นับสต็อกสิ้นปี การตรวจนับสินค้าคงเหลือทำอย่างไร ใบตรวจนับควรมีอะไร นับไม่ตรงทำอย่างไร พร้อมเช็กลิสต์

สรุปสั้น
การนับสต็อกสิ้นปี หรือการตรวจนับสินค้าคงเหลือ คือการนับสินค้าที่มีอยู่จริง ณ วันสิ้นรอบปีบัญชีหรือวันที่ใกล้ที่สุด แล้วเทียบกับยอดในระบบหรือสต็อกการ์ด แบ่งงานเป็นสามช่วง ก่อนนับวางแผนและเตรียมใบนับที่มีเลขรัน วันนับหยุดการเคลื่อนไหวของสินค้าและจดเลขที่เอกสารรับส่งฉบับสุดท้าย ให้คนที่ไม่ใช่ผู้ดูแลคลังเป็นผู้นับ หลังนับกระทบยอด หาสาเหตุ ขออนุมัติ แล้วจึงบันทึกบัญชีปรับปรุง
บทความนี้พาวางแผนและคุมการตรวจนับสินค้าคงเหลือสิ้นปีทีละช่วง ตั้งแต่ก่อนนับ วันนับ จนถึงหลังนับ พร้อมคอลัมน์ใบตรวจนับใน Excel ตัวอย่างบันทึกบัญชีปรับปรุง และเช็กลิสต์สรุปท้ายบท
นับสต็อกสิ้นปีคืออะไร ทำไมต้องตรวจนับสินค้าคงเหลือ
การนับสต็อกสิ้นปี หรือการตรวจนับสินค้าคงเหลือ คือการนับสินค้าที่เป็นของกิจการซึ่งมีอยู่จริง ณ วันสิ้นรอบปีบัญชีหรือวันที่ใกล้ที่สุด แล้วนำจำนวนที่นับได้ไปเทียบกับยอดในระบบหรือสต็อกการ์ด
ยอดสินค้าคงเหลือในงบการเงินควรสะท้อนของที่มีอยู่จริง แต่ยอดในระบบคลาดเคลื่อนได้ เช่น บันทึกรับหรือจ่ายตกหล่น บันทึกผิดหน่วย ของเสียที่ทิ้งไปโดยไม่ได้บันทึก หรือของสูญหาย การนับจึงเป็นจุดควบคุมที่ยืนยันว่าของที่บันทึกไว้มีอยู่จริง ของที่มีอยู่ถูกบันทึกครบ และชี้ของชำรุดเสื่อมสภาพ แต่จะยืนยันได้ก็ต่อเมื่อคุมขั้นตอนนับได้ ซึ่งเป็นเนื้อหาของหัวข้อถัดไป
ก่อนวันนับ วางแผนนับสต็อกให้ครบทุกพื้นที่
การนับที่ถูกต้องเริ่มจากการเตรียมก่อนวันนับ คือกำหนดวัน ออกคำสั่งนับเป็นลายลักษณ์อักษร ทำแผนผังพื้นที่ และเตรียมใบนับ
- กำหนดวันนับ นับในวันสิ้นรอบปีบัญชีหรือใกล้ที่สุด ถ้านับวันอื่น ต้องมีบันทึกรับและจ่ายสินค้าระหว่างวันนับกับวันสิ้นงวดที่เชื่อถือได้ เพื่อปรับยอดที่นับได้ให้เป็นยอด ณ วันสิ้นงวด และยังต้องตรวจการตัดยอดเอกสารรับส่ง ณ วันสิ้นงวดอีกครั้ง กิจการที่ไม่มีสต็อกการ์ดควรนับให้ตรงวันสิ้นงวด
- ออกคำสั่งนับ ระบุเวลาหยุดรับและส่งสินค้า ทีมนับและโซนที่รับผิดชอบ หน่วยนับของสินค้าแต่ละกลุ่ม วิธีนับของที่ต้องชั่ง ตวง วัด และสินค้าระหว่างผลิต (ถ้ามี) วิธีจัดการของชำรุดและของที่ไม่ใช่ของกิจการ และผู้ควบคุมการนับ
- ทำแผนผังพื้นที่ แบ่งทุกจุดเก็บเป็นโซนที่มีรหัส รวมหน้าร้าน รถส่งของ และของที่เก็บไว้นอกสถานที่ แล้วมอบหมายโซนให้แต่ละทีม ไม่ให้มีพื้นที่ตกหล่นหรือนับซ้ำ
- จัดของก่อนนับ รวมสินค้าชนิดเดียวกันไว้ด้วยกัน และติดป้ายแยกของที่บันทึกขายแล้วแต่รอส่งหรือรอลูกค้ามารับ ของที่ผู้อื่นนำมาฝากขาย และของชำรุด
- เตรียมใบนับ พิมพ์ใบนับที่มีเลขที่เรียงต่อกัน และทำทะเบียนคุมใบนับ
- แจ้งผู้เกี่ยวข้อง ส่งวันนับและคำสั่งนับให้ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของกิจการ (ถ้ามี) ล่วงหน้า
แบ่งหน้าที่ ใครนับ ใครตรวจ ใครอนุมัติ
ผู้ดูแลคลังไม่ควรเป็นผู้นับหรือผู้จดจำนวนในพื้นที่ที่ตัวเองดูแล และไม่ควรปรับยอดสต็อกเอง เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงเมื่อของขาด
- ผู้ดูแลคลัง ชี้ตำแหน่งของและตอบคำถามระหว่างนับ แต่ไม่ลงจำนวนในใบนับ
- ทีมนับ นับเป็นคู่ คนหนึ่งนับ อีกคนจดและทวนจำนวน ควรเป็นพนักงานจากฝ่ายอื่น
- ผู้ตรวจหรือผู้ควบคุมการนับ ที่ไม่ได้ดูแลคลัง แจกและรับคืนใบนับตามทะเบียน นับซ้ำแบบสุ่ม และตรวจว่าทุกโซนนับครบ
- ผู้อนุมัติ เจ้าของหรือผู้บริหารที่ไม่ได้ดูแลคลัง อนุมัติผลต่างก่อนปรับยอด
- ผู้ทำบัญชี บันทึกบัญชีปรับปรุงตามผลที่อนุมัติแล้วเท่านั้น ส่วนการปรับจำนวนในโปรแกรมสต็อกหรือสต็อกการ์ดให้ทำโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้ดูแลคลัง ตามใบสรุปที่อนุมัติ
กิจการที่มีพนักงานไม่กี่คนอาจแยกครบทุกบทบาทไม่ได้ ทางที่ใช้ได้คือให้เจ้าของกิจการนับซ้ำแบบสุ่มและลงนามรับรองผลด้วยตัวเอง แล้วเก็บหลักฐานนั้นไว้ ถ้าเจ้าของดูแลคลังเอง ให้ผู้ทำบัญชีหรือบุคคลภายนอกเข้าร่วมนับซ้ำแบบสุ่ม วิธีนี้เป็นทางออกระหว่างที่ยังแยกหน้าที่ไม่ได้ และเป็นแนวคิดเดียวกับมาตรการชดเชย (Compensating Control) ในบทความ การแบ่งแยกหน้าที่ในระบบ IT (Segregation of Duties) ที่นักบัญชีควรรู้
วันนับ หยุดการเคลื่อนไหวและตัดยอดให้ชัด
ระหว่างนับไม่ควรมีสินค้าเข้าออก และควรจดเลขที่เอกสารรับและส่งสินค้าฉบับสุดท้ายก่อนเริ่มนับ เพื่อให้ผู้ทำบัญชีตัดยอดได้ถูกงวด
- หยุดรับและส่งสินค้า ตามเวลาในคำสั่งนับ ของที่มาถึงหลังเวลานั้นให้วางแยกและไม่นับรวม ถ้าหยุดไม่ได้ ให้รับส่งผ่านจุดเดียว และจดทุกรายการพร้อมเวลา เพื่อนำมาปรับยอด
- จดเลขที่เอกสารฉบับสุดท้าย ของใบรับสินค้า ใบส่งของ ใบเบิกวัตถุดิบ ใบรับคืนหรือส่งคืนสินค้า และใบโอนย้ายระหว่างคลังหรือสาขา (ถ้ามี) ก่อนเริ่มนับ ผู้ทำบัญชีใช้เลขนี้ตรวจว่ารายการก่อนตัดยอดบันทึกครบ และรายการหลังตัดยอดไม่ถูกนับรวมในผลนับ
- นับโดยไม่เห็นยอดในระบบ ใบนับไม่ควรพิมพ์ยอดตามระบบไว้ ทีมนับจะได้นับของจริง ไม่ใช่ลอกตัวเลข
- นับทีละโซนตามแผนผัง นับเสร็จแล้วทำเครื่องหมายที่ชั้นวางหรือกองสินค้า ถ้าต้องแก้จำนวนในใบนับ ให้ขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่พร้อมลงชื่อกำกับ ไม่ลบทิ้ง
ของที่ไม่ใช่ของเรา และของเราที่อยู่ที่คนอื่น
- ของที่ผู้อื่นนำมาฝากขาย ของที่ลูกค้าฝากไว้ และของที่บันทึกขายแล้วแต่ลูกค้ายังไม่มารับ ไม่ใช่สินค้าคงเหลือของกิจการ ให้นับและจดแยกพร้อมเลขที่เอกสารอ้างอิง (สัญญาฝากขาย ใบรับฝาก ใบกำกับภาษีหรือใบส่งของ) แล้วส่งรายการให้ผู้ทำบัญชีตรวจกับเอกสารว่าเป็นอย่างที่ติดป้ายไว้จริง และรายการขายบันทึกถูกงวด
- ของที่ลูกค้าสั่งหรือวางมัดจำไว้แต่ยังไม่ได้บันทึกขาย ยังเป็นของกิจการ ต้องนับรวม
- ของกิจการที่ฝากขายไว้กับร้านอื่น เก็บที่คลังภายนอก หรือส่งให้ผู้รับจ้างผลิตหรือซ่อม ยังเป็นของกิจการ ให้ไปนับหรือขอหนังสือยืนยันยอดจากผู้เก็บรักษา
- ของที่ซื้อแล้วยังอยู่ระหว่างขนส่ง หรือส่งออกแล้วแต่ลูกค้ายังไม่ได้รับ ให้ทำรายการพร้อมเลขที่เอกสารส่งผู้ทำบัญชีพิจารณาว่าเป็นของกิจการ ณ วันสิ้นงวดหรือไม่
ของชำรุด เสื่อมสภาพ หรือไม่เคลื่อนไหวนาน
นับแยกพร้อมระบุสภาพในใบนับ ไม่ทิ้งระหว่างนับ แล้วทำรายการส่งผู้ทำบัญชี เพราะของกลุ่มนี้ต้องนำไปพิจารณามูลค่าต่อตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กิจการใช้ (อยู่นอกขอบเขตของบทความนี้) ส่วนการทำลายหรือตัดจำหน่ายให้ขออนุมัติแยกต่างหาก คนนับดูไม่ออกว่าของไหนไม่เคลื่อนไหวนาน ผู้ทำบัญชีจึงควรดูรายงานอายุสินค้าจากระบบประกอบ
นับซ้ำแบบสุ่มก่อนปิดการนับ
ผู้ควบคุมการนับควรสุ่มนับซ้ำสองทาง ทางแรกเลือกรายการจากใบนับแล้วไปนับของจริง เพื่อยืนยันว่าของที่จดไว้มีอยู่จริง ทางที่สองเลือกของจากชั้นวางแล้วตามหาในใบนับ เพื่อยืนยันว่าของที่มีอยู่ถูกจดครบ ควรเน้นรายการมูลค่าสูง ถ้าสุ่มแล้วไม่ตรง ให้พิจารณานับใหม่ทั้งโซน
ก่อนเปิดให้สินค้าเคลื่อนไหวตามปกติ ผู้ควบคุมการนับควรรับใบนับคืนครบทุกเลขตามทะเบียน รวมทั้งใบที่ยกเลิกและใบที่ไม่ได้ใช้
ถ้ากิจการมีโปรแกรมสต็อกหรือสต็อกการ์ด ให้ผู้ควบคุมการนับเทียบผลนับกับยอดในระบบ ณ เวลาตัดยอดหลังรับใบนับคืน แล้วนับซ้ำรายการที่ผลต่างสูงก่อนเปิดให้สินค้าเคลื่อนไหว ผลนับซ้ำให้จดแยกและอ้างเลขที่ใบนับเดิม ไม่แก้ใบนับเดิม วิธีนี้ยังนับโดยไม่เห็นยอดได้ เพราะคนเทียบคือผู้ควบคุมการนับ ไม่ใช่ทีมนับ
ใบตรวจนับสินค้าคงเหลือควรมีอะไร ทำใน Excel อย่างไร
เอกสารหลักมีสามชุด คือใบนับ ทะเบียนคุมใบนับ และไฟล์กระทบยอด จะทำบนกระดาษหรือ Excel ก็ได้ แต่ใบนับที่ใช้หน้างานควรมีเลขที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้า
ใบตรวจนับสินค้าคงเหลือหรือใบนับ ควรมีช่องต่อไปนี้
- เลขที่ใบนับ วันที่ รหัสโซนตามแผนผัง และตำแหน่งหรือชั้นวาง
- รหัสสินค้า ชื่อหรือรายละเอียดสินค้า และหน่วยนับ
- จำนวนที่นับได้ และจำนวนนับซ้ำกับผู้นับซ้ำ (ถ้ามี)
- สภาพ (ปกติ ชำรุด เสื่อมสภาพ) และหมายเหตุ
- ชื่อและลายมือชื่อผู้นับ ผู้จด และผู้ควบคุมการนับ
เขียนด้วยปากกา และขีดฆ่าบรรทัดว่างที่เหลือก่อนลงชื่อส่งคืน ของที่ไม่ใช่ของกิจการ (ของฝากขาย ของลูกค้า ของที่บันทึกขายแล้ว) ให้จดในใบนับแยกชุดหรือช่องแยก เพื่อไม่ให้ถูกรวมในยอดที่นับได้
ทะเบียนคุมใบนับ ควรมีช่องเลขที่ใบนับ โซน ทีมที่รับ เวลาแจก เวลารับคืน และสถานะ (ใช้แล้ว ยกเลิก ไม่ได้ใช้) ทุกเลขต้องมีที่ไป ใบที่หายคือจุดที่ต้องตามทันที
ไฟล์กระทบยอดสต็อกสินค้าใน Excel ควรมีคอลัมน์รหัสสินค้า ชื่อสินค้า หน่วย ยอดตามระบบ ณ เวลาตัดยอด ยอดที่นับได้ (รวมจากทุกใบนับ) ผลต่างจำนวน (นับได้ลบยอดตามระบบ) ต้นทุนต่อหน่วย ผลต่างมูลค่า สาเหตุที่ตรวจพบ รายการแก้ที่ต้นเหตุ ผลต่างที่เหลือซึ่งใช้ขออนุมัติ และสถานะการอนุมัติ
เมื่อทำใน Excel ให้แยกชีตยอดตามระบบออกจากชีตที่กรอกผลนับ ล็อกเซลล์ที่เป็นสูตร และอ้างเลขที่ใบนับทุกบรรทัดที่กรอก เพื่อตามกลับไปหาใบนับต้นฉบับได้ รายการในไฟล์ต้องครอบคลุมทั้งรหัสที่มีในระบบและรหัสที่นับเจอแต่ไม่มีในระบบ รหัสที่ไม่มีในใบนับให้ถือว่านับได้ศูนย์ ไม่ปล่อยว่าง ยอดตามระบบให้ดึงหลังบันทึกเอกสารถึงเลขฉบับสุดท้ายครบ โดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้ดูแลคลัง ให้อีกคนตรวจยอดที่คีย์กับใบนับ และเก็บไฟล์ฉบับที่อนุมัติเป็น PDF ไว้
นับแล้วไม่ตรง กระทบยอด หาสาเหตุ แล้วจึงขออนุมัติ
หัวข้อนี้ใช้กับกิจการที่มีโปรแกรมสต็อกหรือสต็อกการ์ด กิจการที่ใช้ระบบสิ้นงวดไม่มียอดให้เทียบ ผลนับจะกลายเป็นตัวเลขปลายงวดโดยตรง จึงต้องเน้นการนับซ้ำและการตัดยอดให้มากขึ้น
อย่าปรับยอดในระบบให้เท่ากับที่นับได้ทันที ให้หาสาเหตุก่อน เพราะผลต่างบางส่วนเป็นความผิดพลาดที่แก้ได้ที่รายการต้นเหตุ
- ก่อนเทียบ ตรวจว่ามูลค่ารวมตามสต็อกการ์ดหรือโปรแกรมสต็อกเท่ากับยอดบัญชีสินค้าคงเหลือ แล้วเทียบยอดที่นับได้กับยอดในระบบ ณ เวลาตัดยอด เรียงรายการตามมูลค่าผลต่างโดยไม่สนเครื่องหมายบวกลบ และดูผลต่างจำนวนที่สูงผิดปกติด้วย (มักเป็นความผิดพลาดเรื่องหน่วยนับ)
- ไล่สาเหตุที่เป็นไปได้ เช่น เอกสารรับหรือส่งที่ยังไม่บันทึกหรือบันทึกผิดงวด หน่วยนับไม่ตรงกัน (กล่องกับชิ้น) รหัสสินค้าสลับกัน นับซ้ำหรือนับตกบางโซน และของเสียที่ทิ้งไปโดยไม่ได้บันทึก
- นับซ้ำรายการที่ผลต่างยังอธิบายไม่ได้ ถ้าสินค้าเคลื่อนไหวไปแล้ว ต้องย้อนปรับผลนับซ้ำด้วยรายการรับจ่ายหลังเวลาตัดยอด
- ผลต่างที่มาจากรายการบันทึกผิด ให้แก้ที่รายการต้นเหตุ เช่น บันทึกรายการรับหรือส่งที่ตกไป เอกสารที่ใช้แก้ต้องเป็นเลขที่ไม่เกินเลขฉบับสุดท้ายที่จดไว้ตอนตัดยอด และให้ผู้อนุมัติเห็นรายการแก้เหล่านี้ในใบสรุปด้วย
- ผลต่างที่เหลือ ทำใบสรุปพร้อมสาเหตุเท่าที่ตรวจได้ เสนอผู้อนุมัติที่ไม่ได้ดูแลคลังลงนาม ผลต่างที่สูงผิดปกติหรือเกิดซ้ำในสินค้ากลุ่มเดิมควรสอบสวนต่อ ไม่ใช่แค่อนุมัติปรับยอด
- ผู้ทำบัญชีบันทึกบัญชีปรับปรุงตามใบสรุปที่อนุมัติแล้ว
กรณีสมมติ (ไม่ใช่เหตุการณ์จริง) ร้านวัสดุก่อสร้างนับปูนซีเมนต์ได้น้อยกว่ายอดในระบบ 40 ถุง เมื่อไล่เอกสารจากเลขที่ฉบับสุดท้ายที่จดไว้ พบใบส่งของ 1 ใบ จำนวน 40 ถุง ที่ส่งออกก่อนเริ่มนับแต่ยังไม่ได้บันทึกตัดสต็อก ผลต่างนี้จึงแก้ด้วยการบันทึกรายการส่งของที่ตกไป พร้อมตรวจว่ารายการขายของใบส่งของนี้บันทึกในงวดแล้ว ไม่ใช่บันทึกเป็นสินค้าขาด
ตัวอย่างบันทึกบัญชีปรับปรุงสินค้าคงเหลือ ระบบ Perpetual กับ Periodic
ระบบต่อเนื่อง (Perpetual) มียอดสินค้าในบัญชีตลอดเวลา จึงบันทึกเฉพาะผลต่าง ส่วนระบบสิ้นงวด (Periodic) ไม่มียอดสินค้าคงเหลือที่เป็นปัจจุบันระหว่างปี จึงใช้ยอดที่นับได้เป็นสินค้าคงเหลือปลายงวดแล้วคำนวณต้นทุนขายจากยอดนั้น
ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ไม่แยกภาษี และชื่อบัญชีให้ใช้ตามผังบัญชีของกิจการ
ระบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory System)
ตัวอย่างสมมติ สินค้า ก ยอดตามระบบ 1,200 ชิ้น นับได้ 1,180 ชิ้น ขาด 20 ชิ้น ต้นทุนชิ้นละ 45 บาท ผลต่าง 900 บาท ส่วนสินค้า ข ยอดตามระบบ 300 กล่อง นับได้ 304 กล่อง เกิน 4 กล่อง ต้นทุนกล่องละ 120 บาท ผลต่าง 480 บาท ทั้งสองรายการตรวจแล้วไม่พบสาเหตุ และผู้อนุมัติลงนามแล้ว
สินค้า ก ขาด
- เดบิต ผลต่างจากการตรวจนับสินค้า 900 บาท
- เครดิต สินค้าคงเหลือ 900 บาท
สินค้า ข เกิน
- เดบิต สินค้าคงเหลือ 480 บาท
- เครดิต ผลต่างจากการตรวจนับสินค้า 480 บาท
ยอดสุทธิของบัญชีผลต่างจากการตรวจนับสินค้าเป็นเดบิต 420 บาท (900 − 480) ผู้ทำบัญชีนำไปแสดงเป็นต้นทุนขายหรือค่าใช้จ่ายตามนโยบายบัญชีของกิจการ
ระบบสิ้นงวด (Periodic Inventory System)
ตัวอย่างสมมติ สินค้าคงเหลือต้นงวด 250,000 บาท ซื้อระหว่างปี 1,150,000 บาท รวมสินค้าที่มีไว้ขาย 1,400,000 บาท นับสต็อกสิ้นปีแล้วคำนวณมูลค่าตามวิธีราคาทุนที่กิจการใช้ได้ 310,000 บาท (ก่อนพิจารณามูลค่าของชำรุดเสื่อมสภาพ) ต้นทุนขายจึงเท่ากับ 1,400,000 − 310,000 = 1,090,000 บาท (ถ้ามีค่าขนส่งเข้า ส่งคืน หรือส่วนลดรับ ให้รวมในการคำนวณด้วย) รายการบันทึกสิ้นงวดเพื่อตั้งสินค้าปลายงวดและคำนวณต้นทุนขายมีได้หลายรูปแบบ (ทำเป็นรายการปรับปรุง หรือปิดเข้าบัญชีกำไรขาดทุน) ตัวอย่างนี้เป็นแบบหนึ่ง
- เดบิต สินค้าคงเหลือ (ปลายงวด) 310,000 บาท
- เดบิต ต้นทุนขาย 1,090,000 บาท
- เครดิต สินค้าคงเหลือ (ต้นงวด) 250,000 บาท
- เครดิต ซื้อ 1,150,000 บาท
ระบบสิ้นงวดไม่มียอดตามบัญชีให้เทียบ สินค้าที่ขาดหายจึงรวมอยู่ในต้นทุนขายโดยไม่แยกให้เห็น และผลนับคือข้อมูลเดียวที่มี กิจการที่ใช้ระบบนี้ควรทำสต็อกการ์ดคู่ไว้อย่างน้อยกับสินค้ามูลค่าสูง
เก็บเอกสารการนับ และเตรียมพร้อมเมื่อผู้สอบบัญชีขอเข้าสังเกตการณ์
เอกสารการนับทั้งชุดควรเก็บรวมกับเอกสารประกอบการลงบัญชีของงวดนั้น ได้แก่
- คำสั่งนับและแผนผังพื้นที่
- ใบนับทุกเลขรวมใบที่ยกเลิก ทะเบียนคุมใบนับ และผลการนับซ้ำแบบสุ่มของผู้ควบคุมการนับ
- บันทึกเลขที่เอกสารรับส่งฉบับสุดท้าย และยอดตามระบบที่ดึง ณ เวลาตัดยอด
- รายการของฝากขาย ของลูกค้า และหนังสือยืนยันยอดจากผู้เก็บรักษาภายนอก
- ไฟล์กระทบยอด ใบสรุปผลต่างที่ลงนามอนุมัติ และรายการบันทึกบัญชีปรับปรุง
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 12 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี (เช่น ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน และบริษัทจำกัด ตามมาตรา 8) ส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้แก่ผู้ทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วน และมาตรา 14 ให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี ส่วนเอกสารชนิดใดเป็นเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี มาตรา 7 (4) ให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้ประกาศกำหนด บทความนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเอกสารการนับแต่ละชิ้นเข้าข่ายตามประกาศนั้น
คำแนะนำในทางปฏิบัติคือ ส่งผลนับและใบสรุปผลต่างที่อนุมัติแล้วให้ผู้ทำบัญชีครบชุด ไม่ส่งแค่ยอดรวม เพราะเป็นหลักฐานที่ผู้ทำบัญชีใช้ลงรายการปรับปรุงสินค้าคงเหลือ และเก็บเอกสารการนับทั้งชุดไว้คู่กับเอกสารประกอบการลงบัญชีของงวดนั้น ส่วนวิธีเก็บและการนับระยะเวลาอ่านต่อได้ที่ วิธีจัดเก็บเอกสารทางบัญชี เก็บกี่ปี เก็บไฟล์ได้ไหม
ถ้ากิจการมีผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีอาจขอเข้าสังเกตการณ์การนับ ข้อแนะนำในการเตรียมตัว
- ถ้ายังไม่ได้แต่งตั้งผู้สอบบัญชีของปีนี้ ให้ติดต่อผู้สอบบัญชีที่จะสอบงบปีนี้ก่อนวันนับ เพราะถ้าไม่ได้สังเกตการณ์ ผู้สอบบัญชีอาจต้องใช้วิธีอื่นที่ยุ่งยากกว่า เช่น ขอนับใหม่ภายหลังแล้วย้อนยอดกลับ
- แจ้งวันเวลาและสถานที่นับทุกแห่ง พร้อมส่งคำสั่งนับให้ผู้สอบบัญชีล่วงหน้า
- เตรียมทะเบียนคุมใบนับและเลขที่เอกสารรับส่งฉบับสุดท้ายให้ดูได้ในวันนับ
- เปิดให้ผู้สอบบัญชีนับทดสอบได้ ยินยอมให้ถ่ายสำเนาใบนับ และจดรายการที่ผู้สอบบัญชีนับไว้
- หลังปิดการนับ ไม่แก้ใบนับเดิม ผลนับซ้ำให้บันทึกแยกพร้อมอ้างเลขที่ใบนับเดิม
เช็กลิสต์นับสต็อกสิ้นปี
ก่อนนับ
- กำหนดวันนับให้ใกล้วันสิ้นรอบปีบัญชีที่สุด
- ออกคำสั่งนับเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งทีมนับ ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี (ถ้ามี)
- ทำแผนผังโซนให้ครบทุกจุดเก็บ และติดป้ายแยกของที่บันทึกขายแล้ว ของฝากขาย และของชำรุด
- เตรียมใบนับเลขรันกับทะเบียนคุมใบนับ และมอบหมายทีมนับที่ไม่ใช่ผู้ดูแลคลัง
- นัดนับหรือขอหนังสือยืนยันยอดของกิจการที่อยู่นอกสถานที่
วันนับ
- หยุดรับส่งสินค้า และจดเลขที่เอกสารรับส่งฉบับสุดท้าย
- แจกใบนับตามทะเบียน นับเป็นคู่ทีละโซน โดยไม่เห็นยอดในระบบ
- จดของชำรุดในใบนับพร้อมสภาพ และจดของที่ไม่ใช่ของกิจการแยกชุดพร้อมเลขที่เอกสาร
- นับซ้ำแบบสุ่มสองทาง เน้นรายการมูลค่าสูง
- รับใบนับคืนครบทุกเลข เทียบผลนับกับระบบและนับซ้ำรายการผลต่างสูงก่อนเปิดคลัง (ถ้ามีระบบ)
หลังนับ
- ผู้ทำบัญชีตรวจการตัดยอดรับส่งจากเลขที่เอกสารฉบับสุดท้าย
- กระทบยอดกับระบบหรือสต็อกการ์ด ณ เวลาตัดยอด หาสาเหตุ และนับซ้ำรายการที่ยังอธิบายไม่ได้ (ถ้ามีระบบ)
- แก้รายการต้นเหตุ แล้วสรุปผลต่างที่เหลือให้ผู้อนุมัติลงนาม ก่อนบันทึกบัญชีปรับปรุง
- ส่งรายการของฝากขาย ของลูกค้า และของที่บันทึกขายแล้วให้ผู้ทำบัญชีตรวจกับเอกสาร
- ส่งรายการของชำรุดและเสื่อมสภาพให้ผู้ทำบัญชีพิจารณามูลค่า
- เก็บเอกสารการนับทั้งชุดรวมกับเอกสารประกอบการลงบัญชี
ขั้นตอนทั้งหมดข้างบนเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมภายในสินค้าคงเหลือ ซึ่งใช้หลักชุดเดียวกับการควบคุมภายในของงานส่วนอื่น เช่น การแบ่งแยกหน้าที่ การอนุมัติ และการกระทบยอด ถ้าอยากเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังหลักเหล่านี้ cpdclass มีหลักสูตร e-Learning ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี นับชั่วโมงด้านการบัญชี 3 ชั่วโมง ได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ราคา 300 บาท รอบนี้เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และเรียนได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ชั่วโมงจากหลักสูตรนี้ยังไม่ครบเกณฑ์ชั่วโมงทั้งปีของทั้งสองกลุ่ม
บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (ให้ไว้ ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2543 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 2 ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285) มาตรา 7 (4) มาตรา 8 มาตรา 12 และมาตรา 14 ตามฉบับที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ ส่วนอื่นทั้งหมด ได้แก่ ขั้นตอนการตรวจนับ การแบ่งหน้าที่ ใบนับ เช็กลิสต์ การเตรียมรับผู้สอบบัญชี คำแนะนำให้ส่งและเก็บเอกสารการนับทั้งชุด และรูปแบบรายการบันทึกบัญชี เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปด้านการควบคุมภายในและการบัญชี ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ตัวเลขและกรณีในบทความเป็นตัวอย่างสมมติ และบทความไม่ครอบคลุมประเด็นภาษีกับวิธีวัดมูลค่าสินค้าคงเหลือ แนะนำให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของกิจการก่อนนำไปใช้
เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (ฉบับที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่)
คำถามที่พบบ่อย
นับสต็อกสิ้นปีต้องนับวันไหน
ควรนับในวันสิ้นรอบปีบัญชีหรือวันที่ใกล้ที่สุด ถ้านับก่อนหรือหลังวันนั้น ต้องมีบันทึกรับและจ่ายสินค้าระหว่างวันนับกับวันสิ้นงวดที่เชื่อถือได้ เพื่อปรับยอดที่นับได้ให้เป็นยอด ณ วันสิ้นงวด
การตรวจนับสินค้าคงเหลือมีขั้นตอนอะไรบ้าง
แบ่งเป็นสามช่วง ก่อนนับ กำหนดวัน ออกคำสั่งนับ ทำแผนผังพื้นที่ และเตรียมใบนับเลขรันพร้อมทะเบียนคุม วันนับ หยุดการเคลื่อนไหวของสินค้า จดเลขที่เอกสารรับส่งฉบับสุดท้าย นับเป็นคู่ทีละโซน และนับซ้ำแบบสุ่ม หลังนับ กระทบยอดกับระบบ หาสาเหตุผลต่าง ขออนุมัติ แล้วจึงบันทึกบัญชีปรับปรุง
ใบตรวจนับสินค้าคงเหลือควรมีช่องอะไร
ควรมีเลขที่ใบนับที่เรียงต่อกัน วันที่ รหัสโซน รหัสและชื่อสินค้า หน่วยนับ จำนวนที่นับได้ สภาพสินค้า ตำแหน่งหรือชั้นวาง และลายมือชื่อผู้นับ ผู้จด และผู้ควบคุมการนับ ใบนับไม่ควรพิมพ์ยอดตามระบบไว้ เพื่อให้ทีมนับนับของจริง
นับสต็อกแล้วไม่ตรงกับระบบ ต้องทำอย่างไร
อย่าปรับยอดทันที ให้หาสาเหตุก่อน เช่น เอกสารรับส่งที่ยังไม่บันทึก หน่วยนับไม่ตรง หรือรหัสสินค้าสลับ แล้วนับซ้ำรายการที่ยังอธิบายไม่ได้ ซึ่งควรทำก่อนเปิดให้สินค้าเคลื่อนไหว ผลต่างที่มาจากรายการบันทึกผิดให้แก้ที่ต้นเหตุ ส่วนที่เหลือทำใบสรุปเสนอผู้อนุมัติที่ไม่ได้ดูแลคลังลงนาม แล้วผู้ทำบัญชีจึงบันทึกบัญชีปรับปรุง
ระบบ Perpetual กับ Periodic บันทึกผลนับต่างกันอย่างไร
ระบบต่อเนื่องมียอดสินค้าในบัญชีตลอดเวลา จึงบันทึกเฉพาะผลต่างระหว่างยอดในบัญชีกับยอดที่นับได้ ส่วนระบบสิ้นงวดใช้ยอดที่นับได้เป็นสินค้าคงเหลือปลายงวด แล้วคำนวณต้นทุนขายจากสินค้าต้นงวดบวกซื้อหักสินค้าปลายงวด สินค้าที่ขาดหายในระบบสิ้นงวดจึงรวมอยู่ในต้นทุนขายโดยไม่แยกให้เห็น
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


