นของผู้นำเข้ากับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
ยื่นแบบภาษีสรรพสามิตออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตได้ไหม
ได้ ตามประกาศกรมสรรพสามิตเรื่องกำหนดสถานที่ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีสรรพสามิต (มีผล 16 กันยายน 2560) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตได้ไม่ว่ากิจการตั้งอยู่ที่ใด แต่ต้องยื่นคำขออนุญาตก่อน ซึ่งกรณียื่นคำขอที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือเว็บไซต์กรมสรรพสามิต ใช้แบบ ภส.03-11 การชำระต้องเสร็จภายใน 22.00 น. จึงถือว่าชำระในวันนั้น ชำระไม่ครบตามจำนวนในแบบถือว่าไม่มีการยื่นแบบและชำระในครั้งนั้น และการยื่นแบบเกินกำหนดเวลาหรือยื่นเพิ่มเติมต้องไปยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือพื้นที่สาขา ประกาศนี้ออกตั้งแต่ปี 2560 จึงควรตรวจช่องทางปัจจุบันกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ก่อนยื่น
งบเดือนสรรพสามิตต้องยื่นเมื่อไร และเก็บเอกสารกี่ปี
มาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการทำบัญชีประจำวันและงบเดือนตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด บัญชีประจำวันต้องทำให้เสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีเหตุต้องลงรายการ งบเดือนยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และเก็บบัญชีประจำวัน เอกสารการลงบัญชี และสำเนางบเดือนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ถ้าไม่ยื่นงบเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสรรพสามิตได้ตามมาตรา 39
ยื่นแบบหรือชำระภาษีสรรพสามิตไม่ทันกำหนด มีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเท่าไร
ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 140 (1) กรณีไม่ยื่นแบบรายการภาษีและไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา ให้เสียเบี้ยปรับอีก 2 เท่าของเงินภาษี และมาตรา 141 กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาหรือชำระขาด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ ไม่รวมเบี้ยปรับ ไม่คิดทบต้น และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ เบี้ยปรับอาจงดหรือลด และเงินเพิ่มอาจลดลงได้ตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง มาตรา 142 ให้ถือว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเป็นเงินภาษี ส่วนผู้ที่เจตนาไม่ยื่นแบบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี มาตรา 200 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขอเลื่อนกำหนดยื่นแบบภาษีสรรพสามิตได้ไหม
มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพสามิตอนุญาตให้เลื่อนกำหนดเวลายื่นแบบรายการภาษี การเสียภาษี การอุทธรณ์ หรือการแจ้งต่าง ๆ ได้ตามความจำเป็นแก่กรณี เมื่อผู้มีหน้าที่มีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ และถ้ามีเหตุจำเป็นเป็นการทั่วไป อธิบดีจะประกาศขยายกำหนดเวลาออกไปก็ได้ ทั้งสองกรณีเป็นอำนาจของอธิบดี ไม่ได้เลื่อนให้อัตโนมัติ และหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด จึงควรติดต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ก่อนครบกำหนด
เกี่ยวกับผู้เขียน

บุณฑริก กลิ่นภักดี
ที่ปรึกษาฝ่ายภาษีบริษัทข้ามชาติ และที่ปรึกษาการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


