การควบคุมภายใน

ทะเบียนทรัพย์สิน และการตรวจนับสิ้นปี ทำอย่างไรให้ตรงกับบัญชี

Sornron Thongprasert
ปกบทความทะเบียนทรัพย์สินและการตรวจนับสิ้นปี ภาพป้ายรหัสทรัพย์สิน HQ-IT-0012 พร้อมบาร์โค้ด

สรุปสั้น

ทะเบียนทรัพย์สิน คือรายการทรัพย์สินถาวรของกิจการแต่ละชิ้น ที่บอกว่ามีอะไร อยู่ที่ไหน ใครดูแล ราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมเท่าไร ยอดรวมควรตรงกับบัญชีแยกประเภท ก่อนปิดงบให้กระทบยอดทะเบียนกับบัญชี แล้วตรวจนับสองทาง จากทะเบียนไปหาของ และจากของกลับมาที่ทะเบียน โดยให้คนที่ไม่ใช่ผู้ดูแลทรัพย์สินร่วมนับ ผลต่างทุกรายการควรหาสาเหตุและได้รับอนุมัติก่อนแก้ทะเบียนหรือตัดจำหน่าย

บทความนี้พาทำทะเบียนทรัพย์สินใน Excel และกระทบยอดกับบัญชี แล้ววางแผนและคุมการตรวจนับทรัพย์สินถาวรสิ้นปี จัดการผลต่าง และขออนุมัติตัดจำหน่าย พร้อมตัวอย่างบันทึกบัญชีและเช็กลิสต์

ทะเบียนทรัพย์สินคืออะไร

ทะเบียนทรัพย์สิน หรือทะเบียนสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Register) คือรายการทรัพย์สินถาวรของกิจการทีละชิ้นหรือทีละชุด ที่บอกว่าแต่ละรายการคืออะไร อยู่ที่ไหน ใครดูแล ได้มาเมื่อไร ราคาทุนเท่าไร และคิดค่าเสื่อมราคาสะสมไปแล้วเท่าไร

บัญชีแยกประเภท เช่น บัญชีอุปกรณ์สำนักงานและบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม แสดงยอดรวมของทั้งหมวด แต่ไม่บอกว่ามีของชิ้นไหนบ้างและอยู่ที่ไหน ทะเบียนจึงเป็นรายละเอียดของยอดในบัญชี ยอดรวมราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมในทะเบียนควรเท่ากับยอดในบัญชีแยกประเภทของหมวดเดียวกัน ถ้าไม่เท่า แปลว่ามีรายการที่บันทึกไม่ตรงกันระหว่างสองที่

บทความนี้เขียนสำหรับกิจการเอกชน เช่น ห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ไม่ครอบคลุมครุภัณฑ์ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ

ทรัพย์สินแบบไหนต้องขึ้นทะเบียน

กิจการควรเขียนเกณฑ์ว่าอะไรต้องขึ้นทะเบียนไว้เป็นนโยบาย และใช้เกณฑ์เดียวกันทุกครั้ง นโยบายควรตอบอย่างน้อยสามเรื่อง

  • หมวดทรัพย์สิน เช่น อาคารและส่วนปรับปรุง เครื่องจักร ยานพาหนะ คอมพิวเตอร์ และเครื่องตกแต่งสำนักงาน แต่ละหมวดผูกกับรหัสบัญชีในผังบัญชี
  • วงเงินขั้นต่ำ ตัวอย่างสมมติ กิจการหนึ่งกำหนดว่าของที่ใช้งานได้เกินหนึ่งปีและราคาทุนต่อชิ้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปให้ขึ้นทะเบียน ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น กิจการควรกำหนดเองโดยปรึกษาผู้ทำบัญชี และแจ้งผู้สอบบัญชีของกิจการ
  • ของที่ซื้อเป็นชุด เช่น โต๊ะเก้าอี้ 20 ชุด จะขึ้นเป็นรายการเดียวพร้อมจำนวนก็ได้ แต่ถ้าอาจย้ายหรือตัดจำหน่ายทีละชิ้น ควรแยกรหัสย่อยรายชิ้น

การตัดสินว่ารายจ่ายใดเป็นทรัพย์สินถาวรหรือเป็นค่าใช้จ่าย ให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กิจการใช้ วงเงินขึ้นทะเบียนควรเป็นเกณฑ์เดียวกับที่ใช้บันทึกเป็นทรัพย์สินในบัญชี ทุกรายการที่บันทึกเป็นทรัพย์สินจึงควรมีแถวในทะเบียน ส่วนเรื่องภาษีอยู่นอกขอบเขตของบทความนี้

ของที่ราคาต่ำกว่าวงเงินแต่หายง่าย เช่น โทรศัพท์มือถือและเครื่องมือช่าง ถึงจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ก็ควรมีรายการคุมแยกว่าใครถือชิ้นไหน และนับไปพร้อมกับทรัพย์สินถาวร

ทะเบียนทรัพย์สิน Excel ควรมีคอลัมน์อะไร

ใช้หนึ่งแถวต่อหนึ่งรหัสทรัพย์สิน คอลัมน์ที่ควรมีได้แก่

  • รหัสทรัพย์สินที่ตรงกับป้าย หมวด และรหัสบัญชี
  • ชื่อ ยี่ห้อ รุ่น และเลขเครื่อง (Serial Number) หรือเลขทะเบียนรถ
  • วันที่ได้มา วันที่เริ่มใช้งาน ผู้ขาย และเลขที่เอกสารซื้อ
  • ราคาทุน อายุการใช้งาน วิธีคิดค่าเสื่อมราคา และมูลค่าคงเหลือ ตามนโยบายบัญชีของกิจการ
  • ค่าเสื่อมราคาสะสมถึงวันสิ้นงวด และมูลค่าตามบัญชี
  • สถานที่ เช่น สาขา อาคาร และห้อง พร้อมผู้ดูแลหรือผู้ใช้
  • สถานะ เช่น ใช้งาน ชำรุดรอซ่อม เลิกใช้ และตัดจำหน่ายแล้ว พร้อมวันที่และเลขที่เอกสารอนุมัติเมื่อโอนย้ายหรือตัดจำหน่าย
  • วันที่ตรวจนับล่าสุด ผลการนับ และหมายเหตุ

ข้อแนะนำเวลาทำใน Excel

  • ใช้รหัสที่ไม่ซ้ำกัน และไม่นำรหัสเดิมกลับมาใช้ แม้ของชิ้นนั้นตัดจำหน่ายไปแล้ว
  • ไม่ลบแถวของที่ตัดจำหน่าย ให้เปลี่ยนสถานะแล้วกรองออกตอนสรุปยอด ประวัติจะได้ไม่หาย
  • แยกชีตบันทึกการรับเข้า โอนย้าย และตัดจำหน่ายโดยอ้างเลขที่เอกสาร และทำชีตสรุปยอดตามหมวดไว้เทียบกับบัญชีแยกประเภท
  • จำกัดสิทธิ์แก้ไฟล์ทะเบียนไว้ที่ผู้ดูแลทะเบียน และเก็บสำเนาไฟล์ทุกสิ้นเดือน

ถ้าสำนักงานบัญชีทำตารางค่าเสื่อมราคาให้ ควรใช้รหัสชุดเดียวกับทะเบียนของกิจการ และตกลงกันว่าใครดูแลคอลัมน์ไหน

รหัสและป้ายติดทรัพย์สิน

รหัสควรบอกสาขาและหมวด ตัวอย่างสมมติ HQ-IT-0012 คือสำนักงานใหญ่ หมวดคอมพิวเตอร์ ลำดับที่ 12 ป้ายควรทนและลอกยาก ติดตรงที่มองเห็นตอนนับโดยไม่ต้องยกเครื่อง จะใช้ป้ายที่มีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดเพื่อให้นับเร็วขึ้นก็ได้ ของที่ติดป้ายไม่ได้ให้ใช้เลขเครื่องแทน

ผูกป้ายกับการรับของตั้งแต่วันแรก ผู้ดูแลทะเบียนเพิ่มแถวจากเอกสารซื้อและออกรหัส ผู้ใช้ติดป้ายและลงนามรับมอบ เมื่อย้ายของข้ามห้อง ข้ามสาขา หรือเปลี่ยนผู้ใช้ ให้ทำใบโอนย้ายที่ผู้ส่งและผู้รับลงนาม แล้วส่งให้ผู้ดูแลทะเบียนแก้สถานที่ ผลต่างแบบย้ายที่ตอนนับสิ้นปีจะได้น้อยลง

กระทบยอดทะเบียน กับบัญชีแยกประเภท

ควรกระทบยอดอย่างน้อยสามครั้ง คือก่อนวันนับ หลังบันทึกผลนับ และ ณ วันสิ้นงวด ถ้าซื้อหรือตัดจำหน่ายบ่อยควรทำทุกเดือน การกระทบยอดก่อนนับทำให้รายการที่ใช้นับครบ และผลต่างทางบัญชีไม่ปนกับผลนับ

  1. สรุปยอดราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมในทะเบียนตามหมวด ณ วันเดียวกับยอดในบัญชีแยกประเภท แล้วเทียบกับบัญชีของแต่ละหมวด
  2. ไล่สาเหตุของผลต่าง เช่น ซื้อแล้วบันทึกบัญชีแต่ยังไม่ขึ้นทะเบียน ตัดจำหน่ายที่ฝั่งหนึ่งแต่ไม่ได้ทำอีกฝั่ง ลงผิดหมวด และค่าเสื่อมราคาที่บันทึกบัญชีไม่ตรงกับที่ทะเบียนคำนวณ
  3. แก้ที่ต้นเหตุ แล้วให้ผู้ที่ไม่ได้ทำทะเบียนสอบทานและลงนามในกระดาษกระทบยอด

กรณีสมมติ (ไม่ใช่เหตุการณ์จริง) บัญชีอุปกรณ์สำนักงานมีราคาทุน 486,000 บาท แต่ทะเบียนรวมได้ 448,000 บาท ต่างกัน 38,000 บาท เมื่อไล่รายการพบเครื่องพิมพ์ที่ซื้อเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ราคา 38,000 บาท บันทึกบัญชีแล้วแต่ยังไม่ขึ้นทะเบียน ผู้ดูแลทะเบียนจึงเพิ่มแถว ออกรหัส และให้ผู้ใช้ติดป้าย ถ้าค่าเสื่อมราคาคำนวณจากทะเบียน รายการที่ตกหล่นแบบนี้จะไม่ถูกคิดค่าเสื่อมราคาด้วย

ตรวจนับทรัพย์สินถาวรสิ้นปี วางแผนอย่างไร

ทรัพย์สินถาวรไม่ได้รับเข้าและจ่ายออกทุกวันเหมือนสินค้า การตรวจนับสินทรัพย์ถาวรจึงทำในช่วงก่อนปิดงบได้ ไม่จำเป็นต้องตรงวันสิ้นงวด ถ้าคุมรายการซื้อ โอนย้าย และตัดจำหน่ายระหว่างวันนับกับวันสิ้นงวดได้ครบ แล้วปรับทะเบียนให้เป็นยอด ณ วันสิ้นงวด รอบการนับให้กำหนดไว้ในนโยบายของกิจการ เช่น อย่างน้อยปีละครั้ง วันสิ้นงวดในบทความนี้คือวันสิ้นรอบปีบัญชีของกิจการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น 31 ธันวาคม

  1. ออกคำสั่งนับ ระบุวันนับ พื้นที่ ทีมนับ ผู้ควบคุมการนับ และวิธีจดของที่หาไม่เจอ ชำรุด หรือไม่อยู่ในรายการ
  2. ตัดยอดทะเบียน ณ วันนับ ใช้ทะเบียนฉบับที่กระทบยอดแล้ว พิมพ์รายการแยกตามพื้นที่ และเก็บไฟล์ฉบับนั้นไว้โดยไม่แก้ทับ
  3. แบ่งพื้นที่ให้ครบทุกจุด รวมห้องเก็บของและสาขา แล้วมอบหมายให้แต่ละทีม
  4. ทำรายการของที่อยู่นอกสถานที่ เช่น เครื่องที่ส่งซ่อม และโน้ตบุ๊กที่พนักงานนำกลับบ้าน ของที่พนักงานถือไว้ให้นัดนำเครื่องมาให้ทีมนับดูป้ายและเลขเครื่อง ส่วนของที่อยู่กับบุคคลภายนอก เช่น ร้านซ่อม ให้ขอหนังสือยืนยันจากผู้ถือ
  5. แจ้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของกิจการ (ถ้ามี) ล่วงหน้า ผู้สอบบัญชีอาจขอเข้าสังเกตการณ์หรือขอดูผลนับ

แบ่งหน้าที่ ใครนับ ใครตรวจ ใครอนุมัติ

ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ทรัพย์สินไม่ควรเป็นผู้นับคนเดียวในพื้นที่ของตัวเอง เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงเมื่อของหาย

แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ล.ต. ข้อ 10.5 ถามว่ากิจการแบ่งแยกหน้าที่ 3 ด้านออกจากกันโดยเด็ดขาดเพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกันหรือไม่ คือ หน้าที่อนุมัติ หน้าที่บันทึกรายการบัญชีและข้อมูลสารสนเทศ และหน้าที่ในการดูแลจัดเก็บทรัพย์สิน แบบประเมินนี้ปรับมาให้เหมาะกับบริษัทจดทะเบียนและไม่ใช่กฎหมาย แต่ใช้เป็นแนวแบ่งหน้าที่ในงานทรัพย์สินได้ อ่านภาพรวมกรอบ COSO ได้ที่ การควบคุมภายในคืออะไร กรอบ COSO 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ

  • ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ทรัพย์สิน ชี้ตำแหน่งของ และลงนามรับทราบผลนับในพื้นที่ของตัวเอง
  • ทีมนับ นับเป็นคู่ ในแต่ละคู่ควรมีคนจากฝ่ายอื่นหรือฝ่ายบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคน และให้คนนั้นเป็นผู้จดผลในใบนับ ผู้ดูแลหรือผู้ใช้ช่วยชี้ของได้แต่ไม่จดผลเอง
  • ผู้ควบคุมการนับ ที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินในพื้นที่นั้น แจกและรับคืนใบนับ นับซ้ำแบบสุ่ม และตรวจว่าทุกพื้นที่นับครบ
  • ผู้อนุมัติ เจ้าของหรือผู้บริหารที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินนั้น อนุมัติผลต่างและการตัดจำหน่าย ส่วนผู้ดูแลทะเบียนควรเป็นคนที่ไม่ได้ถือหรือใช้ทรัพย์สินนั้น และแก้ทะเบียนตามผลที่อนุมัติแล้วเท่านั้น เช่น ถ้าฝ่ายไอทีเก็บคอมพิวเตอร์สำรองไว้ ไม่ควรให้ฝ่ายไอทีเป็นผู้แก้ทะเบียนคอมพิวเตอร์

กิจการที่มีพนักงานไม่กี่คนอาจแยกครบทุกบทบาทไม่ได้ ให้เจ้าของกิจการนับซ้ำแบบสุ่มเอง ลงนามรับรองผล และเก็บหลักฐานไว้ ถ้าเจ้าของกิจการเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินเอง ให้ผู้ทำบัญชีหรือบุคคลภายนอกร่วมนับ วิธีนี้ใช้ระหว่างที่ยังแยกหน้าที่ไม่ได้ เป็นแนวคิดเดียวกับมาตรการชดเชย (Compensating Control) ในบทความ การแบ่งแยกหน้าที่ในระบบ IT (Segregation of Duties) ที่นักบัญชีควรรู้

ใบตรวจนับทรัพย์สินควรมีอะไร

ใช้เอกสารสองชุด ชุดแรกคือใบนับที่พิมพ์จากทะเบียนแยกตามพื้นที่ ควรมีช่องต่อไปนี้

  • เลขที่ใบนับ วันที่ และพื้นที่
  • รหัส ชื่อ และสถานที่ตามทะเบียน ซึ่งพิมพ์ไว้ล่วงหน้า
  • พบหรือไม่พบ สถานที่ที่พบจริง ผู้ใช้จริง และเลขเครื่องที่อ่านจากตัวเครื่อง (ของมูลค่าสูง)
  • สภาพ (ใช้งาน ชำรุด ไม่ได้ใช้งาน) และป้ายอยู่ครบหรือไม่
  • หมายเหตุ และลายมือชื่อผู้นับ ผู้ดูแลพื้นที่ และผู้ควบคุมการนับ

ชุดที่สองคือใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการ ไว้จดของที่ไม่มีป้ายหรือไม่อยู่ในใบนับ พร้อมรายละเอียด เลขเครื่อง สถานที่ และภาพถ่าย ส่วนการคุมใบนับให้ครบทุกเลขและการขีดฆ่าแก้แทนการลบ ใช้วิธีเดียวกับใบนับในบทความ นับสต็อกสิ้นปี การตรวจนับสินค้าคงเหลือทำอย่างไร

วันนับ นับจากทะเบียนไปหาของ แล้วนับกลับ

การตรวจนับทรัพย์สินถาวรควรนับสองทาง แต่ละทางตอบคำถามคนละข้อ

  1. จากทะเบียนไปหาของ ไล่ทีละบรรทัดในใบนับไปหาของจริง ดูป้าย สภาพ และผู้ใช้ เพื่อยืนยันว่าของที่บันทึกไว้มีอยู่จริง
  2. จากของกลับมาที่ทะเบียน เดินให้ทั่วทุกห้อง ของที่ดูเป็นทรัพย์สินถาวรแต่ไม่มีป้ายหรือไม่อยู่ในใบนับ ให้จดลงใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการ เพื่อยืนยันว่าของที่มีอยู่ถูกบันทึกครบ

ใบนับทรัพย์สินพิมพ์รหัสไว้ให้ เพราะทรัพย์สินแต่ละชิ้นมีตัวตนเฉพาะ ต่างจากใบนับสินค้าที่ไม่พิมพ์ยอดไว้ ความเสี่ยงคือทีมนับติ๊กว่าพบโดยไม่ได้เห็นของจริง ทีมนับจึงควรจดสถานที่ที่พบจริงและสภาพทุกบรรทัด ไม่ใช่ติ๊กว่าพบอย่างเดียว ของมูลค่าสูงให้จดเลขเครื่องที่อ่านจากตัวเครื่อง ของชำรุดให้ถ่ายภาพแนบ และไม่ย้ายหรือทิ้งของระหว่างนับ

ที่ดิน อาคาร และยานพาหนะ ควรตรวจกับเอกสารสิทธิหรือเล่มทะเบียนรถประกอบการนับด้วย

ของที่เช่า ยืม หรือผู้อื่นนำมาวางไว้ในพื้นที่ของกิจการ ให้จดแยกพร้อมชื่อเจ้าของและเอกสารอ้างอิง แล้วส่งให้ผู้ทำบัญชีพิจารณา ไม่เพิ่มเข้าทะเบียนเอง (บทความนี้ไม่ได้พูดเรื่องการบัญชีสัญญาเช่า)

ก่อนปิดการนับ ผู้ควบคุมการนับควรสุ่มนับซ้ำสองทาง เลือกบรรทัดที่จดว่าพบไปดูของจริง และเลือกของในห้องกลับมาหาในใบนับ เน้นของมูลค่าสูงและของที่ถือออกนอกสถานที่ได้ เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แล้วรับใบนับคืนครบทุกเลข

นับแล้วไม่ตรงกับทะเบียน แยกผลต่างอย่างไร

อย่าแก้ทะเบียนหรือบันทึกตัดจำหน่ายทันทีที่นับเสร็จ ให้แยกผลต่างตามสาเหตุก่อน เพราะแต่ละแบบจัดการต่างกัน

ก่อนแยก ให้นำใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการของทุกพื้นที่มาเทียบกับรายการที่ไม่พบในพื้นที่อื่น และกับแถวที่ตัดจำหน่ายแล้วในทะเบียน รายการที่จับคู่ได้คือของที่ย้ายที่ หรือของที่ตัดจำหน่ายไปแล้วแต่ยังอยู่ ซึ่งควรหาสาเหตุต่อ

  • หาไม่เจอ ตามหาอีกรอบ ถามผู้ใช้เดิม ดูใบโอนย้าย ใบรับซ่อม และรายการที่ขายหรือทิ้งไปแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึก ถ้ายังไม่เจอ ให้ทำบันทึกว่าตามหาที่ไหนบ้าง แล้วเสนอผู้อนุมัติพิจารณาตัดจำหน่าย ถ้ามีเหตุสงสัยว่าถูกลักขโมย ให้รายงานผู้บริหารตามขั้นตอนของกิจการ
  • ชำรุดหรือเสื่อมสภาพ จดสภาพพร้อมภาพถ่าย แล้วเสนอให้ตัดสินว่าจะซ่อม เลิกใช้ หรือตัดจำหน่าย การพิจารณามูลค่าของทรัพย์สินที่ชำรุดให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กิจการใช้ ซึ่งอยู่นอกขอบเขตบทความนี้
  • เลิกใช้แต่ของยังอยู่ ยังเป็นทรัพย์สินของกิจการ ให้เสนอเปลี่ยนสถานะเป็นเลิกใช้ พร้อมเสนอว่าจะเก็บไว้ ขาย หรือทิ้ง ซึ่งควรได้รับอนุมัติก่อนลงมือ
  • ย้ายที่ พบคนละที่หรือคนละผู้ใช้กับทะเบียน โดยปกติไม่ต้องบันทึกบัญชี ถ้ากิจการแยกค่าเสื่อมราคาตามสาขาหรือแผนก ให้แจ้งผู้ทำบัญชีด้วย ทุกรายการให้ผู้ใช้เดิมและผู้ใช้ปัจจุบันลงนามยืนยันการย้าย เสนอแก้สถานที่ไปพร้อมใบสรุปผลการนับ และหาสาเหตุว่าทำไมไม่มีใบโอนย้าย
  • พบแต่ไม่อยู่ในทะเบียน ตรวจก่อนว่าเป็นของกิจการหรือไม่ ถ้าใช่ ดูว่าเป็นของต่ำกว่าวงเงินที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไว้ถูกแล้ว บันทึกบัญชีแล้วแต่ทะเบียนตกหล่น หรือยังไม่ได้บันทึกบัญชีเลย แล้วให้ผู้ทำบัญชีพิจารณาว่าต้องปรับปรุงบัญชีหรือไม่

กรณีสมมติ (ไม่ใช่เหตุการณ์จริง) ทะเบียน ณ วันนับมี 120 รายการ นับพบตรงสถานที่ 113 รายการ พบคนละที่ 5 รายการ และไม่พบ 2 รายการ ในรายการที่พบมี 3 รายการชำรุด และยังพบของที่ไม่อยู่ในทะเบียนอีก 2 รายการ เมื่อตามต่อ ของที่ไม่พบรายการหนึ่งอยู่ที่ร้านซ่อมตามใบรับซ่อม อีกรายการเป็นโน้ตบุ๊กที่ตามหาแล้วไม่พบ ส่วนของที่ไม่อยู่ในทะเบียน รายการหนึ่งเป็นพัดลมที่ราคาต่ำกว่าวงเงินและบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไว้แล้ว อีกรายการเป็นเครื่องที่ผู้ขายนำมาให้ทดลองใช้ รายการที่ต้องขออนุมัติตัดจำหน่ายจึงเหลือโน้ตบุ๊กเครื่องเดียว ส่วนที่พบคนละที่ 5 รายการเสนอแก้สถานที่ในทะเบียน และของชำรุด 3 รายการเสนอแยกว่าจะซ่อมหรือเลิกใช้

ขออนุมัติ ก่อนแก้ทะเบียนหรือตัดจำหน่าย

ผู้ควบคุมการนับทำใบสรุปผลการนับ แยกตามแบบของผลต่าง พร้อมสาเหตุ รายการที่เสนอให้แก้ และเอกสารแนบ เช่น บันทึกการตามหา ภาพถ่าย และใบรับซ่อม แล้วเสนอผู้อนุมัติที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินนั้นลงนาม

  • การตัดจำหน่ายแต่ละรายการควรมีเอกสารอนุมัติที่ระบุรหัส ราคาทุน ค่าเสื่อมราคาสะสม มูลค่าตามบัญชี และเหตุผล
  • ระดับผู้อนุมัติตามมูลค่า ให้เขียนไว้เป็นรายการหนึ่งในตารางอำนาจอนุมัติของกิจการ
  • ผู้ทำบัญชีบันทึกบัญชีตามเอกสารที่อนุมัติแล้วเท่านั้น และผู้ดูแลทะเบียนเปลี่ยนสถานะแถวเป็นตัดจำหน่ายแล้ว พร้อมวันที่และเลขที่เอกสาร โดยไม่ลบแถว
  • ผลต่างที่พบก่อนวันสิ้นงวดควรอนุมัติให้เสร็จก่อนปิดงบของงวดนั้น ถ้าอนุมัติไม่ทัน ให้แจ้งผู้ทำบัญชีพร้อมเอกสาร เพื่อพิจารณาผลต่อยอดในงบการเงินของงวด

การขายหรือขายซากมีเรื่องรับเงินและภาษีเกี่ยวข้อง บทความนี้ไม่ได้ลงรายละเอียด

ตัวอย่างบันทึกบัญชีตัดจำหน่าย

ตัวเลขในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ไม่แยกภาษี และชื่อบัญชีให้ใช้ตามผังบัญชีของกิจการ

ต่อจากกรณีข้างบน โน้ตบุ๊กรหัส HQ-IT-0012 ราคาทุน 36,000 บาท เริ่มใช้งานวันที่ 1 สิงหาคม 2567 นโยบายของกิจการคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงเป็นรายเดือน อายุการใช้งาน 3 ปี ไม่มีมูลค่าคงเหลือ ตกเดือนละ 1,000 บาท บันทึกค่าเสื่อมราคาสะสมไว้แล้วถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569 รวม 28 เดือน เป็นเงิน 28,000 บาท ผู้อนุมัติลงนามให้ตัดจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2569 และสมมติว่านโยบายของกิจการคิดค่าเสื่อมราคาเต็มเดือนในเดือนที่ตัดจำหน่าย

ขั้นที่ 1 บันทึกค่าเสื่อมราคาถึงวันตัดจำหน่ายตามนโยบายของกิจการ ในตัวอย่างนี้คือค่าเสื่อมราคาเต็มเดือนธันวาคม 2569 ถ้านโยบายคิดตามจำนวนวัน ให้คิดถึงวันที่ตัดจำหน่าย

  • เดบิต ค่าเสื่อมราคา 1,000 บาท
  • เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 1,000 บาท

ค่าเสื่อมราคาสะสมจึงเป็น 29,000 บาท มูลค่าตามบัญชีที่เหลือคือ 7,000 บาท (ราคาทุน 36,000 บาท หักค่าเสื่อมราคาสะสม 29,000 บาท)

ขั้นที่ 2 ล้างราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมออก และรับรู้ผลขาดทุนเท่ามูลค่าตามบัญชีที่เหลือ

  • เดบิต ค่าเสื่อมราคาสะสม อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 29,000 บาท
  • เดบิต ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายอุปกรณ์ 7,000 บาท
  • เครดิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 36,000 บาท

ยอดเดบิตรวม 36,000 บาท เท่ากับยอดเครดิต หลังบันทึกแล้วให้กระทบยอดทะเบียนกับบัญชีอีกครั้ง ยอดหมวดคอมพิวเตอร์ทั้งสองฝั่งควรยังเท่ากัน

เก็บเอกสารการตรวจนับ

เอกสารที่ควรเก็บไว้ทั้งชุด ได้แก่

  • นโยบายการขึ้นทะเบียน คำสั่งนับ ทะเบียนฉบับ ณ วันนับ และกระดาษกระทบยอด
  • ใบนับทุกเลขรวมใบที่ยกเลิก ใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการ ภาพถ่าย และผลการนับซ้ำ
  • หนังสือยืนยันจากผู้ถือทรัพย์สินภายนอก และใบรับซ่อม
  • ใบสรุปผลการนับ เอกสารอนุมัติตัดจำหน่าย รายการบันทึกบัญชี และทะเบียนฉบับหลังปรับปรุง

ส่งผลการนับและเอกสารอนุมัติให้ผู้ทำบัญชีครบชุด ไม่ส่งแค่ยอดรวม แล้วเก็บไว้คู่กับเอกสารประกอบการลงบัญชีของงวดนั้น ส่วนวิธีเก็บและระยะเวลาเก็บอ่านต่อได้ที่ วิธีจัดเก็บเอกสารทางบัญชี เก็บกี่ปี เก็บไฟล์ได้ไหม

เช็กลิสต์ ตรวจนับทรัพย์สินถาวรสิ้นปี

ก่อนนับ

  • เขียนนโยบายขึ้นทะเบียน และใช้รหัสกับป้ายแบบเดียวกันทั้งกิจการ
  • กระทบยอดทะเบียนกับบัญชีแยกประเภท และแก้รายการที่ตกหล่น
  • ออกคำสั่งนับ แบ่งพื้นที่ให้ครบ และไม่ให้ผู้ดูแลพื้นที่นับคนเดียว
  • พิมพ์ใบนับจากทะเบียนที่กระทบยอดแล้ว นัดพนักงานนำของที่ถือไว้มานับ และขอหนังสือยืนยันจากบุคคลภายนอกที่ถือของของกิจการ

วันนับ

  • นับจากทะเบียนไปหาของ จดสถานที่ที่พบจริง สภาพ และป้าย
  • เดินให้ทั่วแล้วนับจากของกลับมาที่ทะเบียน จดของที่ไม่อยู่ในรายการพร้อมภาพถ่าย
  • สุ่มนับซ้ำของมูลค่าสูงและของที่ถือออกนอกสถานที่ได้ แล้วรับใบนับคืนครบทุกเลข

หลังนับ

  • แยกผลต่างเป็นหาไม่เจอ ชำรุด เลิกใช้ ย้ายที่ และพบแต่ไม่อยู่ในทะเบียน แล้วตามหาของที่ไม่พบ
  • ทำใบสรุปเสนอผู้อนุมัติที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินนั้น ก่อนแก้ทะเบียนหรือตัดจำหน่าย
  • บันทึกค่าเสื่อมราคาถึงวันตัดจำหน่าย แล้วบันทึกตัดจำหน่ายตามเอกสารที่อนุมัติ และกระทบยอดทะเบียนกับบัญชีอีกครั้ง
  • ถ้านับก่อนวันสิ้นงวด ไล่รายการซื้อ โอนย้าย และตัดจำหน่ายตั้งแต่วันนับถึงวันสิ้นงวด แล้วกระทบยอดทะเบียนกับบัญชี ณ วันสิ้นงวด
  • เก็บเอกสารการนับทั้งชุด

ขั้นตอนข้างบนเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมภายในสินทรัพย์ถาวร ใช้หลักชุดเดียวกับการควบคุมภายในของงานส่วนอื่น เช่น การแบ่งแยกหน้าที่ การอนุมัติ และการกระทบยอด ถ้าอยากเข้าใจเหตุผลของหลักเหล่านี้ cpdclass มีหลักสูตร e-Learning ความรู้พื้นฐานของระบบการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี นับชั่วโมงด้านการบัญชี 3 ชั่วโมง ได้ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ราคา 300 บาท รอบนี้เปิดรับสมัครถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2569 และเรียนได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

บทความนี้เรียบเรียงจากแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของ ก.ล.ต. และแนวปฏิบัติด้านการควบคุมภายในที่ใช้ทั่วไป ณ ปี 2569 ขั้นตอนเป็นคำแนะนำของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อกฎหมาย วงเงินและตัวเลขเป็นตัวอย่างสมมติ บทความไม่ครอบคลุมเรื่องภาษีกับการวัดมูลค่า แนะนำให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของกิจการก่อนนำไปใช้

เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน (ไฟล์ PDF บนเว็บไซต์ ก.ล.ต.)

คำถามที่พบบ่อย

ทะเบียนทรัพย์สิน ควรมีคอลัมน์อะไรบ้าง

ควรมีรหัสที่ตรงกับป้าย หมวดและรหัสบัญชี ชื่อ รุ่น และเลขเครื่อง วันที่ได้มาและเลขที่เอกสารซื้อ ราคาทุน ข้อมูลค่าเสื่อมราคาตามนโยบายบัญชี ค่าเสื่อมราคาสะสม สถานที่และผู้รับผิดชอบ สถานะ และวันที่ตรวจนับล่าสุด ทำใน Excel ได้โดยใช้หนึ่งแถวต่อหนึ่งรหัส

ทรัพย์สินราคาเท่าไร จึงต้องขึ้นทะเบียน

การตัดสินว่ารายจ่ายใดเป็นทรัพย์สินถาวรให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กิจการใช้ ส่วนวงเงินขั้นต่ำ กิจการควรกำหนดเป็นนโยบายโดยปรึกษาผู้ทำบัญชี และใช้เกณฑ์เดียวกับที่ใช้บันทึกเป็นทรัพย์สินในบัญชี ทุกรายการที่บันทึกเป็นทรัพย์สินจึงควรอยู่ในทะเบียน ของที่ต่ำกว่าเกณฑ์แต่หายง่ายควรมีรายการคุมแยกว่าใครถือชิ้นไหน

ตรวจนับทรัพย์สินถาวร ควรนับเมื่อไร

ควรนับอย่างน้อยปีละครั้งในช่วงก่อนปิดงบ ไม่จำเป็นต้องตรงวันสิ้นงวด ถ้าคุมรายการซื้อ โอนย้าย และตัดจำหน่ายระหว่างวันนับกับวันสิ้นงวดได้ครบ แล้วปรับทะเบียนให้เป็นยอด ณ วันสิ้นงวด รอบและวันนับควรเขียนไว้ในนโยบายของกิจการ

ตรวจนับแล้วหาทรัพย์สินไม่เจอ ต้องทำอย่างไร

อย่าเพิ่งตัดจำหน่ายทันที ให้ตามหาอีกรอบจากผู้ใช้เดิม ใบโอนย้าย และใบรับซ่อม ถ้ายังไม่เจอ ให้ทำบันทึกการตามหาเสนอผู้อนุมัติที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินนั้น เมื่ออนุมัติแล้ว ผู้ทำบัญชีบันทึกค่าเสื่อมราคาถึงวันตัดจำหน่าย ล้างราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสม และรับรู้ผลขาดทุนเท่ามูลค่าตามบัญชีที่เหลือ ส่วนผู้ดูแลทะเบียนคงแถวไว้และเปลี่ยนสถานะเป็นตัดจำหน่ายแล้ว

ค่าเสื่อมราคาครบแล้ว ทรัพย์สินยังอยู่ในทะเบียนไหม

ยังอยู่ ตราบใดที่กิจการยังมีของชิ้นนั้น ราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมยังแสดงอยู่ทั้งในทะเบียนและในบัญชี โดยหยุดคิดค่าเสื่อมราคาเพิ่ม และควรนับเหมือนรายการอื่น เมื่อของชิ้นนั้นถูกขาย ทิ้ง หรือหาไม่เจอ ให้ขออนุมัติตัดจำหน่าย แล้วล้างราคาทุนกับค่าเสื่อมราคาสะสมออกจากบัญชีและเปลี่ยนสถานะในทะเบียน กรณีขาย ผลต่างระหว่างเงินที่ได้รับกับมูลค่าตามบัญชีที่เหลือคือกำไรหรือขาดทุนจากการขาย

เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert

Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance

อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?

ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง

ดูคอร์สทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกบทความตารางอำนาจอนุมัติ ตัวอย่างตารางรายการซื้อสินค้า จ่ายผู้ขาย เงินสดย่อย ผู้ขายรายใหม่ และเงินเดือน เทียบผู้อนุมัติระดับผู้จัดการทั่วไปกับกรรมการผู้จัดการ
การควบคุมภายใน

ตารางอำนาจอนุมัติคืออะไร ต้องมีอะไรบ้าง ตั้งวงเงินอย่างไร พร้อมตัวอย่างสำหรับกิจการขนาดเล็กและวิธีใช้ตรวจเอกสาร

คู่มือตารางอำนาจอนุมัติสำหรับผู้ทำบัญชี นักบัญชีในกิจการ และเจ้าของกิจการขนาดเล็ก ตั้งแต่องค์ประกอบของตาราง วิธีตั้งวงเงิน ตัวอย่างตารางสมมติสำหรับกิจการ 5 ถึง 10 คน การให้ตารางตรงกับเงื่อนไขธนาคารและสิทธิในระบบ วิธีใช้ตรวจใบสำคัญ จุดรั่วอย่างแตกบิลและ Management Override และการควบคุมทดแทน

Sornron Thongprasert
ปกบทความ IT Audit คืออะไร แสดงการควบคุมทั่วไปของเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITGC) ตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) แบ่ง 3 กระบวนการ คือ การเข้าถึง การเปลี่ยนแปลง และการปฏิบัติงาน
การควบคุมภายใน

IT Audit คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง เกี่ยวกับ ITGC และ ITAC อย่างไร พร้อมเช็กลิสต์ที่นักบัญชีควรเตรียม

คู่มือ IT Audit สำหรับผู้ทำบัญชี นักบัญชีในกิจการ และผู้ตรวจสอบภายในมือใหม่ อธิบายว่าผู้สอบบัญชีดูอะไรในระบบไอทีตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 315 (ปรับปรุง 2564) บทบาทของผู้ตรวจสอบภายใน ITGC 3 กระบวนการ ITAC กรณีโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปและคลาวด์ พร้อมเช็กลิสต์เอกสารที่ควรเตรียม

Sornron Thongprasert
ปกบทความการควบคุมภายในตามกรอบ COSO 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ แสดงองค์ประกอบทั้ง 5 พร้อมช่วงหลักการ และ 3 ขั้นใช้แบบประเมินทบทวนระบบ
การควบคุมภายใน

การควบคุมภายในคืออะไร กรอบ COSO 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ พร้อมตัวอย่างงานบัญชีและเช็กลิสต์ทบทวนระบบ

คู่มือการควบคุมภายในสำหรับนักบัญชี ผู้ทำบัญชี และผู้ตรวจสอบภายใน อธิบายกรอบ COSO ทั้ง 5 องค์ประกอบ 17 หลักการตามแบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของ ก.ล.ต. พร้อมตัวอย่างในงานบัญชี วิธีใช้แบบประเมินทบทวนระบบของกิจการตัวเอง การปรับใช้กับกิจการขนาดเล็ก และข้อจำกัดของการควบคุมภายใน

Sornron Thongprasert