เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร มีกี่ระบบ บันทึกบัญชีอย่างไร พร้อมใบเบิกและวิธีคุมไม่ให้เงินหาย

สรุปสั้น
เงินสดย่อย (Petty Cash) คือเงินสดจำนวนไม่มากที่กิจการกันไว้จ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่ไม่คุ้มจะโอนเงินทีละรายการ ในทางปฏิบัติมีสองระบบหลัก คือระบบวงเงินคงที่ (Imprest) ที่เติมเงินให้กลับเต็มวงเงินทุกรอบ กับระบบไม่กำหนดวงเงิน ระบบวงเงินคงที่คุมง่ายกว่า เพราะเงินสดคงเหลือบวกใบเบิกต้องเท่ากับวงเงินเสมอ บันทึกค่าใช้จ่ายตอนเติมเงิน และใช้คู่กับใบเบิกที่มีเลขที่ ผู้อนุมัติ และใบเสร็จแนบทุกใบ
บทความนี้อธิบายเงินสดย่อยครบทั้งวงจร ตั้งแต่เลือกระบบ ตั้งวงเงิน เบิกและเติมเงิน ตัวอย่างการบันทึกบัญชี ใบเบิกและทะเบียนใน Excel ไปจนถึงการควบคุมขั้นต่ำและสัญญาณผิดปกติที่ควรตรวจต่อ
เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง
เงินสดย่อย หรือ Petty Cash คือเงินสดจำนวนไม่มากที่กิจการกันไว้ให้ผู้รักษาเงินคนหนึ่งดูแล เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดบ่อยและไม่คุ้มที่จะโอนเงินหรือออกเช็คทีละรายการ
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่จ่ายจากเงินสดย่อยได้
- ค่าส่งเอกสารและค่าไปรษณีย์
- ค่าเดินทางระยะสั้น เช่น ค่ารถรับจ้างไปส่งเอกสารที่ธนาคารหรือหน่วยงานราชการ
- ค่าเครื่องเขียนและวัสดุสำนักงานชิ้นเล็ก
- ค่าน้ำดื่มและของใช้ในสำนักงาน
สิ่งที่ไม่ควรจ่ายจากเงินสดย่อยคือรายการที่มีระบบจ่ายเงินปกติรองรับอยู่แล้ว เช่น ค่าสินค้าที่ซื้อจากเจ้าหนี้การค้า เงินเดือน หรือรายจ่ายก้อนใหญ่ เพราะรายการเหล่านี้ควรผ่านขั้นตอนอนุมัติและมีหลักฐานการโอนเงินที่ตรวจย้อนได้ เงินสดย่อยมีไว้ให้งานเล็ก ๆ เดินได้คล่อง ไม่ใช่ทางลัดของการจ่ายเงิน
ในทางบัญชี เงินสดย่อยเป็นบัญชีสินทรัพย์บัญชีหนึ่งที่แยกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร และตัวเงินไม่ควรปนกับเงินสดที่รับจากการขายหรือเงินส่วนตัวของใคร
ระบบเงินสดย่อยมีกี่ระบบ
ในทางปฏิบัติแบ่งได้เป็นสองแบบหลัก คือระบบวงเงินคงที่ (Imprest System) และระบบไม่กำหนดวงเงิน (Fluctuating Fund System) ทั้งสองแบบต่างกันที่วิธีเติมเงินและจังหวะที่บันทึกค่าใช้จ่ายเข้าบัญชี
ระบบวงเงินคงที่ (Imprest System)
กิจการกำหนดวงเงินไว้ตายตัว เช่น (สมมติ) 5,000 บาท ระหว่างรอบ ผู้รักษาเงินจ่ายเงินและเก็บใบเบิกพร้อมใบเสร็จไว้ เมื่อถึงรอบเติมเงิน กิจการเติมเงินให้กลับเต็มวงเงิน ซึ่งปกติเท่ากับยอดที่ใช้ไปตามใบเบิก เงินสดย่อยจึงกลับมาเต็มวงเงินทุกครั้ง
จุดเด่นของระบบนี้คือ ณ เวลาใดก็ตาม เงินสดที่เหลืออยู่ บวกใบเบิกที่จ่ายแล้วแต่ยังไม่ได้เติมเงิน บวกใบเบิกชั่วคราวที่ยังไม่เคลียร์ (ถ้ามี) ต้องเท่ากับวงเงินเสมอ คนที่มาตรวจนับจึงรู้ตัวเลขเป้าหมายทันทีโดยไม่ต้องเปิดบัญชีดู ส่วนบัญชีเงินสดย่อยในบัญชีแยกประเภทก็คงยอดเท่าวงเงินไว้ตลอด จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อกิจการตัดสินใจเพิ่มหรือลดวงเงิน และค่าใช้จ่ายถูกบันทึกเข้าบัญชีตอนเติมเงิน
ระบบไม่กำหนดวงเงิน (Fluctuating Fund System)
กิจการเติมเงินเข้าเงินสดย่อยเป็นครั้ง ๆ ตามที่เห็นว่าพอใช้ จำนวนที่เติมแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องเท่ากับที่ใช้ไป และบันทึกค่าใช้จ่ายลดยอดบัญชีเงินสดย่อยทุกครั้งที่จ่าย ยอดบัญชีเงินสดย่อยจึงขึ้นลงตลอดเวลา
ข้อดีคือค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีทันทีที่จ่าย ข้อเสียคือการตรวจนับไม่มีตัวเลขเป้าหมายคงที่ ต้องบันทึกบัญชีให้ครบทุกรายการก่อนจึงจะรู้ว่าควรมีเงินเหลือเท่าไร และเมื่อเติมเงินไม่เป็นรอบ ยอดเงินสดในมือก็อาจโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครตั้งใจ
ควรเลือกระบบไหน
สำหรับกิจการขนาดเล็กที่คนดูแลเงินมีไม่กี่คน ระบบวงเงินคงที่คุมง่ายกว่า เพราะการตรวจนับใช้แค่การบวกเลขไม่กี่จำนวน และการเติมเงินทุกรอบเปิดโอกาสให้ผู้อนุมัติตรวจใบเสร็จของรอบนั้น บทความนี้จึงใช้ระบบวงเงินคงที่เป็นตัวอย่างหลัก
ขั้นตอนตั้ง เบิก และเติมเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่
วงจรของเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่มี 5 ขั้น ตั้งแต่อนุมัติวงเงินไปจนถึงตรวจนับ
- อนุมัติวงเงินและกติกาเป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าของกิจการหรือผู้มีอำนาจกำหนดวงเงินรวม วงเงินจ่ายต่อครั้ง ประเภทค่าใช้จ่ายที่จ่ายได้ ผู้รักษาเงิน ผู้อนุมัติใบเบิก และรอบเติมเงิน
- ตั้งวงเงิน ถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารของกิจการ หรือออกเช็คสั่งจ่ายผู้รักษาเงินสดย่อยเพื่อนำไปขึ้นเงินสด ตามวงเงินที่อนุมัติ เก็บไว้ในกล่องที่ล็อกได้ ไม่พักเงินไว้ในบัญชีส่วนตัวของผู้รักษาเงิน แล้วบันทึกบัญชีตั้งวงเงิน
- เบิกจ่าย ผู้เบิกกรอกใบเบิกเงินสดย่อย แนบใบเสร็จ ให้ผู้อนุมัติลงนาม ผู้รักษาเงินจ่ายเงินแล้วลงทะเบียนเงินสดย่อย
- เติมเงิน เมื่อเงินเหลือถึงระดับที่กำหนดหรือครบรอบ ผู้รักษาเงินรวมใบเบิกทั้งรอบ สรุปยอดตามประเภทค่าใช้จ่าย นับเงินคงเหลือ แล้วส่งชุดเอกสารให้ผู้อนุมัติ ผู้อนุมัติตรวจใบเสร็จจริง ประทับ “จ่ายแล้ว” แล้วจึงเบิกเงินจากบัญชีธนาคารของกิจการมาเติมให้กลับเต็มวงเงิน (วงเงินลบเงินสดที่นับได้)
- ตรวจนับ นอกจากนับตอนเติมเงิน ควรมีคนที่ไม่ใช่ผู้รักษาเงินมาตรวจนับโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเป็นครั้งคราว
การตั้งวงเงินให้พอดีไม่มีตัวเลขตายตัว ให้ประมาณจากค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดจริงในหนึ่งรอบเติมเงิน เช่น สองสัปดาห์หรือหนึ่งเดือน วงเงินที่สูงเกินจำเป็นไม่ได้ช่วยให้งานคล่องขึ้น แต่เพิ่มเงินที่เสี่ยงหาย และทำให้รอบเติมเงินห่างออกไป ซึ่งแปลว่าใบเสร็จถูกตรวจช้าลง
เงินสดย่อย บันทึกบัญชีอย่างไร
ระบบวงเงินคงที่บันทึกบัญชีแค่สามจังหวะ คือตอนตั้งวงเงิน ตอนเติมเงิน และตอนเปลี่ยนวงเงิน (และรายการปรับปรุงตอนปิดงวดถ้าเติมเงินไม่ทัน) ระหว่างรอบไม่ต้องบันทึกบัญชี ใช้ทะเบียนเงินสดย่อยติดตามแทน
ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างสมมติของบริษัทสมมติที่ตั้งวงเงินสดย่อยไว้ 5,000 บาท และไม่ได้แยกภาษีซื้อ เพื่อให้เห็นโครงของรายการชัด ๆ (การแยกภาษีซื้อเป็นเรื่องของกฎหมายภาษีซึ่งอยู่นอกขอบเขตบทความนี้)
ตั้งวงเงินสดย่อย
วันที่ 1 ตุลาคม บริษัทเบิกเงิน 5,000 บาทจากบัญชีธนาคารมอบให้ผู้รักษาเงินสดย่อย
- เดบิต เงินสดย่อย 5,000 บาท
- เครดิต เงินฝากธนาคาร 5,000 บาท
ระหว่างรอบ ไม่ต้องบันทึกบัญชี
ระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคม มีการเบิกจ่ายตามใบเบิก รวมเป็นค่าใช้จ่าย 4 ประเภท ผู้รักษาเงินลงทะเบียนเงินสดย่อยทุกใบ แต่ยังไม่มีรายการเข้าสมุดรายวัน
- ค่าส่งเอกสาร 620 บาท
- ค่าเดินทาง 1,180 บาท
- ค่าวัสดุสำนักงาน 950 บาท
- ค่าน้ำดื่มและของใช้ในสำนักงาน 500 บาท
รวมใบเบิก 3,250 บาท วันที่ 16 ตุลาคม นับเงินสดคงเหลือได้ 1,750 บาท ใบเบิกบวกเงินสดคงเหลือเท่ากับ 5,000 บาท ตรงกับวงเงินพอดี
เติมเงินพร้อมบันทึกค่าใช้จ่าย
วันที่ 16 ตุลาคม ผู้อนุมัติตรวจใบเสร็จครบแล้ว บริษัทเบิกเงิน 3,250 บาทจากบัญชีธนาคารมาเติมให้กลับเป็น 5,000 บาท และบันทึกค่าใช้จ่ายแยกตามประเภทในจังหวะนี้
- เดบิต ค่าส่งเอกสาร 620 บาท
- เดบิต ค่าเดินทาง 1,180 บาท
- เดบิต ค่าวัสดุสำนักงาน 950 บาท
- เดบิต ค่าน้ำดื่มและของใช้ในสำนักงาน 500 บาท
- เครดิต เงินฝากธนาคาร 3,250 บาท
สังเกตว่าบัญชีเงินสดย่อยไม่ถูกแตะเลยตอนเติมเงิน ยอดยังคงเป็น 5,000 บาทเท่าเดิม
เงินสดย่อยขาดหรือเกิน
ถ้าตอนเติมเงินพบว่าใบเบิกบวกเงินสดคงเหลือไม่เท่ากับวงเงิน ให้เติมเงินเท่ากับวงเงินลบเงินสดที่นับได้จริง แล้วบันทึกผลต่างในบัญชีเงินขาดเกินบัญชี (Cash Short and Over)
ตัวอย่างสมมติรอบถัดไป ใบเบิกรวม 2,860 บาท (สมมติว่าเป็นค่าเดินทางทั้งหมด) นับเงินสดได้ 2,110 บาท รวมกันได้ 4,970 บาท แปลว่าเงินขาด 30 บาท บริษัทต้องเติมเงิน 5,000 − 2,110 = 2,890 บาท
- เดบิต ค่าเดินทาง 2,860 บาท
- เดบิต เงินขาดเกินบัญชี 30 บาท
- เครดิต เงินฝากธนาคาร 2,890 บาท
ถ้ารอบเดียวกันนี้นับเงินสดได้ 2,160 บาทแทน รวมกับใบเบิกเป็น 5,020 บาท แปลว่าเงินเกิน 20 บาท บริษัทเติมเงิน 5,000 − 2,160 = 2,840 บาท
- เดบิต ค่าเดินทาง 2,860 บาท
- เครดิต เงินขาดเกินบัญชี 20 บาท
- เครดิต เงินฝากธนาคาร 2,840 บาท
โดยทั่วไป ยอดคงเหลือของบัญชีเงินขาดเกินบัญชี ณ วันสิ้นงวด ถ้าเป็นยอดเดบิตถือเป็นค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นยอดเครดิตถือเป็นรายได้อื่น แต่ตัวเลขในบัญชีไม่ใช่จุดจบของเรื่อง เงินขาดทุกครั้งควรหาสาเหตุ ถ้าหาสาเหตุเจอ เช่น มีใบเบิกที่ลืมเขียน ให้บันทึกเข้าค่าใช้จ่ายนั้นแทน และถ้าเงินขาดเล็ก ๆ เกิดซ้ำหลายรอบ ให้ถือเป็นสัญญาณที่ต้องตรวจต่อ
เพิ่มหรือลดวงเงิน
ถ้าใช้ไปแล้วพบว่าวงเงิน 5,000 บาทไม่พอ ต้องเติมถี่จนเสียเวลา และผู้มีอำนาจอนุมัติให้เพิ่มเป็น 8,000 บาท บัญชีเงินสดย่อยจึงจะเปลี่ยนยอด
- เดบิต เงินสดย่อย 3,000 บาท
- เครดิต เงินฝากธนาคาร 3,000 บาท
กลับกัน ถ้าลดวงเงินจาก 5,000 บาทเหลือ 3,000 บาท ผู้รักษาเงินนำเงินสดส่วนเกินฝากคืนเข้าบัญชีธนาคาร
- เดบิต เงินฝากธนาคาร 2,000 บาท
- เครดิต เงินสดย่อย 2,000 บาท
การเปลี่ยนวงเงินควรทำพร้อมรอบเติมเงิน หลังตรวจนับและเคลียร์ใบเบิกของรอบนั้นแล้ว จะได้ไม่ปนกับการบันทึกค่าใช้จ่าย
ก่อนปิดงวดบัญชี
ระบบวงเงินคงที่บันทึกค่าใช้จ่ายตอนเติมเงิน ถ้าวันสิ้นงวดตรงกับกลางรอบ ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปแล้วแต่ยังไม่ได้เติมเงินจะยังไม่อยู่ในบัญชี และยอดบัญชีเงินสดย่อยจะสูงกว่าเงินสดที่มีอยู่จริง ทางแก้มีสองทาง
- เติมเงินหนึ่งรอบ ณ วันสิ้นงวด พร้อมนับเงินและเคลียร์ใบเบิกในวันนั้น ถ้าปิดบัญชีรายเดือน การตั้งรอบเติมเงินที่สิ้นเดือนเสมอจะทำให้ไม่ต้องปรับปรุง
- ถ้าเติมเงินวันนั้นไม่ได้ เช่น วันสิ้นงวดตรงกับวันหยุด หรือสำนักงานบัญชีได้รับเอกสารหลังวันปิดงวด ให้บันทึกรายการปรับปรุง ณ วันสิ้นงวดจากใบเบิกที่ยังไม่ได้เติมเงิน โดยเดบิตค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท (และเงินขาดเกินบัญชีถ้านับแล้วขาด) เครดิตเงินสดย่อย ยอดเงินสดย่อยจะเท่ากับเงินที่นับได้ แล้วกลับรายการในวันแรกของงวดถัดไป เพื่อให้รายการเติมเงินรอบถัดไปบันทึกได้ตามปกติโดยไม่บันทึกค่าใช้จ่ายซ้ำ
ใบเบิกชั่วคราวที่ยังค้าง ณ วันสิ้นงวดไม่ใช่เงินสดและยังไม่ใช่ค่าใช้จ่าย ถ้ายอดมีสาระสำคัญ ให้จัดประเภทเป็นเงินทดรองจ่าย (เดบิตเงินทดรองจ่าย เครดิตเงินสดย่อย) แล้วกลับรายการต้นงวดถัดไปเช่นเดียวกัน
ถ้าใช้ระบบไม่กำหนดวงเงิน
ระบบนี้บันทึกบัญชีทุกครั้งที่เติมเงินและทุกครั้งที่จ่าย ตัวอย่างสมมติ ตอนเติมเงิน 3,000 บาท
- เดบิต เงินสดย่อย 3,000 บาท
- เครดิต เงินฝากธนาคาร 3,000 บาท
ตอนจ่ายค่าเดินทาง 400 บาท
- เดบิต ค่าเดินทาง 400 บาท
- เครดิต เงินสดย่อย 400 บาท
ส่งใบเบิกและใบเสร็จให้ผู้ทำบัญชีครบทุกรอบ
ผู้ทำบัญชีลงรายการค่าใช้จ่ายของเงินสดย่อยจากใบเบิกและใบเสร็จของแต่ละรอบ
สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัท ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 8 กฎหมายฉบับเดียวกันมาตรา 12 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้แก่ผู้ทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้บัญชีแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี ส่วนเอกสารใดเป็นเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี มาตรา 7 (4) ให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้ประกาศกำหนด
ในทางปฏิบัติ กิจการที่จ้างสำนักงานบัญชีจึงควรส่งชุดใบเบิกพร้อมใบเสร็จของทุกรอบเติมเงิน ไม่ส่งแค่ยอดสรุป
ใบเบิกเงินสดย่อยต้องมีอะไรบ้าง
ใบเบิกเงินสดย่อย (บางแห่งเรียกใบสำคัญจ่ายเงินสดย่อย) ที่ดีควรตอบได้ว่าใครเบิก เบิกเท่าไร เพื่ออะไร ใครอนุมัติ และมีหลักฐานอะไรแนบ รายการด้านล่างเป็นแนวปฏิบัติด้านการควบคุมภายใน ไม่ได้คัดมาจากตัวบทกฎหมาย ช่องที่ควรมีอย่างน้อยคือ
- ชื่อกิจการและชื่อเอกสาร เช่น “ใบเบิกเงินสดย่อย”
- เลขที่ใบเบิกที่รันต่อเนื่อง พิมพ์เลขไว้ล่วงหน้าหรือดึงเลขจากทะเบียน ใบที่ยกเลิกให้เขียนว่ายกเลิกแล้วเก็บไว้ ไม่ฉีกทิ้ง เพื่อให้ตรวจได้ว่าไม่มีเลขขาดหาย
- วันที่จ่ายเงิน
- รายการและวัตถุประสงค์ จ่ายค่าอะไร เพื่องานอะไร ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่ายทั่วไป”
- จำนวนเงิน เขียนทั้งตัวเลขและตัวอักษร
- ประเภทค่าใช้จ่ายหรือรหัสบัญชี ช่วยให้สรุปยอดตอนเติมเงินและบันทึกบัญชีได้เร็ว
- ลายมือชื่อผู้เบิกหรือผู้รับเงิน
- ลายมือชื่อผู้อนุมัติ ซึ่งควรเป็นคนละคนกับผู้เบิก
- ลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน คือผู้รักษาเงินสดย่อย
- หลักฐานแนบ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานอื่นจากผู้ขาย แนบติดกับใบเบิกทุกใบ
ถ้าผู้ขายออกใบเสร็จให้ไม่ได้ เช่น แผงลอยหรือรถรับจ้าง ให้พนักงานที่จ่ายเงินให้ผู้ขายจริง (ในกรณีเงินสดย่อยคือผู้เบิกที่ออกไปจ่ายเอง) ทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ให้ผู้อนุมัติลงนาม แล้วแนบกับใบเบิกแทน แต่ควรเป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่ทางหลัก อ่านวิธีทำ ข้อควรระวัง และความต่างจากใบสำคัญรับเงินได้ที่บทความ ไม่มีใบเสร็จ ทำอย่างไร จัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินให้ถูกต้อง
หลังเติมเงินแล้ว ใบเบิกพร้อมใบเสร็จของแต่ละรอบควรเย็บเป็นชุดเรียงตามเลขที่ แล้วเก็บรวมกับเอกสารบัญชีของงวดนั้น พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี รายละเอียดเรื่องระยะเวลาเก็บและการนับวันอ่านต่อได้ที่ เอกสารทางบัญชีเก็บกี่ปี
ทำทะเบียนเงินสดย่อยและใบเบิกด้วย Excel
ทะเบียนเงินสดย่อย (บางแห่งเรียกสมุดเงินสดย่อย) คือรายการรับและจ่ายของเงินสดย่อยเรียงตามวันที่ ทำใน Excel ได้ไม่ยาก ขอแค่ออกแบบคอลัมน์ให้สรุปยอดตอนเติมเงินได้ในคราวเดียว
คอลัมน์ของทะเบียนเงินสดย่อยใน Excel
- วันที่
- เลขที่ใบเบิก เรียงต่อเนื่อง ไม่ข้ามเลข
- รายการ สั้น ๆ ตามที่เขียนในใบเบิก
- ผู้เบิก
- รับเงิน ใช้เฉพาะบรรทัดตั้งวงเงิน บรรทัดเติมเงิน และบรรทัดเพิ่มวงเงิน (บรรทัดลดวงเงินใส่ในช่องจ่ายเงิน)
- จ่ายเงิน จำนวนเงินตามใบเบิก
- คงเหลือ ใช้สูตรคงเหลือบรรทัดก่อนบวกรับเงินลบจ่ายเงิน และล็อกเซลล์สูตรไว้ไม่ให้พิมพ์ทับ
- คอลัมน์แยกประเภทค่าใช้จ่าย เช่น ค่าส่งเอกสาร ค่าเดินทาง ค่าวัสดุสำนักงาน และอื่น ๆ ใส่ยอดเดียวกับช่องจ่ายเงินลงในประเภทที่ตรงกัน และทำเซลล์ตรวจว่าผลรวมทุกคอลัมน์ประเภทเท่ากับผลรวมช่องจ่ายเงิน
- เงินขาดเกิน ใส่ผลต่างจากการนับตอนปิดรอบ
- หมายเหตุ เช่น ชนิดของหลักฐานที่แนบ หรือใบที่ยกเลิก
เมื่อถึงรอบเติมเงิน ให้นับเงินสดก่อน ถ้าคงเหลือในทะเบียนไม่ตรงกับเงินที่นับได้ ให้เพิ่มบรรทัด “เงินขาดเกิน” ในช่องจ่ายเงิน (เงินขาดใส่เป็นยอดบวก เงินเกินใส่เป็นยอดติดลบ) และใส่ยอดเดียวกันในคอลัมน์เงินขาดเกิน คงเหลือในทะเบียนจะเท่ากับเงินที่นับได้ จากนั้นลงบรรทัดเติมเงินในช่องรับเงิน ยอดเติมเงินเท่ากับยอดรวมช่องจ่ายเงินของรอบพอดี และคงเหลือหลังเติมเงินต้องกลับมาเท่ากับวงเงิน ถ้าไม่เท่าแปลว่ามีบรรทัดตกหล่น ยอดรวมของแต่ละคอลัมน์ประเภทค่าใช้จ่ายและคอลัมน์เงินขาดเกิน คือตัวเลขที่ใช้บันทึกรายการเติมเงินได้ทันที
ใบเบิกเงินสดย่อยใน Excel
ใบเบิกทำเป็นแบบฟอร์มในแผ่นงานอีกแผ่นของไฟล์เดียวกันได้ โดยใส่ช่องตามหัวข้อก่อนหน้าให้ครบ แล้วพิมพ์ออกมาให้ผู้เบิก ผู้อนุมัติ และผู้จ่ายเงินลงนาม เพราะการอนุมัติควรมีหลักฐานลายมือชื่อว่าใครเป็นคนอนุมัติ ข้อควรระวังมีสองเรื่อง
- เลขที่ต้องไม่ซ้ำ ดึงเลขที่จากทะเบียนเงินสดย่อย ไม่พิมพ์เลขเองทุกครั้งที่ออกใบ
- ไฟล์ Excel แก้ย้อนหลังได้ง่าย ทุกครั้งที่ปิดรอบ ให้บันทึกทะเบียนของรอบนั้นเป็น PDF แนบไปกับชุดใบเบิกที่ส่งให้ผู้อนุมัติ จะได้มีฉบับที่ตรงกับตอนอนุมัติไว้เทียบ
ไม่ว่าจะทำด้วย Excel หรือโปรแกรมบัญชี ทะเบียนเป็นเครื่องมือติดตามยอด ไม่ใช่หลักฐานแทนใบเสร็จ หลักฐานของแต่ละรายการยังเป็นใบเบิกที่ลงนามครบพร้อมใบเสร็จที่แนบ
คุมเงินสดย่อยอย่างไรไม่ให้เงินหาย
การควบคุมขั้นต่ำของเงินสดย่อยมีไม่กี่ข้อ และทำได้แม้กิจการมีพนักงานไม่กี่คน
- ผู้รักษาเงินคนเดียว เงินสดย่อยแต่ละกล่องมีผู้รับผิดชอบคนเดียว เก็บในที่ล็อกได้ ไม่ใช้กล่องร่วมกันหลายคน ถ้าเงินขาดจะได้รู้ว่าใครต้องอธิบาย
- วงเงินต่ำ ตั้งวงเงินให้พอใช้แค่หนึ่งรอบเติมเงิน วงเงินยิ่งต่ำ ความเสียหายสูงสุดถ้าเงินหายก็ยิ่งจำกัด
- วงเงินจ่ายต่อครั้ง กำหนดเพดานต่อใบเบิก เช่น สมมติครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท รายการที่เกินให้จ่ายผ่านระบบจ่ายเงินปกติ และระบุในกติกาว่าห้ามแยกบิลเพื่อให้ต่ำกว่าเพดาน
- ผู้อนุมัติเติมเงินต้องดูใบเสร็จจริง ไม่อนุมัติจากใบสรุปหน้าเดียว ตรวจว่ารายการเกี่ยวกับงาน ยอดตรงกับใบเสร็จ ใบเสร็จเป็นต้นฉบับและลงวันที่อยู่ในรอบนี้ ไม่มีใบซ้ำในชุดเดียวกัน และใบเบิกเลขที่เรียงครบ
- ประทับ “จ่ายแล้ว” ประทับพร้อมวันที่ลงบนใบเบิกและใบเสร็จทุกใบตอนอนุมัติเติมเงิน กันไม่ให้ใบเดิมถูกนำมาเบิกซ้ำในรอบถัดไป
- ตรวจนับแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ให้คนที่ไม่ใช่ผู้รักษาเงินนับเงินสดคู่กับใบเบิกและใบเบิกชั่วคราวที่ยังไม่ได้เติมเงินเป็นครั้งคราว นับต่อหน้าผู้รักษาเงิน และลงนามในใบบันทึกผลการตรวจนับทั้งสองฝ่าย
- แยกเงินสดย่อยจากเงินอื่น ไม่ปนกับเงินส่วนตัวของผู้รักษาเงินและไม่ปนกับเงินที่รับจากลูกค้า เติมเงินสดย่อยจากบัญชีธนาคารของกิจการ ไม่หยิบจากเงินขายสด และไม่ให้ใครยืมเงินสดย่อยไปใช้ส่วนตัว
- เงินเบิกล่วงหน้าต้องเคลียร์ตามกำหนด ถ้าจำเป็นต้องให้พนักงานเบิกเงินไปซื้อของก่อน ให้ทำใบเบิกชั่วคราว และกำหนดวันที่ต้องนำใบเสร็จกับเงินทอนมาเคลียร์ ใบเบิกชั่วคราวที่ค้างนานคือเงินที่ยังไม่มีหลักฐานว่าใช้ไปกับอะไร
- ส่งมอบทุกครั้งที่เปลี่ยนคนดูแล ช่วงผู้รักษาเงินลาหยุด ให้ส่งมอบเงินสดย่อยแก่ผู้ดูแลแทนพร้อมนับเงินและใบเบิกต่อหน้ากัน และลงนามส่งมอบทั้งสองฝ่าย
หัวใจของทุกข้อข้างบนคือไม่ให้คนคนเดียวทำครบทั้งวงจร ผู้รักษาเงินไม่ควรเป็นคนอนุมัติการเติมเงินและไม่ควรเป็นคนบันทึกบัญชีเอง ซึ่งเป็นหลักเดียวกับการแยก “คนทำ” ออกจาก “คนตรวจ” ที่อธิบายไว้ในบทความ การแบ่งแยกหน้าที่ในระบบ IT (Segregation of Duties)
ในกิจการที่มีพนักงานธุรการคนเดียว รูปแบบที่ใช้ได้คือ พนักงานธุรการเป็นผู้รักษาเงิน เจ้าของกิจการเป็นผู้อนุมัติเติมเงินและเป็นคนสุ่มตรวจนับ ส่วนผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีบันทึกบัญชีจากชุดใบเบิกและใบเสร็จที่ได้รับ ถ้าแยกคนไม่ได้จริง ให้เจ้าของกิจการสอบทานทะเบียนเงินสดย่อยกับใบเสร็จอย่างสม่ำเสมอ และเก็บหลักฐานการสอบทานไว้ทุกครั้ง
ถ้าเจ้าของกิจการไม่ได้อยู่ลงนามก่อนจ่ายทุกครั้ง ให้กำหนดในกติกาว่าค่าใช้จ่ายประเภทใดและไม่เกินเท่าไรที่ผู้รักษาเงินจ่ายไปก่อนได้ แล้วให้เจ้าของลงนามอนุมัติทุกใบตอนตรวจชุดเติมเงิน รายการนอกประเภทหรือเกินเพดานต้องขออนุมัติก่อนจ่ายเสมอ และใบเบิกที่ผู้รักษาเงินเบิกให้ตัวเองต้องมีคนอื่นลงนามอนุมัติ
สัญญาณผิดปกติของเงินสดย่อยที่ควรตรวจต่อ
สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้แปลว่ามีการทุจริตเสมอไป แต่เป็นจุดที่ผู้อนุมัติหรือเจ้าของกิจการควรเปิดดูเอกสารต่อ
- รอบเติมเงินถี่ขึ้นผิดปกติ โดยที่ปริมาณงานไม่ได้เพิ่มขึ้น
- ใบเสร็จเขียนมือที่จำนวนเงินกลม ๆ เช่น 500 หรือ 1,000 บาทพอดี มาจากร้านเดิมซ้ำ ๆ หรือหลายร้านแต่ลายมือคล้ายกัน
- ใบรับรองแทนใบเสร็จเยอะผิดปกติ เมื่อเทียบกับใบเสร็จจริงในรอบเดียวกัน
- ยอดเบิกเฉียดเพดานต่อครั้งบ่อย ๆ หรือมีหลายใบเบิกจากร้านเดียวกันในวันเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นการแยกบิล
- เลขที่ใบเบิกขาดช่วงหรือข้าม หรือใบเสร็จที่ผ่านการเติมเงินแล้วไม่มีตรา “จ่ายแล้ว”
- เงินขาดเล็ก ๆ ซ้ำหลายรอบ
- ใบเบิกชั่วคราวค้างนาน หรือมีใบยืมเงินส่วนตัวอยู่ในกล่องเงินสดย่อย
- ผู้รักษาเงินไม่อยากให้ใครนับเงิน ขอให้นัดล่วงหน้าก่อนนับ หรือไม่ยอมให้คนอื่นดูแลแทนช่วงลาหยุด
กรณีสมมติ (ไม่ใช่เหตุการณ์จริง) กิจการค้าส่งแห่งหนึ่งมีพนักงานธุรการคนเดียวดูแลเงินสดย่อยวงเงิน 10,000 บาท เป็นทั้งคนจ่ายเงิน คนลงทะเบียน และคนทำใบสรุปขอเติมเงิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกิจการเล็ก ช่องโหว่อยู่ที่เจ้าของกิจการลงนามอนุมัติเติมเงินจากใบสรุปหน้าเดียวโดยไม่เปิดดูใบเสร็จ ต่อมารอบเติมเงินถี่ขึ้นจากเดือนละครั้งเป็นเดือนละสามครั้ง ใบเสร็จส่วนใหญ่เป็นแบบเขียนมือจากร้านเดิม ๆ เมื่อเจ้าของเริ่มสุ่มเปิดใบเสร็จ จึงเห็นว่าใบเสร็จชุดเดียวกันถูกนำมาแนบเบิกในสองรอบ เพราะไม่เคยมีการประทับ “จ่ายแล้ว”
ช่องโหว่ในกรณีสมมตินี้ปิดได้ด้วยการควบคุมพื้นฐานที่ไม่ต้องลงทุนอะไร คือผู้อนุมัติเปิดดูใบเสร็จจริงทุกครั้งที่เติมเงิน ประทับ “จ่ายแล้ว” ทุกใบ และให้คนที่ไม่ใช่ผู้รักษาเงินสุ่มตรวจนับเป็นครั้งคราว
การควบคุมเงินสดย่อยทั้งหมดในบทความนี้ใช้หลักชุดเดียวกับการควบคุมภายในของกระบวนการอื่น ๆ คือ การอนุมัติ การแบ่งแยกหน้าที่ การกระทบยอด และการตรวจนับ ถ้าอยากเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังขั้นตอนเหล่านี้เพื่อนำไปใช้กับงานส่วนอื่น หลักสูตร e-Learning ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี ของ cpdclass อธิบายหลักการควบคุมภายในตามกรอบ COSO ทั้ง 5 องค์ประกอบ รวมถึงประโยชน์และข้อจำกัดของระบบควบคุมภายใน พร้อมกรณีศึกษา หลักสูตรนี้นับชั่วโมงด้านการบัญชี 3 ชั่วโมง ได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ราคา 300 บาท รอบไตรมาส 4/2569 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และต้องเรียนและสอบให้ผ่านภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 หนังสือรับรองจะออกหลังเจ้าหน้าที่ตรวจภาพยืนยันตัวตนระหว่างเรียน จึงควรเรียนให้จบล่วงหน้า
บทความนี้เรียบเรียงจากหลักการบัญชีและแนวปฏิบัติการควบคุมภายในที่ใช้ทั่วไป ตัวเลข ชื่อกิจการ และกรณีทุจริตในบทความเป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด ส่วนที่อ้างกฎหมายคือพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (ให้ไว้ ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2543 ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515) มาตรา 7 (4) มาตรา 8 มาตรา 12 และมาตรา 14 ตามฉบับที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ บทความนี้ไม่ครอบคลุมประเด็นภาษีของรายการที่จ่ายจากเงินสดย่อย เช่น ภาษีซื้อหรือการหักภาษี ณ ที่จ่าย แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากร หรือปรึกษาผู้ทำบัญชีของกิจการก่อนดำเนินการ
เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (ไฟล์บนเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
คำถามที่พบบ่อย
Petty Cash คืออะไร
Petty Cash หรือเงินสดย่อย คือเงินสดจำนวนไม่มากที่กิจการกันไว้ให้ผู้รักษาเงินคนหนึ่งดูแล สำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดบ่อยและไม่คุ้มที่จะโอนเงินหรือออกเช็คทีละรายการ เช่น ค่าส่งเอกสาร ค่าเดินทางระยะสั้น และค่าวัสดุสำนักงานชิ้นเล็ก ในทางบัญชีเงินสดย่อยเป็นบัญชีสินทรัพย์ที่แยกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร
ระบบเงินสดย่อยมีกี่ระบบ
ในทางปฏิบัติแบ่งเป็นสองแบบหลัก คือระบบวงเงินคงที่ (Imprest System) ที่กำหนดวงเงินตายตัวและเติมเงินให้กลับเต็มวงเงินทุกรอบ กับระบบไม่กำหนดวงเงิน ที่เติมเงินจำนวนไม่แน่นอนและบันทึกค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่จ่าย ระบบวงเงินคงที่คุมง่ายกว่า เพราะเงินสดคงเหลือ บวกใบเบิกที่ยังไม่ได้เติมเงิน บวกใบเบิกชั่วคราวที่ยังไม่เคลียร์ (ถ้ามี) ต้องเท่ากับวงเงินเสมอ
เติมเงินสดย่อยบันทึกบัญชีอย่างไร
ในระบบวงเงินคงที่ ตอนเติมเงินให้เดบิตบัญชีค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทตามใบเบิกของรอบนั้น และเครดิตบัญชีเงินฝากธนาคารเท่ากับยอดที่โอนเติม ถ้ามีเงินขาดหรือเกินให้บันทึกผลต่างในบัญชีเงินขาดเกินบัญชี บัญชีเงินสดย่อยไม่เปลี่ยนยอดตอนเติมเงิน จะถูกบันทึกเฉพาะตอนตั้งวงเงิน ตอนเพิ่มหรือลดวงเงิน และรายการปรับปรุงสิ้นงวดถ้าเติมเงินไม่ทัน
เงินสดย่อยขาด บันทึกบัญชีอย่างไร
เติมเงินเท่ากับวงเงินลบเงินสดที่นับได้จริง แล้วเดบิตค่าใช้จ่ายตามใบเบิก เดบิตบัญชีเงินขาดเกินบัญชีเท่ากับจำนวนที่ขาด และเครดิตเงินฝากธนาคารเท่ากับยอดที่โอนเติม ถ้าเงินเกินให้เครดิตบัญชีเงินขาดเกินบัญชีแทน เงินขาดทุกครั้งควรหาสาเหตุ และถ้าขาดเล็ก ๆ ซ้ำหลายรอบควรตรวจต่อ
ใบเบิกเงินสดย่อยต้องมีอะไรบ้าง
อย่างน้อยควรมีชื่อกิจการและชื่อเอกสาร เลขที่ใบเบิกที่รันต่อเนื่อง วันที่ รายการและวัตถุประสงค์ จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร ประเภทค่าใช้จ่าย ลายมือชื่อผู้เบิก ผู้อนุมัติ และผู้จ่ายเงิน และแนบใบเสร็จหรือหลักฐานจากผู้ขายทุกใบ ถ้าทำแบบฟอร์มใน Excel ให้พิมพ์ออกมาลงนาม และดึงเลขที่จากทะเบียนเงินสดย่อย รายการนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ดี ไม่ใช่รายการที่คัดจากตัวบทกฎหมาย
ไม่มีใบเสร็จ เบิกเงินสดย่อยได้ไหม
ควรขอใบเสร็จจากผู้ขายก่อนเสมอ ถ้าผู้ขายออกให้ไม่ได้จริง เช่น แผงลอยหรือรถรับจ้าง ให้พนักงานที่จ่ายเงินให้ผู้ขายทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ให้ผู้อนุมัติลงนาม แล้วแนบกับใบเบิกแทน ใบรับรองควรเป็นข้อยกเว้น และถ้าใช้มากผิดปกติเมื่อเทียบกับใบเสร็จจริงก็เป็นสัญญาณที่ควรตรวจต่อ
ควรตั้งวงเงินสดย่อยเท่าไร
ไม่มีตัวเลขตายตัว ให้ประมาณจากค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดจริงในหนึ่งรอบเติมเงิน เช่น สองสัปดาห์หรือหนึ่งเดือน วงเงินควรพอให้งานเดินโดยไม่ต้องเติมถี่จนเสียเวลา แต่ไม่สูงจนเงินที่เสี่ยงหายมากเกินจำเป็น ถ้าใช้ไปแล้วพบว่าไม่เหมาะ ปรับวงเงินได้โดยให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ แล้วบันทึกบัญชีการเพิ่มหรือลดวงเงิน
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


