ตารางอำนาจอนุมัติคืออะไร ต้องมีอะไรบ้าง ตั้งวงเงินอย่างไร พร้อมตัวอย่างสำหรับกิจการขนาดเล็กและวิธีใช้ตรวจเอกสาร

สรุปสั้น
ตารางอำนาจอนุมัติ (approval matrix) คือเอกสารที่เขียนไว้ว่ารายการแต่ละประเภท วงเงินเท่าไร ใครเสนอ ใครอนุมัติ ใครอนุมัติแทนเมื่อไม่อยู่ และต้องแนบเอกสารอะไร พร้อมวันที่มีผลและรอบทบทวน แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของ ก.ล.ต. ยกตัวอย่างการกำหนดขนาดวงเงินและอำนาจอนุมัติของผู้บริหารแต่ละระดับไว้ แต่ไม่ได้กำหนดตัวเลข ผู้เขียนแนะนำให้ตั้งจากยอดรายการจริงและความเสี่ยงของกิจการ
บทความนี้อธิบายว่าตารางอำนาจอนุมัติคืออะไร ควรมีอะไรบ้าง ตั้งวงเงินอย่างไร พร้อมตัวอย่างตารางสมมติสำหรับกิจการ 5 ถึง 10 คน วิธีที่ผู้ทำบัญชีใช้ตรวจเอกสาร จุดรั่วที่ต้องดู และการควบคุมทดแทนเมื่อคนน้อย
ตารางอำนาจอนุมัติคืออะไร
ตารางอำนาจอนุมัติ (approval matrix) คือเอกสารที่กิจการเขียนไว้ว่ารายการแต่ละประเภท วงเงินเท่าไร ใครเสนอ และใครมีอำนาจอนุมัติ ทุกคนจะรู้ตรงกันว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องผ่านใครก่อนสั่งซื้อหรือก่อนจ่ายเงิน
ตารางนี้เป็นเครื่องมือควบคุมภายใน ทุกรายการที่ใช้เงินของกิจการจะมีผู้มีอำนาจรับผิดชอบการตัดสินใจ และตรวจย้อนได้ว่าการอนุมัติแต่ละครั้งอยู่ในอำนาจของผู้ลงนามหรือไม่ ในงานบัญชี ตารางนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการควบคุมภายในระบบจัดซื้อและการควบคุมภายในการจ่ายเงิน
บทความนี้พูดถึงตารางอำนาจอนุมัติในฐานะเอกสารควบคุมภายในเท่านั้น ไม่ครอบคลุมอำนาจของกรรมการตามกฎหมาย อำนาจลงนามผูกพันบริษัท และข้อบังคับของบริษัท เรื่องเหล่านี้ต้องดูจากเอกสารทางกฎหมายของกิจการเอง
ตารางอำนาจอนุมัติเกี่ยวกับการควบคุมภายในอย่างไร
ผู้เขียนมองว่าตารางอำนาจอนุมัติเป็นการควบคุมแบบป้องกันเป็นหลัก คือให้รายการผ่านผู้มีอำนาจก่อนเกิดขึ้น และเป็นหลักฐานว่ากิจการกำหนดและจำกัดอำนาจหน้าที่ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ล.ต. ถามเรื่องการกำหนดอำนาจหน้าที่และลำดับการอนุมัติไว้หลายข้อ แบบประเมินนี้จัดทำตามแนวคิดของ COSO อ่านภาพรวมได้ที่บทความ การควบคุมภายในคืออะไร กรอบ COSO 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ ข้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงมีดังนี้
- หลักการที่ 3 ว่าด้วยโครงสร้างสายการรายงาน การกำหนดอำนาจในการสั่งการและความรับผิดชอบที่เหมาะสม ข้อ 3.3 ถามว่ามีการกำหนด มอบหมาย และจำกัดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมระหว่างคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหาร และพนักงานหรือไม่
- ข้อ 10.2 ถามถึงมาตรการควบคุมภายในที่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่และลำดับชั้นการอนุมัติของผู้บริหารในแต่ละระดับ และยกตัวอย่างการกำหนดขนาดวงเงินและอำนาจอนุมัติของผู้บริหารแต่ละระดับ และขั้นตอนการจัดซื้อและวิธีการคัดเลือกผู้ขาย
- ข้อ 10.5 ถามว่ากิจการแบ่งแยกหน้าที่ 3 ด้านออกจากกันโดยเด็ดขาดเพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกันหรือไม่ คือ หน้าที่อนุมัติ หน้าที่บันทึกรายการบัญชีและข้อมูลสารสนเทศ และหน้าที่ดูแลจัดเก็บทรัพย์สิน
แบบประเมินเป็นเครื่องมือช่วยประเมินที่ปรับให้เหมาะกับบริษัทจดทะเบียนไทย ไม่ใช่กฎหมาย บทความนี้ไม่ได้ตอบว่ากิจการใดมีหน้าที่ต้องมีระบบควบคุมภายใน แต่ใช้คำถามเหล่านี้เป็นแนวว่าตารางที่ดีควรตอบเรื่องอะไรได้
ตารางอำนาจอนุมัติต้องมีอะไรบ้าง
ตารางที่ใช้ได้จริงควรตอบได้ 8 เรื่อง คือ รายการอะไร วงเงินเท่าไร ใครเสนอ ใครอนุมัติ ใครอนุมัติแทน แนบเอกสารอะไร มีผลเมื่อไร และทบทวนเมื่อไร รายการด้านล่างไม่ได้คัดมาจากแบบประเมิน
- ประเภทรายการ เช่น ซื้อสินค้าและบริการ จ่ายเงินให้ผู้ขาย เงินสดย่อย เงินทดรองจ่าย เงินเดือน คืนเงินลูกค้า และการแก้ข้อมูลผู้ขาย
- วงเงินพร้อมฐานการนับ คิดต่อเอกสาร หรือรวมทุกใบของการซื้อครั้งเดียวกัน ใช้ยอดเต็มตามเอกสารหรือยอดสุทธิ และสัญญาที่จ่ายเป็นงวด เช่น ค่าเช่ารายเดือน นับทั้งสัญญาหรือต่องวด ถ้าไม่เขียนไว้ วงเงินเดียวกันจะถูกตีความคนละแบบ
- ผู้เสนอ คนที่จัดทำหรือขออนุมัติรายการ ไม่ควรเป็นคนเดียวกับผู้อนุมัติ
- ผู้อนุมัติ ระบุเป็นตำแหน่ง แล้วแนบรายชื่อคนปัจจุบันพร้อมตัวอย่างลายมือชื่อไว้ให้ผู้ตรวจเอกสารเทียบ
- ผู้อนุมัติแทนเมื่อไม่อยู่ แทนได้เฉพาะรายการใด วงเงินเท่าไร ในช่วงวันที่ใด และใช้อะไรเป็นหลักฐานการมอบหมาย
- เอกสารประกอบ เช่น ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หลักฐานการรับสินค้า ใบแจ้งหนี้ หรือสัญญา
- วันที่มีผลและผู้อนุมัติตาราง ตารางแต่ละฉบับมีเลขฉบับและลายมือชื่อผู้อนุมัติตาราง ซึ่งควรเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของกิจการ เช่น เจ้าของกิจการหรือคณะกรรมการ ฉบับเก่าเก็บไว้ใช้ตรวจรายการในช่วงที่ฉบับนั้นมีผล
- การทบทวน รอบทบทวนตามปกติ และเหตุที่ต้องทบทวนทันที เช่น เปลี่ยนผู้อนุมัติ เปลี่ยนธนาคาร หรือเปลี่ยนโปรแกรมบัญชี
ท้ายตารางควรมีข้อห้ามทั่วไป เช่น ห้ามอนุมัติรายการของตัวเองและห้ามแตกบิล และเขียนขั้นตอนกรณีเร่งด่วนไว้ด้วย ข้อยกเว้นจะได้ไม่กลายเป็นทางปกติ
ตั้งวงเงินอนุมัติอย่างไร
แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของ ก.ล.ต. ไม่ได้กำหนดตัวเลขวงเงินไว้ ผู้เขียนแนะนำให้ตั้งจากยอดรายการจริงของกิจการ และจากความเสียหายที่รับได้ถ้าอนุมัติผิดหนึ่งรายการ แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อ 10.1 ของแบบประเมินที่ถามว่ามาตรการควบคุมเหมาะสมกับความเสี่ยงและลักษณะเฉพาะขององค์กรหรือไม่
- ดึงรายการจ่ายเงินย้อนหลัง เช่น 12 เดือน แยกตามประเภท แล้วดูว่ายอดต่อรายการกระจายอยู่ช่วงใด
- ให้รายการเล็กที่เกิดเป็นประจำจบที่ระดับล่าง ถ้าทุกใบต้องรอเจ้าของ เจ้าของจะกลายเป็นคอขวด และเกิดแรงกดดันให้ลงนามโดยไม่เปิดดูเอกสาร
- ตั้งระดับบนจากความเสียหายที่รับได้ ยอดที่ถ้าอนุมัติผิดแล้วกระทบสภาพคล่องของกิจการ ควรถึงมือเจ้าของกิจการ
- รายการเสี่ยงสูงไม่ใช้วงเงินเป็นเกณฑ์ เช่น เพิ่มผู้ขายรายใหม่ แก้เลขที่บัญชีธนาคารของผู้ขาย หรือคืนเงินลูกค้าเข้าบัญชีที่ไม่ใช่บัญชีที่ลูกค้าใช้ชำระมา ให้ผู้อนุมัติระดับสูงดูทุกรายการแม้ยอดน้อย
- ตั้งจำนวนระดับให้พอดีกับคน กิจการ 5 ถึง 10 คน สองถึงสามระดับก็พอ ถ้าระดับมากกว่าจำนวนคน คนเดียวจะนั่งหลายระดับและตารางไม่มีความหมาย
ตัวอย่างตารางอำนาจอนุมัติสำหรับกิจการ 5 ถึง 10 คน (สมมติ)
บริษัทจัดจำหน่ายสมมติแห่งหนึ่งมีคนทำงาน 8 คนใน 6 ตำแหน่ง ได้แก่ กรรมการผู้จัดการซึ่งเป็นเจ้าของ ผู้จัดการทั่วไป พนักงานการเงิน พนักงานธุรการและจัดซื้อ พนักงานขาย และพนักงานคลังสินค้า ส่วนการบันทึกบัญชีจ้างสำนักงานบัญชีภายนอก ตัวเลขทุกตัวในตารางเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่วงเงินที่แนะนำ
ฉบับที่ 1 มีผล 1 พฤศจิกายน 2569 อนุมัติโดยกรรมการผู้จัดการ วงเงินคิดจากยอดเต็มตามใบสั่งซื้อหรือใบแจ้งหนี้ รวมทุกใบของการซื้อครั้งเดียวกัน และสัญญาที่จ่ายเป็นงวดนับมูลค่าทั้งสัญญาตอนอนุมัติทำสัญญา (ทั้งหมดสมมติ)
- ซื้อสินค้าและบริการ (ใบสั่งซื้อ) ผู้เสนอ พนักงานธุรการและจัดซื้อ, ไม่เกิน 30,000 บาท ผู้จัดการทั่วไปอนุมัติ, เกินกว่านั้น กรรมการผู้จัดการอนุมัติ หรือกรณีที่ซื้อจากผู้ขายรายใหม่หรือรายการที่ไม่ได้ซื้อประจำ เกิน 200,000 บาท แนบใบเสนอราคาอย่างน้อย 2 ราย หรือบันทึกเหตุผลถ้ามีผู้ขายรายเดียว
- จ่ายเงินให้ผู้ขาย ผู้เสนอ พนักงานการเงิน, ผู้อนุมัติระดับเดียวกับข้อ 1, กำหนดให้แนบใบสั่งซื้อที่อนุมัติแล้ว หลักฐานการรับสินค้าหรือบริการ และใบแจ้งหนี้
- เงินสดย่อย เบิกครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท ผู้จัดการทั่วไปอนุมัติ เกินกว่านั้นไม่จ่ายจากเงินสดย่อย ให้จ่ายผ่านขั้นตอนจ่ายเงินปกติ, การเติมเงินสดย่อย ให้กรรมการผู้จัดการอนุมัติ
- เงินทดรองจ่ายพนักงาน ไม่เกิน 10,000 บาท ผู้จัดการทั่วไปอนุมัติ, เกินกว่านั้น กรรมการผู้จัดการอนุมัติ และกำหนดให้เคลียร์พร้อมใบเสร็จภายใน 7 วัน หากยังไม่เคลียร์ใบเดิม ไม่จ่ายใบใหม่
- เงินเดือนและค่าจ้าง กรรมการผู้จัดการอนุมัติสรุปเงินเดือนทุกงวด, รับพนักงานใหม่หรือปรับเงินเดือนต้องมีหนังสืออนุมัติก่อนเข้าระบบเงินเดือน
- เพิ่มผู้ขายรายใหม่หรือแก้เลขที่บัญชีธนาคารของผู้ขาย ทุกวงเงิน กรรมการผู้จัดการอนุมัติ และกำหนดให้โทรยืนยันกับผู้ขายตามเบอร์ที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่เบอร์ในเอกสารแจ้งเปลี่ยน
- ลดหนี้หรือคืนเงินลูกค้า ไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ ผู้จัดการทั่วไปอนุมัติ, เกินกว่านั้น กรรมการผู้จัดการอนุมัติ, การคืนเงินเข้าบัญชีที่ลูกค้าใช้ชำระมา ถ้าลูกค้าขอให้โอนเข้าบัญชีอื่น กรรมการผู้จัดการอนุมัติทุกยอด
- ผู้อนุมัติแทน ผู้จัดการทั่วไปไม่อยู่ กรรมการผู้จัดการอนุมัติแทน, กรรมการผู้จัดการไม่อยู่ ผู้จัดการทั่วไปอนุมัติแทนได้เฉพาะข้อ 2 ไม่เกิน 100,000 บาท เมื่อมีหนังสือมอบหมายระบุช่วงวันที่ และกรรมการผู้จัดการลงนามรับทราบเมื่อกลับมา
- ข้อห้ามและกรณีเร่งด่วน ห้ามอนุมัติรายการที่ตนเองเป็นผู้เสนอหรือผู้รับเงิน รายการของผู้จัดการทั่วไปให้กรรมการผู้จัดการอนุมัติ รายการที่กรรมการผู้จัดการเป็นผู้รับเงินให้แนบเอกสารครบ และสำนักงานบัญชีสรุปยอดแยกไว้ทุกเดือน, ห้ามแตกบิล, ห้ามลงวันที่อนุมัติย้อนหลัง, กรณีเร่งด่วน ผู้มีอำนาจอนุมัติทางอีเมลหรือแอปแชตจากบัญชีที่แจ้งไว้ในตารางก่อนจ่าย โดยระบุผู้รับเงิน ยอดเงิน และเลขที่เอกสาร แล้วลงนามภายใน 2 วันทำการพร้อมเหตุผล, คำสั่งให้โอนที่มาจากบัญชีหรือเบอร์ใหม่ของผู้บริหาร หรือให้โอนเข้าบัญชีที่ไม่เคยจ่าย ต้องโทรยืนยันกับผู้สั่งตามเบอร์เดิมก่อนโอน
- การทบทวน อย่างน้อยปีละครั้ง และทันทีเมื่อเปลี่ยนผู้อนุมัติ เงื่อนไขกับธนาคาร หรือโปรแกรมบัญชี
สามหน้าที่ตามข้อ 10.5 ในตัวอย่างนี้อยู่คนละคน หน้าที่อนุมัติอยู่ที่ผู้จัดการทั่วไปหรือกรรมการผู้จัดการ หน้าที่ดูแลเงินอยู่ที่พนักงานการเงินซึ่งทำรายการโอนเงิน และหน้าที่บันทึกบัญชีอยู่ที่สำนักงานบัญชีภายนอก ไม่มีใครทำตั้งแต่สองหน้าที่ขึ้นไป รายละเอียดใบเบิกและการตรวจนับเงินสดย่อยอ่านได้ที่บทความ เงินสดย่อย (Petty Cash) บันทึกบัญชีและวิธีคุมไม่ให้เงินหาย
ให้ตารางอำนาจอนุมัติตรงกับเงื่อนไขธนาคารและสิทธิในระบบ
ตรวจว่าเงื่อนไขการสั่งจ่ายที่แจ้งธนาคาร สิทธิในระบบโอนเงิน และสิทธิในโปรแกรมบัญชี บังคับตามตารางได้จริง เงื่อนไขในธนาคารและระบบอย่างน้อยต้องไม่หลวมกว่าตาราง ไม่อย่างนั้นตารางจะมีผลแค่บนกระดาษ หัวข้อนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน
ตัวอย่างช่องโหว่ (สมมติ) ตารางเขียนว่ารายการเกิน 30,000 บาทต้องให้กรรมการผู้จัดการอนุมัติ แต่ในระบบโอนเงินของธนาคาร พนักงานการเงินคนเดียวทำรายการและยืนยันการโอนได้ทุกยอด ลายมือชื่อบนใบสำคัญจ่ายจึงกันอะไรไม่ได้ สิ่งที่ควรเทียบกับตารางมีดังนี้
- เงื่อนไขการสั่งจ่ายที่แจ้งไว้กับธนาคาร ใครลงนามได้ ต้องลงนามกี่คน และรายชื่อยังเป็นปัจจุบันหรือไม่
- บทบาทในระบบโอนเงินออนไลน์ ถ้าบริการที่ใช้อยู่แยกผู้ทำรายการกับผู้อนุมัติได้ หรือกำหนดวงเงินต่อรายการได้ ให้ตั้งให้ตรงกับตาราง ถ้าตั้งไม่ได้ ให้ใช้การควบคุมทดแทน
- สิทธิในโปรแกรมบัญชี ใครสร้างผู้ขาย แก้เลขที่บัญชีธนาคารของผู้ขาย อนุมัติใบสั่งซื้อ และบันทึกการจ่ายเงินได้ สิทธิเหล่านี้ไม่ควรรวมอยู่ที่คนเดียว
- รหัสผ่านและอุปกรณ์ยืนยันตัวตน ผู้อนุมัติไม่มอบรหัสผ่าน โทรศัพท์ที่รับรหัสยืนยัน หรืออุปกรณ์ยืนยันตัวตนให้คนอื่นใช้แทน และไม่ลงนามเช็คเปล่าไว้ล่วงหน้า ถ้าผู้อนุมัติแทนต้องอนุมัติในระบบธนาคารได้ ให้ขอสิทธิของตัวเองจากธนาคาร ไม่ใช้รหัสของผู้อนุมัติหลัก
ถ้ากิจการอนุมัติผ่านโปรแกรม อีเมล หรือแอปแชตเป็นปกติ ให้เขียนในตารางว่ายอมรับช่องทางใด หลักฐานต้องบอกได้ว่าใครอนุมัติ รายการไหน ยอดเท่าไร และเมื่อไร แล้วเก็บไว้กับชุดเอกสาร คำสั่งโอนที่มาผิดช่องทางต้องโทรยืนยันกับผู้สั่งตามเบอร์เดิมก่อนโอนเสมอ
ผู้ทำบัญชีใช้ตารางอำนาจอนุมัติตรวจเอกสารอย่างไร
ผู้ทำบัญชีและนักบัญชีในกิจการใช้ตารางเป็นเกณฑ์ตรวจได้ว่าใบสำคัญแต่ละใบอนุมัติโดยคนที่มีอำนาจ ในวงเงินที่ถูกต้อง และก่อนรายการเกิดขึ้น ขั้นตอนด้านล่างเป็นวิธีของผู้เขียน
- ใช้ตารางฉบับที่มีผล ณ วันที่ของรายการ รายการของเดือนก่อนต้องเทียบกับตารางที่ใช้ในเดือนนั้น ไม่ใช่ฉบับล่าสุดเสมอไป
- จับประเภทรายการแล้วเทียบยอดกับวงเงิน ตามฐานการนับที่ตารางเขียน ถ้านับรวมทุกใบของการซื้อครั้งเดียวกัน ให้รวมยอดก่อนเทียบ
- ตรวจผู้ลงนาม อยู่ในรายชื่อผู้อนุมัติของระดับนั้น ลายมือชื่อตรงกับตัวอย่าง หรือมีหลักฐานการอนุมัติในระบบหรือช่องทางที่ตารางยอมรับ และไม่ใช่ผู้เสนอหรือผู้รับเงิน ถ้าเป็นผู้อนุมัติแทน ให้ดูหนังสือมอบหมายและช่วงวันที่
- ตรวจวันที่อนุมัติ ใบสั่งซื้อต้องอนุมัติก่อนสั่งซื้อ และใบสำคัญจ่ายต้องอนุมัติก่อนจ่ายเงิน รายการที่ตารางให้อนุมัติครั้งเดียวตอนทำสัญญา เช่น ค่าเช่ารายเดือน ให้ดูการอนุมัติสัญญาแทน ถ้าอนุมัติหลังวันที่จ่าย ให้ดูหลักฐานกรณีเร่งด่วนหรือข้อยกเว้นที่ตารางยอมรับไว้
- ตรวจเอกสารประกอบ ให้ครบตามที่ตารางกำหนด
เจอรายการที่ไม่ตรงตารางและยังไม่จ่ายเงิน เช่น นักบัญชีในกิจการที่จัดชุดเอกสารก่อนจ่าย ให้ส่งกลับไปขออนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อน ถ้าจ่ายไปแล้ว เช่น ผู้ทำบัญชีจากสำนักงานบัญชีที่ได้รับเอกสารหลังสิ้นเดือน ผู้เขียนเห็นว่ารายการที่เกิดขึ้นจริงยังต้องบันทึกบัญชีตามหลักฐาน ถ้าหลักฐานไม่พอให้เชื่อว่าเป็นรายจ่ายของกิจการ ให้ขอคำอธิบายและหลักฐานเพิ่ม รายการที่ไม่ตรงตารางให้ทำเป็นรายการข้อยกเว้นแจ้งเจ้าของกิจการเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุเลขที่เอกสาร ยอดเงิน และจุดที่ไม่ตรงตาราง แล้วเก็บสำเนาไว้ ผู้ทำบัญชีไม่ได้เป็นผู้อนุมัติแทนเจ้าของกิจการ การตัดสินใจเรื่องรายการนั้นยังเป็นของผู้มีอำนาจตามตาราง
จุดรั่วของตารางอำนาจอนุมัติที่ต้องดู
ตารางที่เขียนดีแล้วยังรั่วได้ 5 จุด วิธีรับมือในแต่ละจุดเป็นคำแนะนำของผู้เขียน
- แตกบิลให้ต่ำกว่าวงเงิน แตกบิล (บางแห่งเรียกแยกบิล) คือแบ่งการซื้อครั้งเดียวเป็นหลายใบให้แต่ละใบต่ำกว่าวงเงินของผู้อนุมัติระดับสูง สัญญาณคือหลายใบจากผู้ขายรายเดียวกันในเวลาใกล้กัน หรือยอดเฉียดเพดานพอดี ทางป้องกันคือนับวงเงินรวมทุกใบของการซื้อครั้งเดียวกัน และให้ผู้อนุมัติระดับสูงดูยอดซื้อรวมรายผู้ขายทุกเดือน
- อนุมัติรายการของตัวเอง เช่น ผู้จัดการอนุมัติเงินทดรองจ่ายของตัวเอง แบบนี้ไม่มีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นเหตุผลของการแบ่งแยกหน้าที่ในข้อ 10.5 ให้เขียนในตารางว่ารายการของผู้อนุมัติให้ระดับถัดขึ้นไปลงนาม ส่วนรายการของเจ้าของกิจการ ถ้ามีหุ้นส่วนหรือกรรมการอีกคน ให้คนนั้นลงนาม ถ้าไม่มี ให้แนบเอกสารที่แสดงว่าเป็นรายจ่ายของกิจการ และให้ผู้ทำบัญชีสรุปรายการที่เจ้าของเป็นผู้รับเงินแยกไว้ทุกเดือน เพราะความเสี่ยงหลักคือรายจ่ายส่วนตัวปนกับรายจ่ายของกิจการ
- อนุมัติย้อนหลังนอกเงื่อนไขของตาราง คือลงนามหลังสั่งซื้อหรือจ่ายเงินไปแล้ว ทั้งที่ตารางให้อนุมัติก่อน การลงนามภายหลังกันความเสียหายไม่ได้ แต่ยังทำให้ผู้มีอำนาจรู้และรับผิดชอบรายการนั้น จึงต้องลงวันที่ตามวันลงนามจริง ห้ามลงวันที่ย้อน รายการที่ตารางตั้งใจให้จ่ายก่อนแล้วสอบทานภายหลัง เช่น ใบเบิกเงินสดย่อยบางประเภทที่ตรวจตอนเติมเงิน ไม่ใช่จุดรั่วนี้ ถ้าการอนุมัติย้อนหลังเกิดซ้ำ แปลว่าขั้นตอนอนุมัติช้ากว่างานจริง ให้ปรับวงเงินระดับล่างหรือขั้นตอนกรณีเร่งด่วน
- ตารางไม่อัปเดตเมื่อคนเปลี่ยน ผู้อนุมัติลาออกหรือย้ายตำแหน่งแล้ว แต่ชื่อยังอยู่ในตาราง ในเงื่อนไขธนาคาร หรือในระบบ ข้อ 12.7 ของแบบประเมินถามว่ากิจการทบทวนนโยบายและกระบวนการปฏิบัติให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอหรือไม่ ทางแก้คือแก้ตาราง ธนาคาร และสิทธิในระบบในคราวเดียวกันทุกครั้งที่มีคนรับหรือพ้นตำแหน่ง
- ผู้บริหารฝ่าฝืนหรือข้ามขั้นตอนการควบคุม (Management Override) เช่น สั่งให้โอนเงินก่อนแล้วค่อยหาเอกสารมาประกอบ ข้อ 8.1 ของแบบประเมินถามถึงการประเมินโอกาสที่จะเกิดการทุจริตแบบต่าง ๆ และยกตัวอย่างหนึ่งคือการที่ผู้บริหารสามารถฝ่าฝืนระบบควบคุมภายใน ตารางกันเรื่องนี้ได้ไม่ทั้งหมด เพราะผู้ข้ามขั้นตอนเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจอยู่แล้ว และในกิจการขนาดเล็กอาจเป็นเจ้าของกิจการเอง สิ่งที่ช่วยได้คือบันทึกข้อยกเว้นทุกรายการพร้อมเหตุผล ให้หุ้นส่วนคนอื่นหรือผู้ที่อยู่เหนือขึ้นไปเห็นเป็นประจำ และมีช่องทางลับให้แจ้งเบาะแสถึงหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอื่นได้อย่างปลอดภัย ซึ่งข้อ 14.3 ถามถึงช่องทางลับให้บุคคลภายในแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการฉ้อฉลหรือทุจริต อ่านวิธีวางระบบได้ที่บทความ Whistleblower คืออะไร และระบบแจ้งเบาะแสที่ใช้งานได้จริง
คนน้อย แยกหน้าที่ไม่ได้ ใช้การควบคุมทดแทนอย่างไร
เมื่อกิจการมีคนไม่พอจะแยกสามหน้าที่ที่ข้อ 10.5 ถามถึง คือ อนุมัติ บันทึกบัญชี และดูแลทรัพย์สิน ผู้เขียนแนะนำให้ใช้การควบคุมทดแทนหรือมาตรการชดเชย (Compensating Control) คือให้คนที่ไม่ได้ทำรายการสอบทานผลภายหลังอย่างสม่ำเสมอและเก็บหลักฐานการสอบทานไว้ ตัวอย่างการควบคุมภายในกิจการขนาดเล็ก เช่น เจ้าของกิจการดึงรายการเดินบัญชีจากธนาคารเอง แล้วเทียบเงินออกและชื่อผู้รับเงินกับใบสำคัญที่อนุมัติ และลงนามกำกับทุกเดือน ดูรายงานผู้ขายรายใหม่และการแก้เลขที่บัญชีธนาคารของผู้ขาย และรับรายการข้อยกเว้นจากผู้ทำบัญชีทุกเดือน
การควบคุมทดแทนไม่ได้ทำให้ปัญหาการแบ่งแยกหน้าที่หมดไป แค่ทำให้เห็นความผิดปกติเร็วขึ้น แบบประเมินไม่ได้พูดถึงการควบคุมทดแทน ถ้าแยกหน้าที่ไม่ได้จริง คำตอบข้อ 10.5 ตามที่ทำจริงคือ “ไม่ใช่” แล้วอธิบายเหตุผลและแนวทางแก้ไขไว้ ตามแนวการใช้ในหน้าแรกของแบบประเมิน หลัก Maker-Checker ที่แยกคนทำรายการออกจากคนอนุมัติ และมาตรการชดเชย อ่านต่อได้ที่บทความ การแบ่งแยกหน้าที่ในระบบ IT ความรู้เบื้องต้นที่นักบัญชีควรรู้
ใช้แบบประเมินของ ก.ล.ต. ทบทวนตารางอำนาจอนุมัติ
แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในใช้เป็นเช็กลิสต์ทบทวนตารางได้ เลือกเฉพาะข้อที่เกี่ยวข้องแล้วตอบตามที่ทำจริง ดาวน์โหลดได้ที่ แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ของสำนักงาน ก.ล.ต. (ไฟล์ PDF) ข้อที่เลือกมาพร้อมคำถามที่ผู้เขียนใช้ถามกับตารางมีดังนี้
- ข้อ 3.3 ตารางครอบคลุมทุกประเภทรายการที่ใช้เงิน และระบุผู้อนุมัติแทนแล้วหรือยัง
- ข้อ 10.2 ฉบับที่ใช้อยู่มีวันที่มีผลและผู้อนุมัติตารางหรือไม่
- ข้อ 10.5 ทั้งในตาราง ในธนาคาร และในโปรแกรมบัญชี มีใครทำตั้งแต่สองในสามหน้าที่นี้หรือไม่ คือ อนุมัติ บันทึกบัญชี และดูแลเงิน เช่น ทั้งอนุมัติและโอนเงินเอง ถ้ามี ใช้การควบคุมทดแทนอะไรอยู่
- ข้อ 12.7 การทบทวนนโยบายและกระบวนการปฏิบัติ ตารางทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อไร
- ข้อ 16.2 การตรวจสอบการปฏิบัติตามระบบที่วางไว้ มีใครสุ่มตรวจว่าเอกสารที่จ่ายไปแล้วผ่านการอนุมัติตามตารางจริงหรือไม่
ตารางอำนาจอนุมัติทำงานคู่กับการแบ่งแยกหน้าที่และการกระทบยอด หลักสูตรอบรมออนไลน์ ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี ของ cpdclass ช่วยให้เข้าใจเหตุผลในขั้นตอนการปฏิบัติงานประจำวัน เช่น กระทบยอด การแบ่งแยกหน้าที่ และอนุมัติ และมีหัวข้อข้อจำกัดของระบบควบคุมภายใน เช่น Management Override การทุจริตแบบสมรู้ร่วมคิด และหลักต้นทุนคุ้มค่า หลักสูตรนี้นับชั่วโมงด้านการบัญชี 3 ชั่วโมง ได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ราคา 300 บาท รอบไตรมาส 4/2569 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และต้องเรียนและสอบให้ผ่านภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
บทความนี้เรียบเรียงจากแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ล.ต. ณ ปี 2569 ขั้นตอนและคำแนะนำในบทความเป็นความเห็นของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ตัวเลขและบริษัทในตัวอย่างเป็นสมมติ และบทความไม่ครอบคลุมรายการระหว่างกันและภาษี แบบประเมินอาจมีการปรับปรุง แนะนำให้ตรวจสอบฉบับล่าสุดที่ ก.ล.ต. (sec.or.th) ก่อนนำไปใช้
คำถามที่พบบ่อย
ตารางอำนาจอนุมัติคืออะไร
ตารางอำนาจอนุมัติ (approval matrix) คือเอกสารภายในของกิจการที่เขียนไว้ว่ารายการแต่ละประเภท เช่น ซื้อสินค้า จ่ายเงินให้ผู้ขาย หรือคืนเงินลูกค้า ในวงเงินเท่าไร ใครเป็นผู้เสนอ และใครมีอำนาจอนุมัติ เป็นเครื่องมือของการควบคุมภายในที่ทำให้ทุกรายการที่ใช้เงินมีผู้มีอำนาจรับผิดชอบและตรวจย้อนได้ ตารางนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับอำนาจลงนามผูกพันบริษัทตามกฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท
ตารางอำนาจอนุมัติควรมีอะไรบ้าง
อย่างน้อยควรมีประเภทรายการ วงเงินพร้อมฐานการนับ ผู้เสนอ ผู้อนุมัติ ผู้อนุมัติแทน เอกสารประกอบ วันที่มีผลพร้อมผู้อนุมัติตาราง และรอบทบทวน รวมทั้งข้อห้ามทั่วไปและขั้นตอนกรณีเร่งด่วน ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นคำแนะนำของผู้เขียน ทางบริษัทสามารถปรับเปลี่ยนตามบริบทและความเหมาะสมขององค์กร
ควรตั้งวงเงินในตารางอำนาจอนุมัติเท่าไร
แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของ ก.ล.ต. ไม่ได้กำหนดตัวเลขวงเงินไว้ ผู้เขียนแนะนำให้ดูรายการจ่ายเงินย้อนหลังแยกตามประเภท ให้รายการยอดเล็กที่เกิดเป็นประจำจบที่ผู้อนุมัติระดับล่าง ตั้งระดับบนจากความเสียหายที่กิจการรับได้ถ้าอนุมัติผิดหนึ่งรายการ และให้รายการเสี่ยงสูง เช่น เพิ่มผู้ขายรายใหม่หรือแก้เลขที่บัญชีธนาคารของผู้ขาย ผ่านผู้อนุมัติระดับสูงทุกรายการไม่ว่ายอดเท่าไร
กิจการขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่กี่คนควรมีตารางอำนาจอนุมัติไหม
ควรมี แม้มีพนักงานเพียง 5 ถึง 10 คน ตารางสั้น ๆ สองถึงสามระดับช่วยให้พนักงานรู้ว่าเอกสารต้องผ่านใคร เจ้าของกิจการไม่ต้องลงนามทุกใบ และผู้ทำบัญชีมีเกณฑ์ตรวจเอกสาร ส่วนที่แยกหน้าที่ไม่ได้ให้ใช้การควบคุมทดแทน เช่น เจ้าของกิจการดึงรายการเดินบัญชีจากธนาคารเองแล้วเทียบกับใบสำคัญทุกเดือน คำตอบนี้เป็นคำแนะนำเชิงการควบคุมภายใน ไม่ได้ตอบว่ากฎหมายกำหนดให้กิจการใดต้องมีระบบควบคุมภายใน
ผู้ทำบัญชีใช้ตารางอำนาจอนุมัติตรวจใบสำคัญจ่ายอย่างไร
ใช้ตารางฉบับที่มีผล ณ วันที่ของรายการ เทียบยอดกับวงเงินตามฐานการนับ ตรวจว่าผู้ลงนามมีอำนาจในระดับนั้นและไม่ใช่ผู้เสนอหรือผู้รับเงิน อนุมัติก่อนสั่งซื้อหรือก่อนจ่ายเงินตามที่ตารางกำหนด และเอกสารประกอบครบ ถ้ายังไม่จ่ายให้ส่งกลับไปขออนุมัติก่อน ถ้าจ่ายไปแล้ว ผู้เขียนเห็นว่ารายการที่เกิดขึ้นจริงยังต้องบันทึกตามหลักฐาน และแนะนำให้ทำรายการข้อยกเว้นแจ้งเจ้าของกิจการเป็นลายลักษณ์อักษร
Management Override คืออะไร เกี่ยวกับตารางอำนาจอนุมัติอย่างไร
Management Override คือการที่ผู้บริหารซึ่งมีอำนาจฝ่าฝืนหรือสั่งข้ามขั้นตอนการควบคุมที่วางไว้ เช่น สั่งโอนเงินก่อนแล้วค่อยจัดทำเอกสาร เรื่องนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งในคำถามเรื่องการประเมินโอกาสเกิดการทุจริต ตารางอำนาจอนุมัติกันได้ไม่ทั้งหมด เพราะผู้ข้ามขั้นตอนเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจอยู่แล้ว และในกิจการขนาดเล็กอาจเป็นเจ้าของกิจการเอง ผู้เขียนแนะนำให้บันทึกข้อยกเว้นทุกรายการพร้อมเหตุผล ให้หุ้นส่วนคนอื่นหรือผู้ที่อยู่เหนือขึ้นไปเห็นเป็นประจำ และมีช่องทางแจ้งเบาะแสที่ปลอดภัย
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


