ทะเบียนทรัพย์สิน และการตรวจนับสิ้นปี ทำอย่างไรให้ตรงกับบัญชี

สรุปสั้น
ทะเบียนทรัพย์สิน คือรายการทรัพย์สินถาวรของกิจการแต่ละชิ้น ที่บอกว่ามีอะไร อยู่ที่ไหน ใครดูแล ราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมเท่าไร ยอดรวมควรตรงกับบัญชีแยกประเภท ก่อนปิดงบให้กระทบยอดทะเบียนกับบัญชี แล้วตรวจนับสองทาง จากทะเบียนไปหาของ และจากของกลับมาที่ทะเบียน โดยให้คนที่ไม่ใช่
บทความนี้พาทำทะเบียนทรัพย์สินใน Excel และกระทบยอดกับบัญชี แล้ววางแผนและคุมการตรวจนับทรัพย์สินถาวรสิ้นปี จัดการผลต่าง และขออนุมัติตัดจำหน่าย พร้อมตัวอย่างบันทึกบัญชีและ เช็กลิสต์
ทะเบียนทรัพย์สินคืออะไร
ทะเบียนทรัพย์สิน หรือทะเบียนสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Register) คือรายการทรัพย์สินถาวรของกิจการ
บัญชีแยกประเภท เช่น บัญชีอุปกรณ์สำนักงานและบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม แสดงยอดรวมของทั้งหมวด แต่ไม่บอกว่ามีของชิ้นไหนบ้างและอยู่ที่ไหน ทะเบียนจึงเป็น
บทความนี้เขียนสำหรับกิจการเอกชน เช่น ห้างหุ้นส่วน
ทรัพย์สินแบบไหนต้องขึ้นทะเบียน
กิจการควรเขียนเกณฑ์ว่าอะไรต้องขึ้นทะเบียนไว้เป็นนโยบาย และใช้เกณฑ์เดียวกันทุกครั้ง นโยบายควรตอบอย่างน้อยสามเรื่อง
- หมวดทรัพย์สิน เช่น อาคารและส่วนปรับปรุง เครื่องจักร ยานพาหนะ คอมพิวเตอร์ และเครื่องตกแต่งสำนักงาน แต่ละหมวดผูกกับรหัสบัญชีในผังบัญชี
- วงเงิน
ขั้นต่ำ ตัวอย่างสมมติ กิจการหนึ่งกำหนดว่าของที่ใช้งานได้เกินหนึ่งปีและราคาทุนต่อชิ้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปให้ขึ้นทะเบียน ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น กิจการควรกำหนดเองโดยปรึกษา ผู้ทำบัญชี และแจ้ง ผู้สอบบัญชี ของกิจการ - ของที่ซื้อเป็นชุด เช่น โต๊ะเก้าอี้ 20 ชุด จะขึ้นเป็นรายการเดียวพร้อมจำนวนก็ได้ แต่ถ้าอาจย้ายหรือตัดจำหน่าย
ทีละ ชิ้น ควรแยกรหัสย่อยรายชิ้น
การตัดสินว่า
ของที่ราคา
ทะเบียนทรัพย์สิน Excel ควรมีคอลัมน์อะไร
ใช้หนึ่งแถวต่อหนึ่งรหัสทรัพย์สิน คอลัมน์ที่ควรมีได้แก่
- รหัสทรัพย์สินที่ตรงกับป้าย หมวด และรหัสบัญชี
- ชื่อ ยี่ห้อ รุ่น และเลขเครื่อง (Serial Number) หรือเลขทะเบียนรถ
- วันที่ได้มา วันที่เริ่มใช้งาน ผู้ขาย และ
เลขที่ เอกสารซื้อ - ราคาทุน อายุการใช้งาน วิธีคิดค่าเสื่อมราคา และมูลค่า
คงเหลือ ตามนโยบายบัญชีของกิจการ - ค่าเสื่อมราคาสะสมถึงวันสิ้นงวด และมูลค่าตามบัญชี
- สถานที่ เช่น สาขา อาคาร และห้อง พร้อม
ผู้ดูแล หรือ ผู้ใช้ - สถานะ เช่น ใช้งาน ชำรุดรอซ่อม เลิกใช้ และตัดจำหน่ายแล้ว พร้อมวันที่และ
เลขที่ เอกสารอนุมัติเมื่อโอนย้ายหรือตัดจำหน่าย - วันที่ตรวจนับล่าสุด ผลการนับ และหมายเหตุ
ข้อแนะนำ
- ใช้รหัสที่ไม่ซ้ำกัน และไม่นำรหัสเดิมกลับมาใช้ แม้ของชิ้นนั้นตัดจำหน่ายไปแล้ว
- ไม่ลบแถวของที่ตัดจำหน่าย ให้เปลี่ยนสถานะแล้ว
กรอง ออกตอนสรุปยอด ประวัติจะได้ไม่หาย - แยก
ชีต บันทึกการรับเข้า โอนย้าย และตัดจำหน่ายโดยอ้าง เลขที่ เอกสาร และทำชีตสรุปยอดตามหมวดไว้เทียบกับบัญชีแยกประเภท - จำกัดสิทธิ์แก้ไฟล์ทะเบียนไว้ที่
ผู้ดูแล ทะเบียน และเก็บสำเนาไฟล์ทุกสิ้นเดือน
ถ้าสำนักงานบัญชีทำ
รหัสและป้ายติดทรัพย์สิน
รหัสควรบอกสาขาและหมวด ตัวอย่างสมมติ HQ-IT-0012 คือสำนักงานใหญ่ หมวดคอมพิวเตอร์ ลำดับที่ 12 ป้ายควรทนและลอกยาก ติดตรงที่มองเห็นตอนนับโดยไม่ต้องยกเครื่อง จะใช้ป้ายที่มีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดเพื่อให้นับเร็วขึ้นก็ได้ ของที่ติดป้ายไม่ได้ให้ใช้เลขเครื่องแทน
ผูกป้ายกับการรับของตั้งแต่วันแรก ผู้ดูแล
กระทบยอดทะเบียน กับบัญชีแยกประเภท
ควรกระทบยอดอย่างน้อยสามครั้ง คือก่อนวันนับ หลังบันทึกผลนับ และ ณ วันสิ้นงวด ถ้าซื้อหรือตัดจำหน่ายบ่อยควรทำทุกเดือน การ
- สรุปยอดราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมในทะเบียนตามหมวด ณ วันเดียวกับยอดในบัญชีแยกประเภท แล้วเทียบกับบัญชีของแต่ละหมวด
- ไล่สาเหตุของ
ผลต่าง เช่น ซื้อแล้วบันทึกบัญชีแต่ยังไม่ขึ้นทะเบียน ตัดจำหน่ายที่ฝั่งหนึ่งแต่ไม่ได้ทำอีกฝั่ง ลงผิดหมวด และค่าเสื่อมราคาที่บันทึกบัญชีไม่ตรงกับที่ทะเบียนคำนวณ - แก้ที่
ต้นเหตุ แล้วให้ผู้ที่ไม่ได้ทำทะเบียน สอบทาน และ ลงนาม ในกระดาษกระทบยอด
กรณีสมมติ (ไม่ใช่เหตุการณ์จริง) บัญชีอุปกรณ์สำนักงานมีราคาทุน 486,000 บาท แต่ทะเบียนรวมได้ 448,000 บาท ต่างกัน 38,000 บาท เมื่อไล่รายการพบเครื่องพิมพ์ที่ซื้อเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ราคา 38,000 บาท บันทึกบัญชีแล้วแต่ยังไม่ขึ้นทะเบียน ผู้ดูแล
ตรวจนับทรัพย์สินถาวรสิ้นปี วางแผนอย่างไร
ทรัพย์สินถาวรไม่
- ออกคำสั่ง
นับ ระบุวันนับ พื้นที่ ทีมนับ ผู้ควบคุม การนับ และวิธีจดของที่หาไม่เจอ ชำรุด หรือไม่อยู่ในรายการ - ตัดยอดทะเบียน ณ วันนับ ใช้ทะเบียนฉบับที่กระทบยอดแล้ว พิมพ์รายการแยกตามพื้นที่ และเก็บไฟล์ฉบับนั้นไว้โดยไม่แก้ทับ
- แบ่งพื้นที่ให้ครบทุกจุด รวมห้องเก็บของและสาขา แล้ว
มอบหมาย ให้แต่ละทีม - ทำรายการของที่อยู่นอก
สถานที่ เช่น เครื่องที่ส่งซ่อม และโน้ตบุ๊กที่พนักงานนำ กลับบ้าน ของที่พนักงานถือไว้ให้นัดนำเครื่องมาให้ทีมนับดูป้ายและเลขเครื่อง ส่วนของที่อยู่กับบุคคลภายนอก เช่น ร้านซ่อม ให้ขอหนังสือยืนยันจากผู้ถือ - แจ้ง
ผู้ทำบัญชี และ ผู้สอบบัญชี ของกิจการ (ถ้ามี) ล่วงหน้า ผู้สอบบัญชี อาจขอเข้าสังเกตการณ์หรือขอดูผลนับ
แบ่งหน้าที่ ใครนับ ใครตรวจ ใครอนุมัติ
ผู้ดูแล
แบบประเมินความ
- ผู้ดูแล
หรือ ผู้ใช้ ทรัพย์สิน ชี้ตำแหน่งของ และ ลงนาม รับทราบ ผลนับในพื้นที่ของ ตัวเอง - ทีมนับ นับเป็นคู่ ในแต่ละคู่ควรมีคนจากฝ่ายอื่นหรือฝ่ายบัญชีอย่างน้อย
หนึ่ง คน และให้คนนั้นเป็นผู้จดผลในใบนับ ผู้ดูแล หรือ ผู้ใช้ ช่วยชี้ของได้แต่ไม่จดผลเอง - ผู้ควบคุม
การนับ ที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินในพื้นที่นั้น แจกและรับคืนใบนับ นับซ้ำแบบสุ่ม และตรวจว่าทุกพื้นที่นับครบ - ผู้อนุมัติ เจ้าของหรือ
ผู้บริหาร ที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินนั้น อนุมัติ ผลต่าง และการตัดจำหน่าย ส่วน ผู้ดูแล ทะเบียนควรเป็นคนที่ไม่ได้ถือหรือใช้ทรัพย์สินนั้น และแก้ทะเบียนตามผลที่อนุมัติแล้วเท่านั้น เช่น ถ้าฝ่ายไอทีเก็บคอมพิวเตอร์สำรองไว้ ไม่ควรให้ฝ่ายไอทีเป็นผู้แก้ทะเบียนคอมพิวเตอร์
กิจการที่มีพนักงานไม่กี่คนอาจแยกครบทุกบทบาทไม่ได้ ให้เจ้าของกิจการนับซ้ำแบบสุ่มเอง ลงนาม
ใบตรวจนับทรัพย์สินควรมีอะไร
ใช้เอกสารสองชุด ชุดแรกคือใบนับที่พิมพ์จากทะเบียนแยกตามพื้นที่ ควรมีช่อง
- เลขที่
ใบนับ วันที่ และพื้นที่ - รหัส ชื่อ และ
สถานที่ ตามทะเบียน ซึ่งพิมพ์ไว้ ล่วงหน้า - พบหรือไม่พบ สถานที่
ที่พบจริง ผู้ใช้ จริง และเลขเครื่องที่อ่านจากตัวเครื่อง (ของมูลค่าสูง) - สภาพ (ใช้งาน ชำรุด ไม่ได้ใช้งาน) และป้ายอยู่ครบ
หรือไม่ - หมายเหตุ และ
ลายมือชื่อ ผู้นับ ผู้ดูแล พื้นที่ และ ผู้ควบคุม การนับ
ชุดที่สองคือใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการ ไว้จดของที่ไม่มีป้ายหรือไม่อยู่ในใบนับ พร้อม
วันนับ นับจากทะเบียนไปหาของ แล้วนับกลับ
การตรวจนับทรัพย์สินถาวรควรนับสองทาง แต่ละทางตอบคำถามคนละข้อ
- จากทะเบียนไปหาของ ไล่
ทีละ บรรทัดในใบนับไปหาของจริง ดูป้าย สภาพ และ ผู้ใช้ เพื่อยืนยันว่าของที่บันทึกไว้มีอยู่จริง - จากของกลับมาที่ทะเบียน เดินให้ทั่วทุกห้อง ของที่ดูเป็นทรัพย์สินถาวรแต่ไม่มีป้ายหรือไม่อยู่ในใบนับ ให้จดลงใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการ เพื่อยืนยันว่าของที่มีอยู่ถูกบันทึกครบ
ใบนับทรัพย์สินพิมพ์รหัสไว้ให้ เพราะทรัพย์สินแต่ละชิ้นมี
ที่ดิน อาคาร และ
ของที่เช่า ยืม หรือ
ก่อนปิดการนับ ผู้ควบคุม
นับแล้วไม่ตรงกับทะเบียน แยก ผลต่าง อย่างไร
อย่าแก้ทะเบียนหรือบันทึกตัดจำหน่ายทันทีที่นับเสร็จ ให้แยก
ก่อนแยก ให้นำใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการของทุกพื้นที่มาเทียบกับรายการที่ไม่พบในพื้นที่อื่น และกับแถวที่ตัดจำหน่ายแล้วในทะเบียน รายการที่
- หาไม่เจอ ตามหาอีกรอบ ถาม
ผู้ใช้ เดิม ดูใบโอนย้าย ใบรับซ่อม และรายการที่ขายหรือทิ้งไปแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึก ถ้ายังไม่เจอ ให้ทำบันทึกว่าตามหาที่ไหนบ้าง แล้วเสนอ ผู้อนุมัติ พิจารณาตัดจำหน่าย ถ้ามีเหตุสงสัยว่าถูกลักขโมย ให้รายงาน ผู้บริหาร ตาม ขั้นตอน ของกิจการ - ชำรุดหรือเสื่อมสภาพ จดสภาพพร้อมภาพถ่าย แล้วเสนอให้ตัดสินว่าจะซ่อม เลิกใช้ หรือตัดจำหน่าย การพิจารณามูลค่าของทรัพย์สินที่ชำรุดให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงาน
ทางการเงิน ที่กิจการใช้ ซึ่งอยู่นอกขอบเขตบทความนี้ - เลิกใช้แต่ของยังอยู่ ยังเป็นทรัพย์สินของกิจการ ให้เสนอเปลี่ยนสถานะเป็นเลิกใช้ พร้อมเสนอว่าจะเก็บไว้ ขาย หรือทิ้ง ซึ่งควร
ได้รับ อนุมัติก่อนลงมือ - ย้ายที่ พบคนละที่หรือคนละ
ผู้ใช้ กับทะเบียน โดยปกติไม่ต้องบันทึกบัญชี ถ้ากิจการแยกค่าเสื่อมราคาตามสาขาหรือแผนก ให้แจ้ง ผู้ทำบัญชี ด้วย ทุกรายการให้ ผู้ใช้ เดิมและ ผู้ใช้ ปัจจุบัน ลงนาม ยืนยันการย้าย เสนอแก้ สถานที่ ไปพร้อมใบสรุปผลการนับ และหาสาเหตุว่าทำไมไม่มีใบโอนย้าย - พบแต่ไม่อยู่ในทะเบียน ตรวจก่อนว่าเป็นของกิจการ
หรือไม่ ถ้าใช่ ดูว่าเป็นของ ต่ำกว่า วงเงินที่บันทึกเป็น ค่าใช้จ่าย ไว้ถูกแล้ว บันทึกบัญชีแล้วแต่ทะเบียนตกหล่น หรือยังไม่ได้บันทึกบัญชีเลย แล้วให้ ผู้ทำบัญชี พิจารณาว่าต้องปรับปรุงบัญชี หรือไม่
กรณีสมมติ (ไม่ใช่เหตุการณ์จริง) ทะเบียน ณ วันนับมี 120 รายการ นับพบตรง
ขออนุมัติ ก่อนแก้ทะเบียนหรือตัดจำหน่าย
ผู้ควบคุม
- การตัดจำหน่ายแต่ละรายการควรมีเอกสารอนุมัติที่ระบุรหัส ราคาทุน ค่าเสื่อมราคาสะสม มูลค่าตามบัญชี และเหตุผล
- ระดับ
ผู้อนุมัติ ตามมูลค่า ให้เขียนไว้เป็นรายการหนึ่งในตารางอำนาจอนุมัติของกิจการ - ผู้ทำบัญชี
บันทึกบัญชีตามเอกสารที่อนุมัติแล้วเท่านั้น และ ผู้ดูแล ทะเบียนเปลี่ยนสถานะแถวเป็นตัดจำหน่ายแล้ว พร้อมวันที่และ เลขที่ เอกสาร โดยไม่ลบแถว - ผลต่าง
ที่พบก่อนวันสิ้นงวดควรอนุมัติให้เสร็จก่อนปิดงบของงวดนั้น ถ้าอนุมัติไม่ทัน ให้แจ้ง ผู้ทำบัญชี พร้อมเอกสาร เพื่อพิจารณาผล ต่อยอด ใน งบการเงิน ของงวด
การขายหรือขายซากมีเรื่องรับเงินและภาษีเกี่ยวข้อง บทความนี้ไม่ได้ลง
ตัวอย่างบันทึกบัญชีตัดจำหน่าย
ตัวเลขในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ไม่แยกภาษี และชื่อบัญชีให้ใช้ตามผังบัญชีของกิจการ
ต่อจากกรณี
ขั้นที่ 1 บันทึกค่าเสื่อมราคาถึงวันตัดจำหน่ายตามนโยบายของกิจการ ในตัวอย่างนี้คือค่าเสื่อมราคาเต็มเดือนธันวาคม 2569 ถ้านโยบายคิดตามจำนวนวัน ให้คิดถึงวันที่ตัดจำหน่าย
- เดบิต ค่าเสื่อมราคา 1,000 บาท
- เครดิต ค่าเสื่อมราคาสะสม อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 1,000 บาท
ค่าเสื่อมราคาสะสมจึงเป็น 29,000 บาท มูลค่าตามบัญชีที่เหลือคือ 7,000 บาท (ราคาทุน 36,000 บาท หักค่าเสื่อมราคาสะสม 29,000 บาท)
ขั้นที่ 2 ล้างราคาทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมออก และ
- เดบิต ค่าเสื่อมราคาสะสม อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 29,000 บาท
- เดบิต ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายอุปกรณ์ 7,000 บาท
- เครดิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 36,000 บาท
ยอดเดบิตรวม 36,000 บาท เท่ากับยอดเครดิต หลังบันทึกแล้วให้กระทบยอดทะเบียนกับบัญชีอีกครั้ง ยอดหมวดคอมพิวเตอร์ทั้งสองฝั่งควรยังเท่ากัน
เก็บเอกสารการตรวจนับ
เอกสารที่ควรเก็บไว้ทั้งชุด ได้แก่
- นโยบายการขึ้นทะเบียน คำสั่ง
นับ ทะเบียนฉบับ ณ วันนับ และกระดาษกระทบยอด - ใบนับทุกเลขรวมใบที่ยกเลิก ใบพบแต่ไม่อยู่ในรายการ ภาพถ่าย และผลการนับซ้ำ
- หนังสือยืนยันจากผู้ถือทรัพย์สินภายนอก และใบรับซ่อม
- ใบสรุปผลการนับ เอกสารอนุมัติตัดจำหน่าย รายการบันทึกบัญชี และทะเบียนฉบับหลังปรับปรุง
ส่งผล
เช็กลิสต์ ตรวจนับทรัพย์สินถาวรสิ้นปี
ก่อนนับ
- เขียนนโยบายขึ้นทะเบียน และใช้รหัสกับป้ายแบบเดียวกันทั้งกิจการ
- กระทบยอดทะเบียนกับบัญชีแยกประเภท และแก้รายการที่ตกหล่น
- ออกคำสั่ง
นับ แบ่งพื้นที่ให้ครบ และไม่ให้ ผู้ดูแล พื้นที่นับคนเดียว - พิมพ์ใบนับจากทะเบียนที่กระทบยอดแล้ว นัดพนักงานนำของที่ถือไว้มานับ และขอหนังสือยืนยันจากบุคคลภายนอกที่ถือของของกิจการ
วันนับ
- นับจากทะเบียนไปหาของ จด
สถานที่ ที่พบจริง สภาพ และป้าย - เดินให้ทั่วแล้วนับจากของกลับมาที่ทะเบียน จดของที่ไม่อยู่ในรายการพร้อมภาพถ่าย
- สุ่มนับซ้ำของมูลค่าสูงและของที่ถือออกนอก
สถานที่ ได้ แล้วรับใบนับคืนครบทุกเลข
หลังนับ
- แยก
ผลต่าง เป็นหาไม่เจอ ชำรุด เลิกใช้ ย้ายที่ และพบแต่ไม่อยู่ในทะเบียน แล้วตามหาของที่ไม่พบ - ทำใบสรุปเสนอ
ผู้อนุมัติ ที่ไม่ได้ดูแลทรัพย์สินนั้น ก่อนแก้ทะเบียนหรือตัดจำหน่าย - บันทึกค่าเสื่อมราคาถึงวันตัดจำหน่าย แล้วบันทึกตัดจำหน่ายตามเอกสารที่อนุมัติ และกระทบยอดทะเบียนกับบัญชีอีกครั้ง
- ถ้านับก่อนวันสิ้นงวด ไล่รายการซื้อ โอนย้าย และตัดจำหน่ายตั้งแต่วันนับถึงวันสิ้นงวด แล้ว
กระทบ ยอดทะเบียนกับบัญชี ณ วันสิ้นงวด - เก็บเอกสารการนับทั้งชุด
ขั้นตอน
บทความนี้
เปิดอ่านเอกสารต้นฉบับ: แบบประเมินความ
คำถามที่พบบ่อย
ทะเบียนทรัพย์สิน ควรมีคอลัมน์อะไรบ้าง
ควรมีรหัสที่ตรงกับป้าย หมวดและรหัสบัญชี ชื่อ รุ่น และเลขเครื่อง วันที่ได้มาและ
ทรัพย์สินราคาเท่าไร จึงต้องขึ้นทะเบียน
การตัดสินว่า
ตรวจนับทรัพย์สินถาวร ควรนับเมื่อไร
ควรนับอย่างน้อยปีละครั้งในช่วงก่อนปิดงบ ไม่จำเป็นต้องตรงวันสิ้นงวด ถ้าคุมรายการซื้อ โอนย้าย และตัดจำหน่ายระหว่างวันนับกับวันสิ้นงวดได้ครบ แล้วปรับทะเบียนให้เป็นยอด ณ วันสิ้นงวด รอบและวันนับควรเขียนไว้ในนโยบายของกิจการ
ตรวจนับแล้วหาทรัพย์สินไม่เจอ ต้องทำอย่างไร
อย่าเพิ่งตัดจำหน่ายทันที ให้ตามหาอีกรอบจาก
ค่าเสื่อมราคาครบแล้ว ทรัพย์สินยังอยู่ในทะเบียนไหม
ยังอยู่ ตราบใดที่
เกี่ยวกับผู้เขียน

Sornron Thongprasert
Internal Control Design & Implementation | Internal Audit and IT Audit | Enterprise Risk Management (ERM) Advisory | Accounting and Tax Advisory Services | Personal Data Protection Act (PDPA) Consulting | Corporate Governance and Compliance
อยากเก็บชั่วโมง CPD ให้ครบปีนี้?
ดูคอร์สอบรมออนไลน์ของ cpdclass — เรียนจบและเจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันตัวตน รับหนังสือรับรองไว้แจ้งชั่วโมงด้วยตนเอง
ดูคอร์สทั้งหมด


